TOTปรับจุดOLTเน็ตชายขอบใหม่ ลดวงเงินลงทุนกว่า280ล้านบาท

 “ทีโอที” ปรับจุดอุปกรณ์ OLT เน็ตชายขอบใหม่ ลดลง 193 จุด เหลือติดตั้ง 252 จุด จากเดิม 445 จุด ลดความซ้ำซ้อนกับโครงข่ายเน็ตประชารัฐ ช่วยลดเงินลงทุนกว่า 280 ล้านบาท ยันส่งมอบทันตามสัญญา ก.ย. 61นี้
          นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT เปิดเผยว่า บริษัทได้ดำเนินการตามสัญญาในโครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) 3,920 หมู่บ้านของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
          หลังจากบริษัทเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการดังกล่าว 3 สัญญา ได้แก่ สัญญากลุ่มที่ 1 พื้นที่ภาคเหนือ 1 การจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ สัญญากลุ่มที่ 2 พื้นที่ภาคเหนือ 2 การจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และสัญญากลุ่มที่ 3 พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง วงเงินรวม 6,486.39 ล้านบาท สัญญา 6 ปี ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย. 2560-28 ก.ย. 2566
          ทั้งนี้ บริษัทได้จัดเจ้าหน้าที่ช่างซึ่งมีความชำนาญในพื้นที่เข้าสำรวจสภาพพื้นที่และจุดติดตั้ง พบว่าพื้นที่บางส่วนของจุดติดตั้งอุปกรณ์ OLT ตามโครงการเน็ตชายขอบมีความซ้ำซ้อนกับเน็ตประชารัฐ รวมถึงบางพื้นที่มีความไม่เหมาะสมของสถาปัตยกรรมการออกแบบและภูมิประเทศ บริษัทจึงได้ออกแบบจุดวางโครงข่ายใหม่ (Re-Design) และนำเสนอให้ กสทช.พิจารณาตรวจสอบความถูกต้องตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2560 ที่ผ่านมา
          นายมนต์ชัย กล่าวว่า จากการ Re-Design ทำให้การลงทุนโครงข่ายเน็ตชายขอบไม่มีความซ้ำซ้อนกับโครงข่ายเน็ตประชารัฐ โดยลดจำนวน OLT ของโครงการฯ ลงจำนวน 193 จุด จากจำนวน 445 จุด คงเหลือการติดตั้งจำนวน 252 จุด แบ่งเป็นสัญญากลุ่มที่ 2 พื้นที่ภาคเหนือ 2 ลดลง 60 จุด จาก 227 จุด เหลือ 167 จุด และสัญญากลุ่มที่ 3 พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลดลง 133 จุด จาก 218 จุด เหลือ 85 จุด ซึ่งยังคงให้บริการครอบคลุมครบทั้ง 2,745 หมู่บ้าน ตามที่ระบุไว้ในสัญญา และมีคุณภาพการให้บริการตามมาตรฐานที่กำหนดทำให้สามารถลดจำนวนอุปกรณ์และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง อาทิ เคเบิลใยแก้วนำแสง ค่าติดตั้ง และค่าบำรุงรักษาในระยะยาว ฯลฯ ส่งผลให้ประหยัดงบประมาณลงทุนกว่า 280 ล้านบาท
          “การ Re-Design บริษัททำตาม TOR ของ กสทช.ที่ระบุว่าจะต้องทำการสำรวจสภาพพื้นที่และจุดติดตั้งก่อนดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ เพื่อไม่ให้การลงทุนโครงข่ายเน็ตชายขอบเกิดความซ้ำซ้อนกับโครงการเน็ตประชารัฐ โดยขณะนี้ กสทช.อนุมัติมาแล้วประมาณ 50% ดังนั้นหวังว่าจะได้รับการชดเชยเวลาตามสมควร แม้งวดที่ 1 เดือน มี.ค. 2561 และงวดที่ 2 เดือน มิ.ย. 2561 บริษัทจะส่งมอบล่าช้า แต่ยืนยันว่าบริษัทสามารถส่งมอบได้ทันตามสัญญาในเดือน ก.ย.นี้” นายมนต์ชัย กล่าว
          ขณะเดียวกันในส่วนอาคารศูนย์ USO ตามสัญญาต้องก่อสร้าง 391 แห่ง บริษัทได้ก่อสร้างที่ ต.หนองสังข์ อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ เป็นอาคารต้นแบบในการที่จะดำเนินการอีก 390 แห่ง สำหรับสัญญาโครงการเน็ตชายขอบทั้ง 3 สัญญา แบ่งเป็นวันที่ 28 ก.ย. 2560-28 ก.ย. 2561 ดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ และวันที่ 1 ต.ค. 2561-30 ก.ย. 2566 ดำเนินการให้บริการ Wi-Fi และบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่พร้อมการบำรุงรักษาอุปกรณ์ แก้ไขเหตุเสียให้คืนดี จากนั้นวันที่ 1 ต.ค.-29 พ.ย. 2566 ดำเนินการส่งมอบทรัพย์สินให้ กสทช.