"ITEL"คว้างาน140ล้านลูกค้าใช้บริการต่อเนื่องดันรายได้ทั้งปีโตเด่น

 ทันหุ้น - ITEL ได้รับคัดเลือกเป็นผู้ให้'บริการศูนย์รับฝากข้อมูล ให้กับธนาคาร อายุสัญญา 5 ปี มูลค่า 140 ล้านบาท ตอกย้ำเป้าหมายยอดผู้ใช้บริการพื้นที่ดาต้า เซ็นเตอร์ไม่น้อยกว่า 30% มั่นใจมีลูกค้าทยอยใช้บริการเพิ่มขึ้นกว่า 60% ภายในสิ้นปี 2561 และเริ่มรับรู้รายได้ทันที หนุนผลงานทั้งปีโตตามเป้าหมาย
          นายณัฐนัย อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL เปิดเผยว่า ศูนย์ข้อมูลดาต้า เซ็นเตอร์ แห่งที่ 2 หรือ Genesis Data Center ได้เข้าร่วมนำเสนอบริการศูนย์รับฝากข้อมูล ให้กับธนาคารเอกชนแห่งหนึ่ง เพื่อให้บริการศูนย์รับฝากข้อมูล โดยมีอายุสัญญา 5 ปี มูลค่าสัญญาประมาณ 140 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
          มั่นใจกำไรโตตามเป้า
          "ทั้งปี ITEL เชื่อมั่นว่ากำไรสุทธิเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ว่าจะเติบโตไม่น้อยกว่า 40%  โดยเป็นสเต็ป การเติบโตจะเริ่มตั้งแต่ไตรมาส 1 และเติบโตต่อเนื่องทุกไตรมาสในส่วนของกำไรสุทธิ ทั้งนี้บริษัทยังมองเห็นโอกาสในการลงทุนของภาครัฐและเอกชนในโครงการระเบียงเศรษกิจพิเศษ EEC เพราะนอกจากการลงทุนด้าน Infrastructure ต่างๆ ด้าน IT ก็เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญที่มีการลงทุนนับเป็นโอกาสที่ดีของ ITEL" นายณัฐนัยกล่าว
          โดยบริษัทได้รับคัดเลือกเป็นผู้ให้บริการดังกล่าว เนื่องจากการออกแบบศูนย์ข้อมูลที่ได้มาตรฐาน Tier-III Standard โดยได้การรับรองมาตรฐานจากสถาบัน Uptime Institute ทั้งในด้านการออกแบบ (Design Documents) และด้านการก่อสร้าง (Constructed Facility) ทั้งยังได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001 และมาตรฐาน Payment Card Industry Security Standard (PCI DSS) อีกทั้งสถานที่ตั้งที่เดินทางสะดวก ห่างจากตัวเมืองกรุงเทพฯ ประมาณ 30 กิโลเมตร ทั้งนี้บริษัทคาดว่าจะมีการลงนาม และเริ่มให้บริการภายในไตรมาส 3 ปี 2561
          ผนึกกำลัง 3 บริษัท
          ทั้งนี้ ศูนย์ข้อมูลดาต้า เซ็นเตอร์ แห่งที่ 2 ของ ITEL นั้นเป็นการร่วมมือกันระหว่าง 3 บริษัท ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้แก่ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL  บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT และ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นของแต่ละบริษัท อยู่ที่ 1 ใน 3 ของหุ้นและการลงทุนในบริษัทใหม่ทั้งหมด
          จุดเด่นของดาต้า เซ็นเตอร์ แห่งที่ 2 คือ เป็นศูนย์ข้อมูลที่ออกแบบตามมาตรฐาน Tier 3 Standard ซึ่งสามารถขยายเป็น Tier 4 ได้ ด้วยมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยสูง ก้าวนำทางเทคโนโลยีด้วยนวัตกรรมและการออกแบบโครงสร้างทาง Digital Transformation ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสถาบัน Uptime ทั้งในด้านการออกแบบ (Design Documents) และด้านการก่อสร้าง (Constructed Facility) มาตรฐาน ISO และ PCI โดยมีดาต้า เซ็นเตอร์เพียงไม่กี่แห่งในประเทศไทยที่สามารถได้รับการรับรองคุณภาพและความมั่นคงปลอดภัยตามมาตรฐานสำคัญในระดับ