ดันอุตดิจิทัลคอนเทนต์ แม่เหล็กดูดเม็ดเงินตปท.

 รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
          ดิจิทัล ถือเป็นแนวโน้มสำคัญของโลก และดิจิทัลคอนเทนต์จัดเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่ภาครัฐขับเคลื่อนให้เป็นอุตสาหกรรมอนาคต และเป็นหนึ่งอุตสาหกรรมใหม่นิวเอสเคิร์ฟของไทยที่สามารถผลักดันสู่การส่งออกได้ในอนาคต
          ฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือดีป้า เปิดเผยว่า สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล วางงบประมาณ 150 ล้านบาท สำหรับการส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัล คอนเทนต์มุ่งทำตลาด 5 สมาคม และกลุ่มสตาร์ทอัพ ได้แก่ สมาคมอีเลิร์นนิ่งแห่งประเทศไทย สมาคมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย สมาคม bangkok acm siggraph และสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย กว่า 100 บริษัท
          ทั้งนี้ ดีป้าจะส่งเสริมการตลาด ล่าสุดได้จัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ดิจิทัล คอนเทนต์ เฟสติวัล เพื่อให้เกิดการเจรจาทางการค้าระหว่างผู้ประกอบการด้านดิจิทัลคอนเทนต์ของไทยและต่างชาติ จากออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย ฮ่องกง ไต้หวัน รวมแล้ว 38 ราย ที่จะเข้ามาร่วมเจรจาการค้าภายในงาน อาทิ ซีซีทีวี แอนิเมชั่น เป็นสถานีโทรทัศน์รายใหญ่ที่มีผู้รับชมมากที่สุดในจีน GRAVITY เกมสตูดิโอชั้นนำ ผู้พัฒนาและผลิตเกม Ragnarok จากเกาหลีใต้ และ ASTRO MALAYSIA สถานีโทรทัศน์จากประเทศมาเลเซีย
          "อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยมีศักยภาพมาก โดยเฉพาะโปรดักชั่น ด้วยฝีมือที่ประณีตและมีเอกลักษณ์ ดึงดูดงานจากต่างประเทศ รวมถึง ธุรกิจคาแรกเตอร์มีแนวโน้มจะเข้าไปทำตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น สำหรับอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์เป็น จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อีกทั้งยังเป็นเวทีที่แสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดโลก" ฉัตรชัย กล่าว
          นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้อุตสาหกรรม อื่นๆ หันมาให้ความสำคัญกับการลงทุนเทคโนโลยี เช่น กลุ่มอสังหาริมทรัพย์กับการลงทุนเทคโนโลยีวีอาร์ เพื่อนำไปใช้ต่อยอดทางธุรกิจ โดยปัจจัยที่ทำให้ตลาดดิจิทัลคอนเทนต์เติบโตเนื่องจากเทคโนโลยี จึงเกิดช่องทางการขายและเมอร์เชนไดส์รูปแบบใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น สติ๊กเกอร์ในไลน์ และการเข้าถึงของเทคโนโลยีของผู้บริโภคการซื้อสินค้า ในโลกออนไลน์ทำได้ง่าย และเป็นสินค้าที่ไม่ได้รับผลจากภาวะเศรษฐกิจมากนัก
          ด้าน กฤษณ์ ณ ลำเลียง นายกสมาคมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย (DCAT) กล่าวว่า อุปสรรคของธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ไทย คือการทำตลาดและการผลิตยังปรับตัวไม่ทันกับเทรนด์ของตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ต้องมีแหล่งเงินทุนในการสนับสนุนจากทางภาครัฐ หรือกระทั่งอินเซนทีฟโปรแกรม เช่น มาเลเซีย รัฐบาลสนับสนุนการลงทุนให้กับผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ ผู้ประกอบการจึงพัฒนาศักยภาพของตัวเอง
          ขณะที่ พลเทพ เศรษฐีวรรณ สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) กล่าวว่า ธุรกิจเกมถือว่าเป็นดิจิทัลคอนเทนต์ที่เติบโตเร็วที่สุด เพราะคนไทยเล่นเกมเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะบนมือถือ อุปสรรคการเติบโตของเกมไทย การสร้างอีโคซิสเต็มด้านการดีไซน์เกมขั้นสูง รวมถึงงบประมาณการลงทุน ซึ่งเกม โมบา (Multiplayer Online Battle Arena) เป็นเทรนด์ของโลกในขณะนี้ต้องใช้งบลงทุน 30 ล้านบาท ในขณะที่การลงทุนสร้างเกมของคนไทยอยู่ในระดับ 5-10 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมาจากพฤติกรรมของคนไทยที่นิยมเล่นเกมนำเข้าจากต่างประเทศมากกว่า
          สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ในขณะนี้ ประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์อยู่แถวหน้าในภูมิภาคอาเซียน ส่วนไทยอยู่ในอันดับ 3 ของตลาด ขณะที่นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ช่วยให้ธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์มีตัวตนยิ่งขึ้น ส่วนตลาดต่างประเทศที่นิยมดิจิทัลคอนเทนต์ของไทย คือ จีน เกาหลี ซึ่งส่วนใหญ่ผลงานของไทยยังอยู่แค่เบื้องหลัง โดยเป็นลักษณะของการรับจ้างผลิตให้กับผู้ประกอบการมากกว่า
          อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ของไทยมีศักยภาพและพร้อมพัฒนาเป็นอุตสาหกรรมใหม่ได้ ก็คือ อุตสาหกรรมสื่อสร้างสรรค์และแอนิเมชั่น ธุรกิจไทยสามารถต่อยอดจากศักยภาพด้านการออกแบบเพื่อยกระดับสู่การเป็นเจ้าของเนื้อหาและร่วมลงทุนกับบริษัทสตูดิโอแอนิเมชั่นระดับโลกในอนาคต