บีทีเอสชดเชย คืนเงิน-ขึ้นฟรี ยอมเยียวยาเดี้ยง3วันรวด

 'บีทีเอส'ยอมเยียวยา'คืนเงิน-ขึ้นฟรี' หลังขัดข้อง 3 วันรวด 'คีรี' นำทีมแถลงระบุใช้เงินหลักสิบล้านบาทเยียวยาและเป็นไปตามมาตรฐาน พร้อมนำเข้าระบบกรองสัญญาณจากต่างประเทศมาติดตั้ง มั่นใจระบบสื่อสารประชาสัมพันธ์จะมีความเสถียรมากขึ้น ทั้งเปิดตัวแอพฯให้เช็กข้อมูลก่อนเดินทาง เริ่มใช้งาน 1 ส.ค.นี้
          เมื่อวันที่ 5 ก.ค. ที่ห้องสุรศักดิ์ แกรนด์บอลรูม โรงแรมอีสติน แกรนด์สาทร กรุงเทพฯ นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นายอาณัติ อาภาภิรม ประธานคณะกรรมการฝ่ายจัดการ นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ร่วมกันแถลงกรณีรถไฟฟ้าบีทีเอสให้บริการขัดข้องเมื่อวันที่ 25-27 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่า นับแต่ให้บริการมา 19 ปี ถือว่ารุนแรง และที่ผ่านมาขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่มีฝ่ายใดผิดทั้งหมด โดยบีทีเอสไม่โทษเป็นความผิดของ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือแม้แต่บีทีเอสเอง ไม่ได้ผิด โดยการเยียวยา ครั้งนี้ต้องการชดเชยความเสียหายผู้เดินทางที่ ไม่สามารถเดินทางได้ตามเวลา และมั่นใจว่าการเยียวยาครั้งนี้เป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งนี้ประเมินว่าการเยียวยาผู้ใช้บริการช่วงเวลา ดังกล่าวจะใช้เงินหลักสิบล้านบาท
          นายคีรีกล่าวถึงกรณีที่ผู้โดยสารเดินทางเที่ยวเดียว หากไม่นำบัตรกลับไปแลกคืน จะไม่ได้รับการชดเชย ว่า อยากให้ทุกฝ่าย เข้าใจว่าบีทีเอสเป็นระบบขนส่งมวลชน ไม่ได้มีกำไรมากที่จะให้บีทีเอสต้องรับภาระชดเชยทั้งหมด ที่ผ่านมาลงทุนระบบรถไฟฟ้าช่วงแรกยอมรับว่าเป็นความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ กทม.ไม่ได้ช่วยสักบาทเดียว หากวันนั้นทราบข้อมูลทั้งหมด เชื่อว่าอาจจะตัดสินใจไม่มาลงทุน แต่ทุกวันนี้บีทีเอสมั่นคงมีกำไร เนื่องจากไม่มีภาระหนี้ เพราะได้แปรหนี้ เป็นทุนในอดีต จึงอยากให้ทุกฝ่ายเข้าใจ ส่วนในอนาคตบีทีเอสยืนยันอีกครั้งว่าจะ เดินหน้าปรับปรุงระบบการสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเกี่ยวกับระบบสื่อสาร วันที่ 6 ก.ค. บีทีเอสได้นำเข้าระบบกรองสัญญาณจาก ต่างประเทศมาใช้งาน มั่นใจว่าช่วงเสาร์อาทิตย์นี้ระบบการสื่อสารต่างๆ จะมีความเสถียรมากขึ้น
          นายคีรีกล่าวว่า สำหรับมาตรการคืนค่าโดยสารให้กับผู้ใช้บริการกรณีเกิดความล่าช้าเมื่อวันที่ 25-27 มิ.ย. ที่ผ่านมา ประกอบด้วย ผู้ใช้บัตรโดยสารประเภทตั๋วเที่ยวเดียวสามารถนำกลับมาใช้ได้ภายใน 14 วัน หากกรณี ไม่ต้องการเดินทางสามารถขอคืนเงินได้ภายในวันที่ 31 ก.ค.นี้
