"ไทย"ติดที่10เอเชียขีดแข่งขันดิจิทัล"สิงคโปร์"รั้งแชมป์

กรุงเทพธุรกิจ สิงคโปร์รั้งที่ 1 ประเทศเศรษฐกิจดิจิทัล ที่มีขีดความสามารถด้านการแข่งขันสูงสุดแห่งเอเชีย ปี 61 และติดอันดับ 2 ของโลก ด้านไทยติดอันดับ 10 ขยับขึ้นจากปีก่อน 2 ขั้น และรั้งอันดับที่ 39 ของโลก
          ไอเอ็มดีเผยแพร่รายงานจัดอันดับประเทศที่มี การแข่งขันด้านเศรษฐกิจดิจิทัลสูงสุดของโลกประจำปี 2561 ระบุว่า สิงคโปร์ติดอันดับ 1 ของภูมิภาคเอเชียแต่หากเป็นอันดับของโลกติดอันดับที่ 2 ส่วนฮ่องกง อยู่อันดับ 2 ของเอเชีย แต่ร่วงจากอันดับของโลกลงไป สามอันดับ ขณะที่ไทย ติดอันดับ 10 ขยับขึ้นมา 2 อันดับ จากปีที่แล้ว โดยติดอันดับที่ 10 ของเอเชีย และติดอันดับที่ 39 ของโลก สิงคโปร์รั้งที่ 1 ประเทศเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีขีดความสามารถด้านการแข่งขันสูงสุดแห่งเอเชีย
          รายงานการจัดอันดับครั้งนี้ ทำการสำรวจและวิเคราะห์ด้านการแข่งขันประเทศต่างๆ 63 ประเทศโดยใช้เกณฑ์ในการจัดอันดับ 50 เกณฑ์ แยกเป็นการเก็บข้อมูลเชิงลึก50 หัวข้อและรวบรวมข้อมูลผ่านการสำรวจความคิดเห็น 20 ครั้งและการจัดอันดับยังอิงกับตัวแปรขีดความสามารถด้านการแข่งขันดิจิทัล3ตัวแปรคือองค์ความรู้ เทคโนโลยีและความพร้อมในอนาคต โดยมี เป้าหมายเพื่อประเมินความพร้อมทั้งของรัฐบาล รูปแบบธุรกิจ และสังคมโดยทั่วไปในแต่ละประเทศในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิทัล
          สหรัฐแซงหน้าอันดับ1โลก
          ไอเอ็มดีระบุว่า สำหรับขีดความสามารถด้านการแข่งขันในส่วนของเศรษฐกิจดิจิทัลของสิงคโปร์นั้น เมื่อปีที่แล้ว ประเทศนี้อยู่ในอันดับ1 แต่ปีนี้สูญเสียอันดับให้แก่สหรัฐที่ขยับขึ้นมาจากปีก่อน 2 ขั้นและสาเหตุที่สิงคโปร์ ติดอันดับ1ของเอเชียในส่วนนี้เพราะได้คะแนนด้านองค์ความรู้ ตัวแปรด้านเทคโนโลยี และความพร้อมในอนาคต 15 คะแนน
          อย่างไรก็ตาม รายงานของไอเอ็มดี ระบุว่า แม้สิงคโปร์จะได้คะแนนสูงในด้านการฝึกอบรม การศึกษา และบรรยากาศแวดล้อมที่เอื้อต่อการเป็นประเทศเศรษฐกิจดิจิทัล แต่ทัศนคติของสังคมต่อการเปิดรับเทคโนโลยีและความรวดเร็วของภาคธุรกิจในการฉกเฉวยประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลยังค่อนข้างค่ำคือยังอยู่อันดับที่ 20 และ 18 ตามลำดับ
          สิงคโปร์เน้นเด็กรุ่นใหม่เรียนรู้ดิจิทัล
          ที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการของสิงคโปร์ ออกแถลงการณ์ว่า ต้องปรับตัวขนานใหญ่ด้านการศึกษา เพื่อให้นักเรียนนักศึกษามีทักษะความสามารถตอบสนองให้ทันยุคแห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่ หรือที่เรียกว่ายุคอุตสาหกรรม 4.0 โดยสิงคโปร์ มีแผนปฏิรูปมหาวิทยาลัย เน้นการสร้างผลกระทบต่อผู้เรียนมากกว่าเกรด ผลิตคน หลากหลายตามความต้องการของผู้เรียน และเป็นมหาวิทยาลัยสำหรับทุกช่วงวัยของชีวิต
