ฟ้อง3ค่ายมือถือไม่เลิกปัดเศษวินาที

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคร่วมกับคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน (คอบช.) จัดแถลงข่าว "ผู้บริโภครวมพลังฟ้องคดีแบบกลุ่ม 3 ค่ายมือถือ ยกเลิกปัดเศษวินาทีการโทร" โดยนายรุจน์ โกมลบุตร ประธานอนุกรรมการด้านสื่อและโทรคมนาคม คอบช. กล่าวว่า ค่าบริการโทรศัพท์คิดบริการแบบปัดเศษคือ หากมีการโทรศัพท์เป็นระยะเวลา 1.01 นาที จะปัดเศษเป็น 2 นาที ทำให้ผู้บริโภคเกิดความเสียหาย ถูกเอาเปรียบจากการไม่คิดค่าบริการตามจริง เคยมีการคำนึงถึงเรื่องนี้และเกิดการลงมติให้เปลี่ยนแปลง กระทั่งวันที่ 11 มกราคม 2560 คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) บังคับห้ามปัดเศษวินาที โดยให้ใช้บังคับแค่ครึ่งเดียวของตลาด ในที่สุดต้องฟ้องศาลเพราะยังไม่มีมติยกเลิกการปัดเศษ
          น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) กล่าวว่า มีการฟ้องร้อง 3 คดี จำเลยคือค่ายโทรศัพท์ทั้ง 3 รายคือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค โดยมีแกนนำคดีละ 2 คน เป็นผู้บริโภคที่ใช้บริการรายเดือนและแบบเติมเงิน
          ว่าที่ ร.ต.สมชาย อามีน นายกสมาคมนักกฎหมายคุ้มครองสิทธิและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ขณะนี้มีสมาชิกที่กล้าเปิดเผยชื่อเป็นสมาชิกกลุ่มประมาณ 80 คน ยื่นฟ้องศาล และคดีนี้มีหลักฐานชัดเจน เพราะมีคำสั่งจาก กสทช. เรื่องการคิดค่าบริการที่ไม่ตรงไปตรงมา เชื่อได้ว่าทั้ง 3 ค่าย คิดค่าบริการเกินจริง ฉะนั้น ต้องคืนค่าบริการเหล่านั้นแก่โจทก์และสมาชิกกลุ่ม รวมทั้งขอให้ศาลพิพากษาเชิงลงโทษ คิดค่าเสียหายเป็นจำนวน 5 เท่าจากที่เรียกร้อง หากชนะคดีนี้ โจทก์สามารถรับเงินค่าเสียหายได้โดยตรง ส่วนสมาชิกกลุ่มที่เหลือ กว่าสิบล้านเลขหมาย ต้องยื่นคำร้องต่อกรมบังคับคดี บอกว่าเป็นสมาชิกกลุ่ม ใช้ หลักฐานคือใบเสร็จหรือถ่ายภาพหน้าจอการชำระเงินเป็นหลักฐานเพื่อขอรับเงินคืน