"ไพรซ์ซ่า"ชูฟินเทคชิงอีคอมเมิร์ซ

คาดครึ่งปีหลังยิ่งแข่งเดือด ตั้งเป้ายอดเข้าชม แตะ 187 ล้านครั้ง
          กรุงเทพธุรกิจ "ไพรซ์ซ่า" เผยสถิติเชิงลึก พบผู้บริโภคไทยเพิ่มความเชื่อมั่น จับจ่ายสินค้าบนออนไลน์ ยักษ์อีคอมเมิร์ซ ต่างชาติรุกหนักหนุนรายการสินค้าข้ามพรมแดนโตพุ่ง คาดครึ่งปีหลังอีคอมเมิร์ซไทยยิ่งแข่งเดือด แนะผู้ประกอบการเร่งปรับตัว เพิ่มกลยุทธ์สร้างจุดขาย ส่วนไพรซ์ซ่าเร่งเกมฟินเทค-เพิ่มโฟกัสตลาดอินโดนีเซีย ตั้งเป้า ทั้งปี 2561 ยอดเข้าชมในไทยโตอีก 50%
          นายธนาวัฒน์ มาลาบุปผา ประธาน เจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ไพรซ์ซ่า จำกัด ผู้ให้บริการเว็บไซต์และ แอพพลิเคชั่น "Priceza" เครื่องมือค้นหาสินค้าและเปรียบเทียบราคา(Shopping Search Engine) ชั้นนำ เปิดเผยข้อมูล สถิติเชิงลึกของไพรซ์ซ่าในช่วงครึ่งปีแรก ปี 2561 ว่า ในประเทศไทยมีผู้เข้าชมไพรซ์ซ่า ทั้งบนเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นกว่า 70 ล้านครั้ง อัตราการซื้อเฉลี่ย (Conversion rate) 2.98% จากปี 2559 ที่ 1.72% และ ปี 2560 ประมาณ 2.81% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคมีความมั่นใจต่อการจับจ่ายสินค้าบนออนไลน์มากขึ้น ส่วนมูลค่าการซื้อขายที่เกิดขึ้นอยู่ที่ 1.42 พันล้านบาท
          ปัจจุบัน จำนวนสินค้าบนแพลตฟอร์มไพรซ์ซ่ามีจำนวนกว่า 36 ล้านชิ้น เติบโต 28% จาก 28 ล้านชิ้นในช่วงปี 2560  ซึ่งถือเป็นการเติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญ สาเหตุหลักมาจากการเติบโตของกลุ่มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน(Cross border) ที่ทำให้การสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศทำได้ง่ายขึ้น ปัจจุบันมีฐานข้อมูลสินค้าประเภทนี้บนแพลตฟอร์ม 17 ล้านชิ้น หรือคิดเป็น 47% ของจำนวนสินค้าทั้งหมด
          ไพรซ์ซ่าพบด้วยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าออนไลน์จากทุกหมวดหมู่เฉลี่ยอยู่ที่ 1,702 บาทต่อคำสั่งซื้อ แยกตามดีไวซ์ผ่านช่องทางพีซีเฉลี่ย 2,309 บาท โมบายเว็บ 1,266 บาท และโมบายแอพพลิเคชั่น 1,497 บาท ขณะที่ สัดส่วนการเข้าชมมาจากสมาร์ทโฟน 73% พีซี 23% แทบเล็ต 4% ส่วนการสั่งซื้อมาจากโมบาย 81% พีซี 19%
          สำหรับคำค้นหายอดนิยม 5 อันดับแรกคือ แฟชั่นและเสื้อผ้า 15% รถจักรยานยนต์ 14% อิเล็กทรอนิกส์ 13% โทรศัพท์มือถือ 12% และเฟอร์นิเจอร์ 10% ตามลำดับ
          เขากล่าวว่า ช่วงครึ่งปีหลังการแข่งขัน ของมาร์เก็ตเพลสจะยิ่งดุเดือดมากขึ้น เนื่องจากมีรายใหญ่จากต่างชาติ โดยเฉพาะ ผู้เล่นจากประเทศจีนเข้ามาบุกตลาด อย่างหนัก ขณะเดียวกันรายที่เคยพัก การทำตลาดในไทยก็หวนคืนสู่ตลาดอีกครั้ง ทั้งมีแนวโน้มด้วยว่าการค้าแบบข้ามแดนจะเติบโตเพิ่มมากขึ้น ในภาพรวมแต่ละปีอีคอมเมิร์ซไทยสามารถเติบโตได้เกิน 20% ดังนั้นผู้ประกอบการ ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซจึงจำเป็นต้องปรับตัว เพิ่มกลยุทธ์และจุดขาย เพื่อรองรับการแข่งขันในช่วงครึ่งปีหลังรวมถึงการแข่งขันกับสินค้าข้ามพรมแดนจากต่างชาติ