          เปลี่ยนการเรียนรู้แบบทฤษฎีใน ห้องเรียนมาเป็นการฝึกฝนประสบการณ์ผสมผสานการทำงานจริง แก้ปัญหาจริง เพราะความรู้หาได้ง่ายขึ้นมาก มหาวิทยาลัยในอนาคตจะมีลักษณะเรียนไป ทำงานไป เป็นผู้ประกอบการไป  และเด็กสิงคโปร์ต้องอยู่ในโลกยุคการค้าแห่งดิจิทัลได้ มีทักษะด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มความหลากหลายของอุดมศึกษา
          เด็กสามารถเลือกเส้นทางตามความสนใจ มีสายอาชีพหลากหลาย แนะนำเส้นทาง ต่างๆ ตั้งแต่วัยเด็ก เช่น ให้รู้ตัวเองว่าชอบและ ถนัดอะไรให้เร็วที่สุด ยุคต่อไปคนเราต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต และมหาวิทยาลัยต้องคอยติดตาม คอยตอบสนอง ว่าคนที่จบไปแล้วอยากกลับมาเรียนอะไร และท้ายที่สุด มหาวิทยาลัยทำหน้าที่แค่สอนและวิจัยไม่ได้แล้ว ต้องเพิ่มเติมบทบาทตัวเองให้มากขึ้น เพื่อให้มีความหลากหลายและตอบสนองตามยุคสมัยมากที่สุด
          ฮ่องกงรั้งที่2ของเอเชีย
          รายงานการจัดอันดับด้านการแข่งขันในส่วนของเศรษฐกิจดิจิทัลของไอเอ็มดี ระบุว่า ฮ่องกง ติดอันดับ2 ของเอเชียและอันดับ11 ของโลก จากปีที่แล้วที่อยู่อันดับ 7 ของโลก  ขณะที่ออสเตรเลีย ขยับขึ้นมา2 อันดับมาอยู่อันดับ 3 ในเอเชียและอันดับ 15 ของโลก เกาหลีใต้ ซึ่งช่วงที่ผ่านมา มีความโดดเด่นอย่างมากในความพยายามผลักดันให้เป็นประเทศเศรษฐกิจดิจิทัล อันดับ ดีขึ้น 5 อันดับเป็นอันดับที่ 14 ของโลกและอันดับ3ในเอเชีย ส่วนไต้หวัน ร่วงลงไปจากอันดับที่ 12 ของปีก่อนเป็นอันดับ16 ของโลกในปีนี้ และอันดับที่ 5 ของเอเชีย
          ส่วนญี่ปุ่น อันดับดีขึ้น 5 อันดับ โดยติดอันดับ 22 ของโลก และติดอันดับประเทศเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีความสามารถด้านการแข่งขันที่ 7 ของเอเชีย เพราะได้แรงหนุนจาก คะแนนด้านองค์ความรู้และความพร้อมที่จะ รับมือกับความเป็นเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต
          อันดับมาเลเซียร่วงลง
          มาเลเซีย อันดับร่วงลงไปจากอันดับ 24 เป็นอันดับที่ 27 ของโลกและอันดับ 8 ในเอเชีย เพราะผลพวงจากได้คะแนนในส่วนของเทคโนโลยีลดลง รวมทั้งคะแนนด้านความพร้อมรับมือกับเศรษฐกิจดิจิทัลก็ลดลงด้วยเช่นกัน ขณะที่จีน ติดอันดับที่ 9 ของภูมิภาคเอเชีย และอันดับที่ 30 ของโลก ขยับขึ้นมา 1 อันดับจากปีก่อน  เช่นเดียวกับไทยที่อันดับ ขยับขึ้นสองอันดับจากปีที่แล้ว และติดอันดับ 39 ของโลก และอันดับ 10 ของเอเชีย ส่วนอินเดีย ติดอันดับที่ 48 ของโลก เพิ่มขึ้น จากปีที่แล้ว 3 อันดับ และติดอันดับที่ 11 เอเชีย
          ฟิลิปปินส์ ติดอันดับที่ 12 ของเอเชีย และอันดับร่วงลงไป 10 อันดับจากการจัดอันดับเมื่อปีที่แล้ว และเมื่อเทียบในระดับโลก ฟิลิปปินส์ ติดอันดับที่ 56 ส่วนมองโกเลียและอินโดนีเซีย ติดอันดับ 61 และ 62 ตามลำดับ