"ยูไอเอช"ดันขาโซลูชั่น ทุ่มงบกว่า700ล้านบาทขยายโครงสร้างพื้นฐานเปิดบริการใหม่

โพสต์ทูเดย์ - ยูไอเอช ประกาศแผนลุยซอฟต์แวร์เซอร์วิส คลาวด์ เอไอ เจาะกลุ่มลูกค้าองค์กรก้าวสู่ดิจิทัลทรานส์ ฟอร์เมชั่น ตั้งเป้า 3 ปี โต 10% ต่อเนื่อง
          นายสันติ เมธาวิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ (UIH) ในกลุ่มบริษัท เบญจจินดา โฮลดิ้ง เปิดเผยว่า แผนธุรกิจของบริษัทได้จัดตั้งกลุ่มธุรกิจดิจิทัลโซลูชั่นและดิจิทัลอินโนเวชั่น เพื่อพัฒนาบริการดิจิทัลใหม่ๆ ที่สอดรับกับ เทรนด์ดิจิทัล ประกอบด้วย เทคโนโลยี คลาวด์ ปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ และบิ๊กดาต้า เพื่อนำมาเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงานทั้งก่อนและหลังการขาย ลดต้นทุนการดำเนินการ สร้างโอกาสธุรกิจ
          ทั้งนี้ บริษัทธุรกิจดิจิทัลโซลูชั่นจะมุ่งเน้น ยู สมาร์ท (U-SMART) บริการทางด้านดิจิทัลรูปแบบซอฟต์แวร์เซอร์วิสเชื่อมโยงการทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา ประกอบด้วย 5 โซลูชั่น ได้แก่ 1.สมาร์ท แท็ก บริการรองรับการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร โดยยูไอเอชได้รับอนุมัติให้จัดทำ ส่งมอบ และเก็บรักษาใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ และใบรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ จากกรมสรรพากร
          ขณะที่โซลูชั่น 2.ระบบจัดการทรัพยากรมนุษย์หรือบริหารงานบุคลากรออนไลน์ การบันทึกเวลางานจากโมบายแอพพลิเคชั่น พร้อมระบบแสดงผลที่สามารถเรียกดูข้อมูลพนักงานได้อย่างเรียลไทม์ 3.ระบบจัดการงานเอกสารสำคัญในองค์กร ตั้งแต่แปลงไฟล์เอกสาร 4.การบริหารจัดการลงลายมือชื่อดิจิทัล ลงไปในเอกสาร 5.บริการแชตแพลตฟอร์มบนไลน์ ออฟฟิศเชียล แอคเคาท์ โดยมีบริการวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานด้วยดาต้า อนาไลติกส์
          นอกจากนี้ ยังทุ่มงบลงทุน 100 ล้านบาท สำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ในพับลิกคลาวด์ การพัฒนาซอฟต์แวร์ และวางแผนจะเปิดให้บริการไพรเวทคลาวด์ ซึ่งจะเป็นรูปแบบที่ไม่ต้องไปติดตั้งในองค์กรที่ต้องการลงทุน เพื่อรองรับกับแนวโน้มในอนาคตองค์กรต้องปรับตัวสู่ไฮบริดคลาวด์ สำหรับตลาด คลาวด์ในไทยมีมูลค่า 8,000 ล้านบาท มีอัตราการเติบโต 25%
          "การรุกธุรกิจดิจิทัลโซลูชั่นของบริษัทไม่ถือว่าช้า เพราะวันนี้องค์กรไทยกำลังเข้าสู่ยุคดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น และอยู่ในอันดับของการเริ่มต้น โดยนำเทคโนโลยีมาปรับปรุงกระบวนการทำงาน พัฒนาธุรกิจ และสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้า ซึ่งบริการดิจิทัลโซลูชั่นของยูไอเอชพัฒนาอยู่บนโครงข่ายสื่อสารความเร็วระดับ เทราบิตครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมช่วยลูกค้าก้าวผ่านสู่ยุคดิจิทัลทรานส์ฟอร์ เมชั่นให้ประสบความสำเร็จได้รวดเร็วและง่ายขึ้น" นายสันติ กล่าว
          นายสันติ กล่าวอีกว่า จุดเด่นของบริษัทจะพัฒนาโซลูชั่นที่แตกต่างจาก คู่แข่ง เบื้องต้นลงทุน 400 ล้านบาท สำหรับการอัพเกรดดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่ที่มีการใช้งานหนาแน่น โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และขยายดาตาเซ็นเตอร์แล็บจาก 100 แห่ง เพิ่มเป็น 300 แห่ง เพื่อให้บริการลูกค้าเพิ่มขึ้น โดยจะเริ่มในไตรมาส 3 นี้ นอกจากนี้ยังลงทุนอีก 200 ล้านบาท สำหรับการเชื่อมเครือข่ายดาต้าเซ็นเตอร์ 20 แห่งทั่วประเทศเข้าด้วยกัน
          สำหรับรายได้ของบริษัทในช่วงหลายปีที่ผ่านมามากกว่า 3,000 ล้านบาทอย่างต่อเนื่อง และจากการทำตลาดเชิงรุกกลุ่มธุรกิจดิจิทัลโซลูชั่นตั้งเป้าเติบโต 10% อย่างต่อเนื่อง โดยภายในปี 2563 จากการขยายธุรกิจดิจิทัลโซลูชั่น หรือนันคอนเนกซ์ สัดส่วนรายได้กลุ่มดังกล่าวเพิ่มจาก 40% เป็น 50% ส่วนกลุ่มธุรกิจคอนเนกซ์จาก 60% เป็นเหลือ 50% ขณะนี้กลุ่มลูกค้ายังคงเป็นกลุ่มภาคเอกชน 80% และที่เหลืออีก 20% เป็นภาครัฐ