DGAเร่งดันกม.รัฐบาลดิจิทัล ปั้นโอเพ่นดาต้า500ชุดปี

 DGA เร่งผลักดัน พ.ร.บ.รัฐบาลดิจิทัล ปักธงตอบโจทย์ "ประชาชนได้อะไรจากรัฐบาลดิจิทัล" พร้อมปั้น data scientist สร้าง open data ภาครัฐ คลอด 500 ชุดข้อมูลใช้ต่อยอดด้านนโยบายและธุรกิจภายในปี'62
          นายศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA เปิดเผยว่า หลังจาก พ.ร.ฎ.จัดตั้งสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) มีผลบังคับใช้เมื่อ 14 พ.ค. 2561 ทำให้สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ หรือ สรอ. ซึ่งเดิมอยู่กับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ต้องเปลี่ยนเป็น DGA และขึ้นตรงกับสำนักนายกรัฐมนตรี
          ทั้งยังต้องเปลี่ยนแนวทางการทำงานจากการสร้างโครงสร้างพื้นฐานงานด้านดิจิทัลภาครัฐเพื่อให้หน่วยงานเข้ามาใช้งาน  มาเป็นระบบ cosourcing ที่เข้าไปมีส่วนร่วมกับแต่ละโครงการ และเน้นดูแลประชาชนเป็นหลัก เพื่อให้ประชาชนเห็นได้ชัดเจนว่า ได้อะไรจากการเป็นรัฐบาลดิจิทัล
          งานสำคัญในปีนี้ จะเร่งผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.รัฐบาลดิจิทัล สำหรับเป็น กรอบแนวทางให้หน่วยงานภาครัฐเร่งการปรับตัวและเป็นแนวทางการทำงานร่วมกันในการพัฒนาดิจิทัล รวมถึงการอบรม data scientist เพื่อพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลให้บุคลากรภาครัฐ สามารถวิเคราะห์ข้อมูล big data ที่สำคัญเร่งด่วน ในการพัฒนาประเทศและนำมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับการทำงานภาครัฐให้มีประสิทธิภาพและสามารถตอบสนองความต้องการประชาชนได้มากขึ้น
          "ประเทศสิงคโปร์ตื่นตัวเรื่อง data scientist มาก 5 ปีตั้งเป้าจะสร้าง 10,000 คน มาเลเซียตั้งเป้า 20,000 คน ภายในปี 2563 ซึ่งกระทรวงที่ดูแลด้านไอทีเป็นผู้สร้าง ดังนั้นเราก็ต้องรีบสร้าง โดยมองว่าภาครัฐอาจจะต้องร่วมมือกับภาคเอกชนหรือดึงคน ต่างชาติเข้ามาช่วย" ขณะที่เป้าหมายใน 1-2 ปีข้างหน้า
          มี 7 งานสำคัญคือ 1.เป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนทะเบียนข้อมูลดิจิทัลภาครัฐ ที่จะช่วยลดการขอสำเนาเอกสารราชการ 2.ระบบบริการดิจิทัลภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จ 3.ศูนย์ข้อมูลกลางภาครัฐ 4.ศูนย์ข้อมูลเปิดภาครัฐ และ กรอบการกำกับดูแลข้อมูล 5.ระบบติดต่อสื่อสารภาครัฐ 6.Government Secure Intranet (IT AS A UTILITY) 7.โปรแกรมการเปลี่ยนผ่านบริการภาครัฐสู่ยุคดิจิทัล
          "จากที่สำรวจปัจจุบันภาครัฐมีข้อมูลประมาณ 1,000 ฐานข้อมูล และแยกเป็นชุดข้อมูลอีก 4,000 ชุด โดย DGA จะเข้าไปช่วยจัดการให้มีข้อมูลมีคุณภาพ และมีแผนจะทำศูนย์ข้อมูลเปิดภาครัฐ (open government data) ให้ทุกคนสามารถเข้ามาอ่านข้อมูลผ่านโปรแกรม visualization โดยชุดข้อมูลเปิดแห่งชาติ หรือ national open data set เวอร์ชั่น 1 จะมีประมาณ 300-500 ชุด จะเปิดให้ประชาชนและภาคธุรกิจนำไปต่อยอดทั้งในด้านความรู้และสร้างธุรกิจใหม่ภายในปีหน้า"