เดินหน้า"เอไอ" พระเอกอุตสาหกรรมไทย

สาลินีย์ ทับพิลา
          กรุงเทพธุรกิจ

          ปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างที่เด่นชัดคือ "โซเฟีย" หุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ ที่เปิดตัว เมื่อ 3 ปีที่แล้วก็มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งมีความฉลาดและคารมคมคายขึ้น ขณะที่ผิวหนังซิลิโคนก็ยกริมฝีปากยิ้มได้เป็นธรรมชาติมากขึ้น
          ล่าสุดเดินทางมาประเทศไทยเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา รับหน้าที่พิธีกรในการสัมมนา Robotics & Automation Symposium 2018 "สร้างกลไกการผลิต ด้วยเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ-ภาคปฏิบัติ ประเทศไทย4.0" วัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีดิจิทัล เตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสู่ยุคประเทศไทย 4.0 รวมถึงการสร้างเครือข่ายสำหรับคนในแวดวงเดียวกันและอุตสาหกรรมอื่นเกี่ยวข้อง
          ญี่ปุ่นทำได้ ไทยก็ต้องทำได้
          เวทีสัมมนานี้ภาคเอกชนผู้ใช้หุ่นยนต์ ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์โดย ฉัตรแก้ว ฮาตระวัง กรรมการผู้จัดการบริษัท ไทยซัมมิท โอโตโมทีฟ จำกัด ผู้ผลิต ชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ กล่าวว่า 40 กว่าปีที่อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ เริ่มมองเห็นศักยภาพของหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเมื่อ 15-20 ปีก่อน โดยมี ความต้องการที่จะพัฒนาขึ้นใช้เอง แต่ต้นทุนยังสูงเกินเอื้อมจึงจำเป็นต้องซื้อเทคโนโลยีต่างประเทศมาใช้ "เมื่อเราเริ่มคิดจะใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในไลน์การผลิต โดยมี ความต้องการใช้ 500 ตัว ก็เดินไปหานักวิจัย เพราะมีความพร้อมด้านงบประมาณ แต่ปรากฏว่าต้นทุนสูงมากๆ อีกทั้งมีโอกาส พบโรงงานในสหรัฐที่ปิดและโละหุ่นยนต์กว่า 200 ตัวจึงตัดสินใจซื้อมาพร้อมทั้งมองหาผู้เชี่ยวชาญที่จะนำหุ่นยนต์เก่านั้นมาใช้ประโยชน์"
          ในมุมของผู้ใช้ เกิดการตั้งคำถามว่า ลงทุนแล้วจะใช้ได้ไหม คุ้มค่าหรือไม่ เพราะ งบลงทุนในส่วนนี้ 10-20 ล้านบาท แต่เมื่อ มองเห็นโอกาสก็ตัดสินใจทุ่ม และนำบุคลากรในองค์กรที่สนใจมาช่วยกันเรียนรู้และพัฒนา กระทั่งสามารถพัฒนาทีมวิศวกรด้านหุ่นยนต์ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ได้เอง ด้วยแนวคิดที่ว่า ญี่ปุ่นทำได้ เราต้องทำได้ คนเหมือนๆ กัน
          ปัจจุบัน ไทยซัมมิทโอโตโมทีฟ มีหุ่นยนต์ ในองค์กรประมาณ 1,600 ตัวได้ และหุ่นยนต์ ราคาถูกลงเหลือเพียง 30% จากแรกเริ่มเมื่อ 15 ปีก่อน
          ทิศทางการใช้และพัฒนาเทคโนโลยี หุ่นยนต์และระบบออโตเมชั่น ล้อไปกับนโยบาย ไทยแลนด์ 4.0 พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวในการปาฐกถาเรื่องแนวทางการขับเคลื่อนดิจิทัลไทยแลนด์ ในยุค 4.0 ว่า ดิจิทัลไทยแลนด์เป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ประเทศ เพื่อขับเคลื่อนไทยไปข้างหน้าด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างดิจิทัลที่ผ่านคณะรัฐมนตรีเมื่อ เม.ย.2558
          โดยมีกฎหมาย และคณะทำงานมา รองรับหวังปฏิรูปทุกภาคส่วนของไทยให้ไปข้างหน้า หวัง 5 ปีทุกคนเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี ลดช่องว่างของคนเมืองและคนชนบท ลดความเหลื่อมล้ำ
          "ไทยแลนด์ 4.0 เป็นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ให้กับไทย ด้วยใช้นวัตกรรมที่เป็นทั้งของใหม่ และการเพิ่มประสิทธิภาพให้สิ่งที่มีอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อมองศักยภาพแล้ว เราเปลี่ยนผ่านได้ แต่ต้องดูว่าจะใช้วิธีการแบบไหน และจะเริ่มยังไงให้เร็วและแข็งแกร่ง"
          บีโอไอสนับสนุนสูงสุด
          ในส่วนกลไกการสนับสนุนจากภาครัฐพร้อมเต็มที่ ดุสิต ไตรศิริพานิช ผู้อำนวยการ สำนักบริหารการลงทุน2 สำนักงาน คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า หากมีการเปลี่ยนใช้เครื่องจักรหุ่นยนต์ หรือระบบอัตโนมัติก็จะมีสิทธิประโยชน์ต่างๆ ตั้งแต่การนำเข้า ที่จะได้รับการยกเว้น ภาษีตั้งแต่ต้นทางเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ ของอุตสาหกรรมนั้นๆ ให้ดีขึ้นจนกระทั่งมีกำไร ก็ต้องเสียภาษีตามปกติ แต่หากมีการทำความดี เช่น ใช้หุ่นยนต์แทนคนงานที่ต้องทำงานในพื้นที่ ไม่เหมาะสม เช่น ในที่อุณหภูมิความร้อนสูงก็ลดภาษีร้อยละ 50 เป็นเวลา 3 ปี
          ส่วนขั้นที่ 2 เป็นการทำความดีให้ประเทศ โดยการสนับสนุนผู้ประกอบการหรือ นักพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์หรือระบบอัตโนมัติของไทย เช่น ร่วมงานกับบริษัทไทย ที่ทำเรื่องของ System Integrate (SI) เป็นจำนวน 30% ของระบบการทำงานทั้งหมด ก็จะลดภาษี ร้อยละ 100 เป็นเวลา 3 ปี
          สำหรับผู้ที่ลงทุนใหม่และซื้อโรบอท มาใช้ก็จะเข้าข่ายเงื่อนไขเดียวกัน ในขณะเดียวกันฝั่งบริษัทไทยที่ทำด้าน SI สามารถยื่นขอลดหย่อนภาษีได้ 8 ปี เพราะเหมือนเป็นกลุ่มวิจัยและพัฒนาที่รับโจทย์จากผู้ใช้มาพัฒนา แต่หากเป็นการประกอบเท่านั้น ก็จะได้ลดหย่อนภาษี 5 ปี เพราะเป็นการสร้าง ซัพพลายเออร์ในไทย

          ดิจิทัลไทยแลนด์หวังอีก 5 ปีคนไทยทุกคนเข้าถึง และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล
          พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์

          บรรยายใต้ภาพ 
          รัฐบาลไทยส่งเสริมการใช้หุ่นยนต์และระบบผลิตอัตโนมัติในสถานประกอบการทุกระดับ