ALTจับมือพันธมิตร เซ็นสร้างSmart Grid มูลค่างาน715ล้าน

ALT จับมือพันธมิตร “Itron France SAS” เซ็นงานพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ ในพื้นที่พัทยา จาก “กฟภ.” มูลค่า 715 ล้านบาท
          นายสมบุญ เศรษฐ์สันติพงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานการเงิน และบัญชี บริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ALT เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2561 กิจการร่วมค้า เอ.ไอ. ซึ่งประกอบด้วย ALT และ Itron France SAS ได้ร่วมลงนามในสัญญาจ้างเหมางานกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อดำเนินการก่อสร้าง โครงการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ส่วนงานกลุ่มที่ 1ระบบ AMI, MWM และ IT Integretion มูลค่า 715 ล้านบาท
          โดยลักษณะงานประกอบด้วย 1.การรื้อถอนมอเตอร์เดิม และติดตั้งระบบมิเตอร์อัจฉริยะ (Advanced Metering InFrastructure : AMI) 2.ติดตั้งระบบแก้ไขปัญหาไฟฟ้าขัดข้องอัจฉริยะแบบเคลื่อนที่ (Mobile Workforce Management System : MWMS) ทั้งในส่วนของ Main และ Backup 3.ติดตั้งระบบ Backup ของงาน และ 4.ติดตั้งระบบเชื่อมโยงเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Integretion) โดยมีระยะดำเนินงาน 720 วัน นับจากวันที่ลงสัญญา
          ก่อนหน้านี้ นางปรีญาภรณ์ ตั้งเผ่าศักดิ์ กรรมการผู้อำนวยการ ALT เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงนามความร่วมมือทางธุรกิจกับบริษัท EMPIC GmbH ประเทศเยอรมนี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดเทคโนโลยี พร้อมร่วมสนับสนุนบุคลากรในการฝึกอบรม และการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับระบบกำกับความปลอดภัยทางการบิน
          ทั้งนี้ บริษัท EMPIC GmbH ดำเนินธุรกิจให้บริการซอฟต์แวร์โซลูชั่น EMPIC-EAP? ในการจัดการและตรวจสอบการใช้กฎระเบียบเฉพาะด้านการบิน หน่วยงานด้านการบิน และระบบการจัดการงานกำกับดูแลด้านความปลอดภัยทางการบิน ซึ่งเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับระดับประเทศ และนานาชาติ จาก ICAO, EC, EASA และ EUROCONTROL
          โดยปัจจุบันอุตสาหกรรมการบินของไทยมีแนวโน้มขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทเห็นว่าระบบซอฟต์แวร์โซลูชั่น EMPIC-EAP? เป็นระบบกำกับความปลอดภัยในการบินมาตรฐาน สำหรับผู้ควบคุมการบินพลเรือนและทางทหาร จะเป็นประโยชน์ต่อการบินของประเทศ นอกจากนี้ บริษัท EMPIC GmbH ยังก่อตั้งมาแล้วกว่า 16 ปี มีฐานลูกค้าทั่วโลก ประกอบกับ ALT มีความเชี่ยวชาญด้านโทรคมนาคมแบบครบวงจร จึงเชื่อมั่นว่าจะสามารถสนับสนุนซึ่งกันและกันได้อย่างดี
          นางปรีญาภรณ์ กล่าวอีกว่า ความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจจากประเทศเยอรมนีในครั้งนี้ สอดคล้องไปกับแผนการปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของบริษัท จากเดิมที่พึ่งพิงอยู่กับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเพียงอย่างเดียว ด้วยการขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมใหม่