กสทช.ไฟเขียวลดค่าเช่าทีวีดิจิทัล

 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กลทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม บอร์ด กสทช. เห็นชอบให้ผู้บริการโครงข่ายทีวีดิจิทัล ปรับลดค่าเช่าโครงข่ายทีวีดิจิทัล มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.61 เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าเช่าโครงข่าย ของทีวีดิจิทัลและ กสทช.ก็จะเริ่มจ่ายค่าเช่าโครงข่ายให้กับทีวีดิจิทัลในอัตรา 50% ของค่าเช่า ตามคำข้อเสนอของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
          สำหรับผู้ให้บริการโครงข่ายทีวีดิจิทัลที่จะปรับลดค่าเช่าลง ได้แก่ สถานีโทรทัศน์กองทัพบก (ช่อง 5) ปรับลดลงราว 26% โดยค่าเช่าในระบบความคมชัดปกติ (เอสดี)จาก 4.72 ล้านบาทต่อเดือน เหลือ 3.50 ล้านบาท ต่อเดือน ส่วนระบบความคมชัดสูง (เอชดี) จาก 14.16 ล้านบาทต่อเดือนเหลือ 3.50 ล้านบาท ต่อเดือน ส่วนระบบความคมชัดสูง (เอชดี) จาก 14.16 ล้านบาทต่อเดือน เหลือ 10.50 ล้านบาทต่อเดือนขณะที่องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่ง ประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) ปรับลดลง 22% โดยระบบ เอสดี จาก 4.6 ล้านบาท ต่อเดือน เหลือ 3.6 ล้านบาทต่อเดือน ระบบเอชดีจาก 13.80 ล้านบาทต่อเดือน เหลือ 10.80 ล้านบาทต่อเดือน
          ขณะที่ในส่วนของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ยังไม่ได้เสนอแผนการปรับลดค่าเช่า ให้ กสทช. พิจารณา โดย อสมท ต้องนำส่งค่าเช่าใหม่ ภายในเดือน มิ.ย.นี้ ปัจจุบันค่าเช่าระบบเอสดี 4.76 ล้านบาทต่อเดือน และเอชดี 13 ล้านบาทต่อเดือน
          การปรับลดอัตราค่าเช่าโครงข่ายมักซ์ลง นอกจากจะเป็นการช่วยผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลแล้ว ยังเป็นการลดภาระของรัฐบาลในการอุดหนุนเงินค่าเช่าโครงข่าย 50% ให้กับผู้ประกอบการ โดยผู้ประกอบการสามารถเบิกค่าเช่าโครงข่ายได้เป็นรายเดือน ทั้งนี้ ในปัจจุบัน กสทช.อุดหนุนเงินค่าเช่าโครงข่ายให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลปีละ 1,100 ล้านบาท และอุดหนุนเป็นเวลา 2 ปี คิดเป็นวงเงินไม่เกิน 2,200 ล้านบาท ซึ่งเมือปรับลดค่าเช่าลงทำให้ยังมีเงิน คงเหลืออีก 500 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในอนาคตคงต้องหารือว่าจะดำเนินการกับเงินที่เหลืออย่างไร จะนำมาช่วยผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลเพิ่มหรือไม่ นายฐากรกล่าว