5ทุนยักษ์ลงขันสร้างสตาร์ทอัพป้องกัน"ดิสรัป"

กรุงเทพธุรกิจ กองทุน 500 ตุ๊กตุ๊กส์ ลุยขยายกองทุนใหม่ ดึง 5 ยักษ์ใหญ่ธุรกิจไทย "กลุ่มทีซีพี-เครือสหพัฒน์-กลุ่มเซ็นทรัล- อาคเนย์ประกันภัย-เครือไทยรัฐ" ร่วมเท งบลงทุน ผ่าน 150 สตาร์ทอัพ ทั่วอาเซียน หวัง 5 ปี แจ้งเกิดสตาร์ทอัพใหญ่ไซส์ 100 ล้านดอลลาร์ 6-7 ราย
          ผ่าเกมรบบิ๊กทุนไทย "กลุ่มธุรกิจทีซีพี เครือสหพัฒน์ กลุ่มเซ็นทรัล อาคเนย์ประกันภัย ของทีซีซี กรุ๊ป เครือไทยรัฐ" ที่มีรายได้รวมกัน หลัก"หลายแสนล้านบาท" ล่าสุดได้ลงขันโดยไม่เผยจำนวนเงิน ในกองทุน 500ตุ๊กตุ๊กส์ (500TukTuks) เพื่อนำเงินไปหนุนการลงทุนใน 150 สตาร์ทอัพของไทย ซีแอลเอ็มวี และสตาร์ทอัพระดับโลกที่มาปักหมุดในอาเซียน เน้นเทคโนโลยีแห่งอนาคตและมีความ ซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะหมวดฟินเทค ทราเวลออนไลน์ โลจิสติกส์ อาหาร ป้องกันการโดน Disrupt จากเทคโนโลยีใหม่ๆ และมุ่งทรานฟอร์มองค์กรสู่ยุคดิจิทัล พร้อมผนึกธุรกิจใหญ่ให้แกร่งพร้อมสปีดขยายอาณาจักร
          กองทุน 500 ตุ๊กตุ๊กส์ เปิดตัวกองทุนแรก เพื่อระดมเงิน 10 ล้านดอลลาร์ หรือราว 400 ล้านบาท เพื่อนำเงินไปลทุนใน 50 บริษัทสตาร์ทอัพ ตั้งแต่ ปี 2558 ซึ่งขณะนี้เงินทุนดังกล่าวถูกใช้ไปแล้วราว 80-90%ทำให้ต้องขยายกองทุนใหม่เป็น กองที่ 2 พร้อมเปิดโอกาสให้ "บิ๊กคอร์ป" ของไทย ประกอบด้วย บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน)หรือSPI บริษัทลงทุนในเครือหพัฒน์ยักษ์ใหญ่สินค้าอุปโภคบริโภคที่มีรายได้เกือบ 2 แสนล้านบาทต่อปี, กลุ่มธุรกิจ ทีซีพี หรือกระทิงแดง ยักษ์ใหญ่เครื่องดื่มชูกำลัง เบอร์ 1 ของโลก ที่มีรายได้เกือบ 3 หมื่นล้านบาท
          กลุ่มเซ็นทรัล เบอร์ 1 ห้างค้าปลีกของไทยมีรายได้ราว 3.9 แสนล้านบาท, อาคเนย์ประกันภัยของกลุ่มไทยเจริญคอร์ปอเรชั่นหรือทีซีซี กรุ๊ป ของ"เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี" มีรายได้ราว 2.2 หมื่นล้านบาท(เฉพาะอาคเนย์ฯ) และบริษัท วัชรพล จำกัด ในเครือไทยรัฐ มีรายได้ราว 3,000 ล้านบาท นำเงินมาลงทุนในกองทุนดังกล่าว เพื่อไปต่อยอดการลงทุนในสตาร์อัพต่อไป
          นายกระทิง พูนผล ผู้จัดการการกองทุน 500TukTuks เปิดเผยว่า กองทุน 500ตุ๊กตุ๊กส์ กองที่ 2 จะให้น้ำหนักการลงทุนในสตาร์ทอัพที่อยู่ในระดับเริ่มต้นหรือ Seeding และ ระดับซี่รี่เอ(Series A) ที่กำลังจะขยายตัวใหญ่ขึ้น เนื่องจากกลุ่มนี้ยังค่อนข้างเป็น คอขวด ไม่สามารถขยายใหญ่ได้
          "เราต้องการโยกย้ายเงินทุนไปลงทุนในสตาร์ทอัพระดับที่ใหญ่ระดับ 1 ล้านดอลาร์ ซึ่งขณะนี้ยังเป็นคอขวด เพราะที่ผ่านมาการลงทุนสตาร์ทอัพส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับล่างเป็นหลัก หากทะลวงคอขวดได้ จะทำให้การเติบโตเร็วขึ้น"
          สนลงทุนดิจิทัล-ไอทีขั้นสูง
          ส่วนเทคโนโลยีที่สนใจจะเป็นดิจิทัล และเทคโนโลยีขั้นสูงมีความซับซ้อน เป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต หรือ DeepTech และสอดคล้องกับโครงสร้างเศรษฐกิจของไทย เช่น อาหาร ไบโอเทค การท่องเที่ยว (online travel) ฟินเทค ปัญญาประดิษฐ์(AI) เทคโนโลยีการเกษตร (AgiTech) อีคอมเมิร์ซ เศรษฐกิจดิจิทัล และโลจิสติกส์ เป็นต้น ขณะที่เทคโนโลยีดังกล่าว เติบโตสูงมาก เช่น ออนไลน์ทราเวล โต 4 เท่า สื่ออนไลน์โต 5 เท่า อีคอมเมิร์ซ โต 16 เท่า และเศรษฐกิจดิจิทัลโต 6.5 เท่า
