เวียดนามออกก.ม.คุมเข้มไซเบอร์ ไม่หวั่นเสี่ยงกระทบภาคเศรษฐกิจ

ร้อยละ 91 ของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติเวียดนาม ลงมติเห็นชอบผ่านร่างกฎหมายควบคุมไซเบอร์ เมื่อวันอังคาร กำหนดให้เฟซบุ๊ก กูเกิ้ล และบริษัทด้านเทคโนโลยีอื่นๆ ต้องเก็บข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญของผู้ใช้ ไว้ในฐานข้อมูลท้องถิ่น และต้องเปิดสำนักงานในประเทศด้วย กฎหมายใหม่นี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2562 เป็นต้นไป
          องค์การนิรโทษกรรมสากล (เอไอ) แถลงว่า กฎหมายฉบับนี้จะยิ่งเป็นการกดขี่ต่อเสรีภาพในการแสดงออก ขณะที่กลุ่มเอเชียอินเตอร์เน็ตโคลิชั่น (เอไอซี) ชี้ว่า กฎหมายใหม่นี้จะเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและการสร้างงานของเวียดนาม ซึ่งจะเป็นการกีดกันและจำกัดขอบเขตในการพัฒนาของเศรษฐกิจดิจิทัล ทำลายบรรยากาศการลงทุนในมุมมองของต่างชาติ และทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีและผู้ประกอบการท้องถิ่นเสียโอกาส
          รายงานประจำปีของบริษัทที่ปรึกษาด้านดิจิทัล วีอาร์โซเชียล และบริษัทการจัดการด้านสื่อ ฮูตสูท เผยว่า ประชากรเวียดนามราว 55 ล้านคน จากทั้งหมด 94 ล้านคน จัดเป็น กลุ่มที่ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์อย่างสม่ำเสมอ ขณะที่เวียดนามเป็นประเทศที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก มากเป็นอันดับ 7
          ก่อนหน้านี้สหรัฐและแคนาดาเรียกร้องให้เวียดนามชะลอการผ่านร่างกฎหมายนี้ออกไป และทบทวนรายละเอียดเนื้อหาอีกครั้งเพื่อให้มั่นใจว่าจะเป็นไปตามมาตรฐานสากล และไม่ส่งผลเสียต่อการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลของเวียดนาม ทั้งนี้ สมาคมการสื่อสารดิจิทัลเวียดนามประเมินว่า กฎหมายใหม่จะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ลดลงร้อยละ 1.7 และทำให้การลงทุนจากต่างชาติลดลงร้อยละ 3.1.