          ส่วนของไพรซ์ซ่า รายได้หลักๆ ยังมาจากค่าโฆษณารวมถึงส่วนแบ่งรายได้จากทรานแซคชั่นที่เกิดขึ้น ทิศทางธุรกิจ นอกจากฐานตลาดเดิม จะให้ความ สำคัญกับบริการทางการเงินมากขึ้น ด้วย ไพรซ์ซ่า มันนี่(Priceza Money) เพื่อเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ด้านการเงิน และประกันภัย 3 ด้าน ได้แก่ 1. บริการเปรียบเทียบประกันรถยนต์ มากกว่า 1.6 ล้าน แผนประกัน 2. เปรียบเทียบบัตรเครดิต จากสถาบันการเงินชั้นนำมากกว่า 69 ใบ และ 3.เปรียบเทียบสินเชื่อส่วนบุคคล จากสถาบันการเงินชั้นนำ
          ที่ผ่านมา เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ทั้งมาร์เก็ตเพลส ร้านค้า และผู้บริโภคในยุคที่การแข่งขันสูงขึ้น บริษัทได้จับมือพันธมิตรธนาคารชั้นนำ ซึ่งนอกจากจะช่วยในเรื่องการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าให้ได้ราคาดีที่สุดแล้ว ยังมีส่วนช่วยเรื่องการให้ข้อมูลการชำระเงินผ่านการชอปปิงออนไลน์ที่หลากหลาย  "เรามองเห็นปัญหาของผู้คนในหลายเรื่อง ทั้งการทำประกันภัยรถยนต์ดั้งเดิมใช้เวลานาน และ 90% ของคนขับรถ จะรู้สึกไม่สบายใจในการขับเมื่อประกันรถยนต์ขาด ดังนั้นจึงมองหาแนวทางการพัฒนาแพลตฟอร์มให้เชื่อมโยงกับโลกฟินเทค"
          บริษัทตั้งเป้าไว้ว่า ภายในสิ้นปี 2561 ในไทย จะมีจำนวนการเข้าชมรวมจากทุกแพลตฟอร์มไม่น้อยกว่า 187 ล้านครั้ง เติบโต 50% จาก ปี 2560 ที่มีการเข้าชม 125 ล้านครั้ง
          อย่างไรก็ดี นอกจากประเทศไทย เป้าหมายต่อไปที่จะให้ความสำคัญมาก ยิ่งขึ้นตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ คือประเทศอินโดนีเซีย เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่า ในปี 2568 มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซของประเทศอินโดนีเซียจะสูงถึง 44,000 ล้านดอลลาร์ หรือ ประมาณ 1.45 ล้านล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 50% ของมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในภูมิภาค
          ไพรซ์ซ่า ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2553 เนื่องจากมองเห็นอนาคตการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ปัจจุบันเปิดให้บริการทั้ง รูปแบบเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นใน 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ มีผู้ใช้งานกว่า 8 ล้านคนต่อเดือน มีจำนวนการเข้าชมเว็บไซต์กว่า 12 ล้านครั้งต่อเดือน
          "แต่ละปีอีคอมเมิร์ซไทยโตเกิน 20% การแข่งขันรุนแรงมากขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากผู้เล่นสัญชาติจีน" ธนาวัฒน์ มาลาบุปผา

          บรรยายใต้ภาพ 
          ธนาวัฒน์ มาลาบุปผา