          สำหรับบัตรโดยสารประเภทเติมเงินสำหรับบุคคลทั่วไป หรือนักเรียน นักศึกษา หรือผู้สูงอายุ (Rabbit Card) ผู้ใช้บัตรในช่วงที่มีความล่าช้าสามารถมาขอรับเที่ยวเดินทางพิเศษ จำนวน 3 เที่ยว ส่วนผู้ถือบัตรโดยสารประเภทเที่ยวเดินทาง 30 วัน สำหรับบุคคลทั่วไป หรือนักเรียน นักศึกษา (30-day Pass) ที่มีเที่ยวเดินทางคงเหลือในช่วงที่เกิดความล่าช้า สามารถขอรับเที่ยวเดินทางพิเศษ จำนวน 6 เที่ยว โดยผู้โดยสารนำบัตรโดย สารมาติดต่อขอรับการเติมเที่ยวเดินทางพิเศษได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารสถานีบีทีเอส ทุกสถานี วันที่ 7-31 ก.ค.นี้ ใช้เดินทางได้ภายใน 45 วันนับจากวันที่มาเติมเที่ยวพิเศษ และมีอายุการใช้งานอีก 30 วันนับจากการใช้เที่ยวพิเศษเดินทางครั้งแรก
          ส่วนมาตรการในอนาคต บริษัทได้เพิ่มมาตรการในกรณีมีการประกาศเหตุรถไฟฟ้าขัดข้องทำให้เกิดความล่าช้าเกิน 30 นาที ซึ่งไม่ได้เกิดจากเหตุสุดวิสัย โดยผู้ใช้บัตรโดยสารประเภท ตั๋วเที่ยวเดียว (Single Journey Ticket) สามารถนำบัตรโดยสาร มาขอคืนเงินค่าโดยสารได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วภายในวันเดียวกัน หรือขอรับบัตรโดยสารกลับไป โดยสามารถนำมาใช้เดินทางได้ภายใน 14 วันนับจากวันที่ออกบัตร กรณีที่เป็นบัตรโดยสารประเภท แบบเติมเงิน สำหรับบุคคลทั่วไป หรือนักเรียน นักศึกษา หรือผู้สูงอายุ (Rabbit Card) บัตรโดยสารจะไม่ถูกตัดเงินค่าโดยสาร ในกรณีที่เกิดความล่าช้า โดยผู้โดยสารจะต้องออกประตูที่เจ้าหน้าที่สถานีกำหนด สำหรับผู้ถือบัตรโดยสารบีทีเอส ประเภทเที่ยวเดินทาง 30 วัน สำหรับบุคคลทั่วไป หรือนักเรียน นักศึกษา (30-day Pass) บัตรโดยสารจะไม่ถูกตัดเที่ยวเดินทาง โดยผู้โดยสารจะต้องออกประตูที่เจ้าหน้าที่สถานีกำหนด และจะเพิ่มเที่ยวเดินทางพิเศษให้จำนวน 2 เที่ยวต่อวันที่เกิดความล่าช้า
          นอกจากนี้บริษัทเตรียมเปิดช่องทางใหม่ในการแจ้งข้อมูลการให้บริการ โดยจะมี แอพพลิเคชั่นชื่อ "BTS SkyTrain" ให้ดาวน์โหลดทั้งในกูเกิ้ล แอพ สโตร์ และกูเกิ้ล เพลย์ สโตร์ ซึ่งบริษัทจัดทำขึ้นโดยมีจุดเด่นอยู่ที่การแจ้งเหตุการณ์รถไฟฟ้าขัดข้อง และการแจ้งความหนาแน่นของแต่ละสถานีแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับทราบข้อมูลก่อนใช้บริการ โดยคาดว่าแอพพลิเคชั่นจะพร้อมใช้งานในวันที่ 1 ส.ค.นี้ ทั้งนี้บริษัทขอน้อมรับข้อคิดเห็นทุกประการเพื่อนำไปปรับปรุงระบบบริการให้ดีเหมือนเช่นที่เป็นมา และจะพยายามดำเนินการแก้ไขปัญหา ที่เกิดขึ้นนี้ให้เร็วที่สุดและจะป้องกันไม่ให้ เกิดขึ้นอีก และในระหว่างนี้สามารถติดต่อได้ตามช่องทางดังนี้ www.bts.co.th, www. facebook.com/BTS.SkyTrain/, Twitter @BTS_SkyTrain, @btsskytrain2, Line @BTSSKYTRAIN หรือสอบถามรายละเอียดที่ศูนย์ฮอตไลน์บีทีเอสโทรศัพท์ 0-2617-6000