ติงกสทช.ตั้งค่าคลื่นสูงปิดกั้นรายใหม่เข้าตลาดมือถือ

แหล่งข่าวจากระดับสูงวงการโทรคมนาคมแสดงความเห็นกรณีไม่มีผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่สนใจเข้าร่วมการประมูล คลื่น 1800 MHz ว่าอาจเป็นช่วงเวลาที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)ต้องกลับมานั่งทบทวนเรื่องการจัดสรรความถี่ใหม่ทั้งหมด ในขณะที่มูลค่าราคาคลื่นจากการประมูลความถี่ที่สูงจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี ทั้งในแง่เป็นกำแพงที่จะมีรายใหม่เข้ามาสู่ตลาด หรือเป็นการดึงเงินออกจากอุตสาหกรรมโทรคมนาคมสูงเกินจำเป็น การที่กสทช.เรียกเงินค่าความถี่จำนวนมากในเวลาอันสั้น อาจทำให้ผุ้ประกอบการ ไม่เหลือเงินสดในการลงทุนสร้างโครงข่ายใหม่หรืออัพเกรดเทคโนโลยีให้ทันสมัย
          ก่อนหน้านี้ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ประกาศไม่เข้ายื่นประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะเปิดประมูลวันที่ 4 สิงหาคม 2561 โดย ดีแทค อ้างว่าปัจจุบันดีแทคมีการถือครองคลื่นย่านความถี่สูง (highband spectrum) มีปริมาณมากพอแล้ว ส่วน เอไอเอส และ ทรู มองว่าหลักเกณฑ์ ไม่เอื้อต่อการประมูล (หลักเกณฑ์แบบ N-1) และติดปัญหาเงินลงทุนใหม่ไม่เพียงพอ โดยก่อนหน้านี้ทั้งสองรายของยืดหนี้ ใบอนุญาตคลื่น 900MHz ออกไปแต่ ไม่ประสบผลสำเร็จ
          แหล่งข่าวกล่าวว่า การไม่มีผู้สนใจประมูลย่อมส่งสัญญาณอันตรายต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมของประเทศไทย รวมถึงความตั้งใจที่รัฐบาลต้องการให้เกิด 5G ให้ได้ภายในเร็ววันเพื่อไม่ให้ประเทศไทย ตกขบวน แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าประเทศไทย จะมีความถี่อยู่จำนวนมากแต่กลับไม่มีผู้ใด สนใจเสนอตัวนำความถี่มาสร้างโครงข่ายเพื่อให้บริการกับประชาชน คาดว่าในอนาคตอัตราการบริโภคข้อมูลผ่านโครงข่าย โทรศัพท์เคลื่อนที่จะมีจำนวนเพิ่มขึ้น 8-10 เท่า ในระยะเวลา 4-5 ปีข้างหน้า แต่เมื่อไม่มีความถี่ใหม่เข้าสู่โครงข่าย คุณภาพการให้บริการจะมีแต่ต่ำลงหรือย่ำอยู่กลับที่ ตรงข้ามกับประเทศเพื่อนบ้านที่จะมีพัฒนาการโครงข่ายเอาความถี่มาใช้งานบริการดีวันดีคืนขึ้นเรื่อยๆ