"YDM"ดึง"อินทัช-ออมสิน-ตลาดหุ้น"ถือหุ้นรุก"ดิจิทัลมาร์เกตติ้ง-ตปท."

  ผู้จัดการรายวัน360 - นายธนพล ทรัพย์สมบูรณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วายดีเอ็ม (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันดิจิทัลเข้ามามีบทบาทและส่งผล กระทบต่อหลายกลุ่มธุรกิจ และมองเป็นโอกาสที่จะเกิดขึ้นในอนาคตสูงมาก จากในปี 2560 ที่ผ่านมา เม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลในประเทศไทย มีมูลค่า 12,402 ล้านบาท โต 30% คิดเป็นสัดส่วน 10% ของอุตสาหกรรมโฆษณาทั้งหมด ซึ่งมีโอกาสเติบโตอีกมากในอนาคต เช่น ในจีน ปัจจุบันโฆษณาบนสื่อดิจิทัลมีกว่า 57%, อังกฤษ 60% และอเมริกา 30%
          ส่งผลให้ปีนี้บริษัทฯได้จับมือกับ 3 ผู้ร่วมทุนใหม่ คือ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน), ธนาคารออมสิน และตลาดหลัก ทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET เพื่อเสริม ความแข็งแกร่งทางด้านเงินทุน คอนเนกชัน และเทคโนโลยี ในการก้าวสู่ The New Era of Digital Marketing โดยเงินทุนที่ได้จากการร่วมทุนครั้งนี้ จะเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจที่เติบโต 100% ทุกปี รวมถึงต่อยอดธุรกิจใหม่
          โดยปี 2561 นี้จะเปิดแพลตฟอร์มใหม่ๆ ในกลุ่มดิจิทัลมาร์เกตติ้งอีกอย่างน้อย 4 แพลตฟอร์ม รวมถึงเปิดบริษัทใหม่ เกี่ยวกับอินฟลูเอนเซอร์ ถือเป็นบริษัทที่ 8 ของกลุ่ม จากที่ปีนี้ได้เปิดแผนก YDM Innovation ไปแล้ว โดยมีเป้าหมายร่วมกัน คือ การก้าวสู่ความเป็นกลุ่มบริษัทดิจิทัล มาร์เกตติ้ง อันดับ 1 ของไทย และนำบริษัทเข้า IPO ในตลาดหลักทรัพย์ฯภายในปี 2563 เพื่อก้าวสู่การให้บริการในต่างประเทศ โดยเฉพาะเซาท์อีสต์เอเชีย อย่างประเทศเวียดนาม ต่อไป
          สำหรับการจับมือกับ 3 พันธมิตรครั้งนี้ จะส่งผลให้บริษัทฯต้องมีการเพิ่มทุนจดทะเบียน ขณะเดียวกันยังทำให้มีกลุ่มผู้ถือหุ้น หลักเพิ่มเป็น 3 กลุ่ม คือ ตนเอง 40%, YDM เกาหลี 30% และ 3 ผู้ร่วมทุนใหม่อีก 30%
          โดยทั้ง 3 ผู้ร่วมทุนครั้งนี้ได้ร่วมลงทุนรวมกว่า 90 ล้านบาท แบ่งออกเป็นทางอินทัช ได้ร่วมทุนผ่านทางโครงการ Invent เป็นมูลค่า 30 ล้านบาท ธนาคารออมสินร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้อนุมัติวงเงินลงทุนมูลค่ารวม 60 ล้านบาท กับบริษัทในกลุ่ม เพื่อสนับสนุนเงินทุนให้ผู้ประกอบการดิจิทัลไทยสามารถแข่งขันได้
          นายธนพล กล่าวต่อว่า สำหรับกลุ่มวายดีเอ็ม ไทยแลนด์ หลังจากที่วายดีเอ็ม จากเกาหลีร่วมถือหุ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ขยายเครือข่ายได้กว่า 7 บริษัทในปัจจุบัน ถือเป็นกลุ่มบริษัทดิจิทัล มาร์เกตติ้ง ที่ให้บริการด้านดิจิทัล มาร์เก็ตติง โซลูชันครบวงจร
          อย่างไรก็ตาม ปีนี้กลุ่มบริษัท วายดีเอ็มฯ จะเน้นหนักไปในเรื่องของเทคโนโลยี รวมถึงการเป็นพาร์ตเนอร์กับบริษัทสตาร์ท อัปใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อนำแพลตฟอร์มใหม่ๆ เข้ามาใช้ และมั่นใจว่าสิ้นปีนี้จะมีรายได้ 500 ล้านบาท หรือโตร่วม 50% จากปีก่อนที่ทำได้ 320 ล้านบาท โดยยังคงวางเป้าหมายรายได้ที่ 1,000 ล้านบาท เพื่อนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลัก ทรัพย์ฯ ในปี 2020 หรือในปี 2563.