          โดยการลงทุนในสตาร์ทอัพจะเน้นทั้ง ในไทย และจะประสานกับกองทุน 500Durian ของมาเลเซีย และกองทุน 500Vietnam เพื่อขยายการลงทุนไปสู่กลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม(ซีแอลเอ็มวี) รวมถึงสตาร์ทอัพระดับโลกที่เข้ามาลงทุนในอาเซียน เนื่องจากการลงทุนสตาร์ทอัพในอาเซียนเป็นภูมิภาคที่กำลังเติบโตสวนทางกับสตาร์ทอัพ ทั่วโลกอย่างมากจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวเป็น 2 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2563 จาก 3.1 หมื่นล้าน ดอลลาร์ ประชากรออนไลน์จะเพิ่มขึ้นเป็น 480 ล้านคน ในปี 2563 จากปัจจุบันมีอยู่ 260 ล้านคน และชนชั้นกลางขยายตัวขึ้น
          รับมือเครื่องดื่มถูก Disrupt
          นายสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจทีซีพี หรือกระทิงแดง กล่าวว่า การลงทุนในกองทุน 500ตุ๊กตุ๊กส์ บริษัทมีวัตถุประสงค์ 3 ด้าน ได้แก่ 1.หนุนสตาร์ทอัพ ไทยให้เติบโตขึ้นทั้งในประเทศและในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นประเทศที่กลุ่มทีซีพีมีธุรกิจ อยู่ 2.ต้องการแสวงหาโอกาสใหม่ๆ หนุน การเติบโตใหม่(S-curve)ให้กับธุรกิจ เครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวของบริษัท และ 3.ร่วมมือกันทำงานกับสตาร์ทอัพ เพื่อพัฒนาวัฒนธรรมการทำงานขององค์กรแบบใหม่ โดยเฉพาะการเพิ่มสปีด
          บริษัทยังต้องการรับมือและป้องกัน การเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจในอนาคต ที่จะมา Disrupt ธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังด้วย เช่นอนาคตจะมีรถยนต์ไร้คนขับ ซึ่งบริษัททำเครื่องดื่มชูกำลัง จับกลุ่มเป้าหมายที่ขับรถเดินทางไกล หากไม่มีคนขับ จะกระทบต่อการจำหน่ายสินค้า
          ส่วนเทคโนโลยีที่บริษัทต้องการให้มาต่อยอดธุรกิจทีซีพี ได้แก่ โลจิสติกส์ เนื่องจากบริษัทมีธุรกิจจัดจำหน่ายและกระจายสินค้าอย่างเดอเบล ธุรกิจบริการ อาหาร รวมถึงธุรกิจออนไลน์ ซึ่งบริษัทยังใหม่มาก เพื่อให้เกิดการ Win win ของทั้ง 2 ฝ่าย
          สร้างคอนเน็กชั่นดันธุรกิจ
          นายดนภัทร พร้อมพันธุ์ รองกรรมการ ผู้จัดการ แผนกการลงทุน กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า กลุ่มเซ็นทรัลได้ตั้งแผนกลงทุนมาราว 1 ปี ให้น้ำหนักในการลงทุนธุรกิจด้านเทคโนโลยี และสตาร์ทอัพเพื่อต่อยอดแพลตฟอร์ม ธุรกิจค้าปลีกออฟไลน์ของเครือซึ่งปัจจุบันมี พื้นที่ขายมากกว่า 4 ล้านตารางเมตร(ตร.ม.) มีฐานลูกค้าบัตรเดอะ วัน คาร์ดกว่า 13 ล้านราย
          ทั้งนี้ บริษัทใช้งบประมาณหลักร้อยล้านบาท เพื่อลงทุนด้านเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพ ซึ่ง ที่ผ่านมาอยู่ในกลุ่มเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับ ระบบการทำงานหลังบ้าน และอีคอมเมิร์ซ
          "เราอยากได้สายสัมพันธ์หรือคอนเน็คชั่น กับสตาร์ทอัพใหม่ๆมากขึ้น และหาไอเดียใหม่ๆทั้งสินค้า และบริการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจค้าปลีก รวมถึงต้องการให้มีไอเดียที่เป็นไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ มาอยู่บนแพลตฟอร์มค้าปลีกของเรา
          ชู"โนวฮาว"ต่อยอดธุรกิจ
          นายวัชร วัชรพล ประธานเจ้าหน้าที่ บริษัท เทรนด์ วี จี 3 กล่าวว่า บริษัทต้องการองค์ความรู้ใหม่ๆหรือ Know how เกี่ยวกับเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อมาต่อยอดธุรกิจ โดยการลงทุนครั้งนี้ เปิดกว้างรับทุกเทคโนโลยีด้วย