มิว สเปซ ดันดาวเทียม รุกตลาดบรอดแบนด์

 ภูวดล โกมลรัตนเสถียร
          อัตราการเติบโตของฐานผู้บริโภคในธุรกิจการให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและสัญญาณมือถือในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้นการขยายฐานธุรกิจเพื่อรองรับความต้องการที่เติบโตจึงเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญ
          วรายุทธ เย็นบำรุง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท มิว สเปซ แอนด์ แอดวานซ์ เทคโนโลยี เปิดเผยว่า บริษัทมีความพร้อมในการบริการและเพื่อตอบสนองความต้องการทั้งเทคโนโลยี 5จี นวัตกรรมไอโอที ผ่านการให้บริการดาวเทียม ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและสัญญาณมือถือ เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ได้ทั่วถึง
          ปัจจุบัน มิว สเปซ ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สาม โดยได้รับสิทธิในการใช้คลื่นความถี่ดาวเทียม ณ ตำแหน่งวงโคจร 50.5 องศาตะวันออก ซึ่งเมื่อส่งดาวเทียมขึ้นไปในตำแหน่งดังกล่าว จะทำให้มีคลื่นความถี่ดาวเทียมที่สามารถให้บริการครอบคลุม 6 ประเทศในอาเซียน ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม มาเลเซีย รวมถึงประเทศไทย
          อย่างไรก็ตาม ในไทยอยู่ระหว่างรอขั้นตอนการอนุมัติจากภาครัฐ สำหรับสิทธิในการเช่าช่องสัญญาณดาวเทียม โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในไตรมาส 3 นี้ ก่อนที่จะเปิดให้บริการสัญญาณดาวเทียมครอบคลุม 6 ประเทศภายในปีนี้
          ทั้งนี้ คลื่นความถี่ดังกล่าว มีการใช้งานโดยบริษัทในเครือพันธมิตร SES บริษัทให้บริการดาวเทียมจากเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมิว สเปซจะวางแผนเช่าคลื่นความถี่ดาวเทียมในตำแหน่งดังกล่าวเป็นระยะเวลา 15 ปี และจะต่อระยะเวลาการเช่าออกไปอีก 15 ปี
          เบื้องต้น แผนการทำตลาดจะมุ่งไปที่การทำงานร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายหรือโอเปอเรเตอร์ด้านอินเทอร์เน็ต บรอดแบนด์ ผ่านดาวเทียม โดยเฉพาะการให้บริการอินเทอร์เน็ตบนเครื่องบิน เนื่องจากดาวเทียมนี้มีความจุที่สูงเหมาะสมกับการใช้งานในด้านนี้ รวมถึงเพื่อสนับสนุนความต้องการของตลาด คาดจะเห็นความชัดเจนในไตรมาส 4 นี้
          สะท้อนจากข้อมูลของธนาคารโลก พบว่า ประชากรทั้งหมดใน 6 ประเทศนี้มีจำนวนกว่า 269 ล้านคน โดย 42% หรือประมาณ 113 ล้านคน เป็นผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตและมีการลงทะเบียนใช้งานโทรศัพท์มือถือกว่า 359 ล้านเลขหมาย
          นอกจากนั้น จะมุ่งสู่ตลาดสมาร์ทซิตี้และการพัฒนานวัตกรรมการให้บริการทางด้านดาวเทียม และในระยะต่อไปบริษัทจะทำตลาดกับผู้บริโภค ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านไอโอที เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค
          ขณะเดียวกัน ในอนาคต มิว สเปซ มีแผนจะให้บริการ Mobile Backhaul ผ่านโครงข่ายดาวเทียม รวมทั้งการให้บริการด้านระบบการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ ซึ่งมีเป้าหมายในปี 2564 จะส่งดาวเทียมของบริษัทขึ้นไปทดแทนดาวเทียมเดิมที่มีอยู่ในตำแหน่งโคจรดังกล่าว โดยโอเปอเรเตอร์สามารถใช้ดาวเทียมเป็น Backhaul ในการให้บริการ 5จี ได้ และหากรัฐบาลไทยต้องการมีดาวเทียมเป็นของประเทศก็สามารถเช่าผ่านบริษัทได้ทันที
          วรายุทธ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสัดส่วนรายได้ของบริษัท กว่า 80% จะเน้นไปที่ธุรกิจบริการด้านดาวเทียมเป็นหลัก และ 20% มาจากธุรกิจการท่องเที่ยวอวกาศ โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ ชาวเอเชีย
          ขณะที่การเติบโตของธุรกิจการให้บริการดาวเทียมและกิจการอวกาศใน 30 ปีข้างหน้า คาดว่าจะมีเม็ดเงินเกิดขึ้นราว 90 ล้านล้านบาท ดังนั้นบริษัทจึงเล็งเห็นโอกาสที่จะเริ่มขยายช่องทางการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโต ทั้งด้านดาวเทียม ดิจิทัล พาร์ค และการท่องเที่ยวอวกาศ