"ผลกระทบ-โอกาส-ท้าทาย" Disruptive Technology ในมุม 3 ซีอีโอ

 วันเพ็ญ แก้วสกุล
          กรุงเทพธุรกิจ
          ในวันที่เทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนธุรกิจ ทำอย่างไรจะไม่ให้ธุรกิจถูกกลืนหาย เพราะความเชื่องช้าและการก้าวไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่หมุนเร็ว อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
          เปิดใจ 3 ผู้บริหารจาก 3 อุตสาหกรรมหลักของประเทศ "การเงิน-รีเทล-ท่องเที่ยว" ถึงมุมมอง การปรับตัว โอกาส และความท้าทายที่เป็นผลกระทบจากเทคโนโลยี (Disruptive Technology)
          ความน่าสนใจอยู่ที่ วิธีคิดและการปรับตัว ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
          อรพงศ์ เทียนเงิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด หนึ่งในบทบาทธุรกิจที่เป็นส่วนหนึ่งธนาคาร ไทยพาณิชย์ มองว่า ธุรกิจการเงินการธนาคารต้องเจอกับความท้าทายเยอะมาก
          สิ่งแรกที่ต้องมี คือ ตระหนักให้ได้ก่อนว่าโลกเปลี่ยน ต่อมาต้องเข้าใจว่า การเปลี่ยนนั้นมีหมายความว่าอย่างไร
          "ไทยพาณิชย์เห็นนี้มาระยะหนึ่งแล้ว แต่ภาพชัดขึ้นเมื่อ แกร็ปเตรียมจะปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ขับรถแท็กซี่ เราเห็นว่าดิสรัปชั่น มาแน่ๆ"
          ทั้งนี้ การตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นต้องมีในทุกระดับในองค์กร
          "ไทยพาณิชย์ เป็นแบงก์ที่ทำกำไรสูง การจะไปบอกว่า จะไปบอกว่าอนาคต ไม่มั่นคง แน่นอนเค้าไม่เชื่อ
          ทำอย่างไรให้พนักงาน 27,000 คนตระหนักในเรื่องนี้ แล้วต้องให้แต่ละบุคคลเข้าใจด้วยว่านี่เป็นโจทยที่ยาก และทำอย่างไรให้เกิดการเปลี่ยนแปลง"
          การจะอยู่รอดให้ได้ท่ามกลางเทคโนโลยีและการแข่งขันจากผู้เล่นหน้าใหม่ๆ อรพงศ์ มองว่า ยังมีโอกาส
          "ผมมองโอกาสชัดเจน แต่เป็นโอกาสสำหรับคนที่มองปัญหาและคิดโซลูชั่น ที่แตกต่าง
          เชื่อว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การพัฒนาของเทคโนโลยี ตอนนี้หากให้คิดไปในสามปีข้างหน้ายังมองไม่ออก เพราะฉะนั้นใครคิดได้ก่อน คิดได้แตกต่างจะมีความได้เปรียบด้วยความที่เป็นดิจิทัล ทำให้สเกลได้อย่างไม่มีข้อจำกัด"
          "โอกาส" ที่อรพงศ์ มองเห็นเป็น การนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาสร้างสิ่งใหม่ บิสิเนสโมเดลใหม่ที่สามารถสร้างแวลู ได้มากกว่าเดิม
          "หากแข่งในเกมเดิมๆ เก่งแค่ไหนก็แพ้"
          ยกตัวอย่าง การมาของอาลีบาบา หากวันหนึ่งรุกเข้าแข่งขันในธุรกิจแบงก์อย่างเต็มตัว คงเป็นเรื่องยากที่จะสู้ และ ตอบเลยว่าคงสู้ไม่ได้ เพราะกลุ่มนี้มีเงินทุนที่ไม่จำกัด อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีสูงมาก
          แต่หากเริ่มมองหาและสร้างด้วย บิสิเนสโมเดลใหม่ ที่สร้างแวลูได้ นั่นเป็น สิ่งที่ดิจิทัลเวนเจอร์สกำลังทำ โดยมองว่ายังมีพื้นที่ ที่ยังไม่มีคนเอาเทคโนโลยีเข้ามาแอพพลายส์สร้างบิสิเนส
          "เทคโนยีสร้างโอกาสการเปลี่ยนแปลงโลกธุรกิจได้
          ความฝันผม ดิจิทัล เวนเจอร์ส ในอีก 3 ปีจะใหญ่กว่าแบงก์ จริงหรือไม่จริงเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
          เพราะเชื่อว่า วิ่งเร็วกว่า คิดได้ดีกว่า สามารถโตได้ใหญ่มาก"
          หนึ่งในสิ่งที่กำลังดำเนินการก็คือ โครงการ U.REKA โดยมีพันธกิจสำคัญในการสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรมและภาคการศึกษาของไทยเข้าด้วยกัน
          ทั้งนี้เพื่อให้ภาคการศึกษามีโอกาสพัฒนานวัตกรรมจากเทคโนโลยีขั้นสูงที่ตอบโจทย์ได้ตรงความต้องการของภาคธุรกิจ และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ได้
          "ถึงวันนี้ อย่าถามว่าเทคโนโลยี ส่งผลกระทบหรือไม่กระทบ มันกระทบแน่ แต่จะในเวลาใดเท่านั้น"
          กลยุทธ์รับมือต่อการเปลียนแปลงของเทคโนโลยี ในมุมมอง เกรียงศักดิ์ เอ็มโพเรียม รีเทล มุ่งที่การ "ปรับตัว" และ "เปลี่ยนแปลง" จากการดึงเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในองค์กร
          โดยสิ่งที่เป็นความท้าทาย คือ 1.เราจะเร็ว ได้แค่ไหน 2.เราจะเร็วด้วยคุณภาพอย่างไร และ 3.เราจะใช้ดิจิทัลอย่างไร
          นั่นเพราะ เกรียงศักดิ์ มองว่า สิ่งที่เกิดขึ้น ยังมีความไดนามิคอยู่มาก
          "ธุรกิจรีเทล ต้องประกอบด้วยหลายๆ ส่วน เราเป็นรีเทลเลอร์ ชอปปิ้งมอลล์ ยังมีพลายเออร์ เวนเดอร์ คอนซูเมอร์ เข้ามา ร่วมด้วย รวมๆ กันแล้ว แต่ละคนก็รับรู้เรื่องดิจิทัล ดิสรัปชั่นที่แตกต่างกัน
          สิ่งที่ยากที่สุด เทคโนโลยีได้รุดหน้าไปแล้ว แต่คนยังก้าวไม่ทัน
          ดังนั้น ทรานฟอร์เมชั่นจากนี้ต้องทำในสปีดที่เร็วมาก"
          อย่างไรก็ดี การจะเข้าสู่ ดิจิทัล ทรานฟอร์เมชั่น พบว่ายังมีคอนเท็กซ์อยู่ หลายส่วน ทั้ง "ลูกค้า" และ "ดิจิทัล ดิสรัปชั่น"
          "ลูกค้า" ในกลุ่มเจเนอเรชั่นวาย เป็นกลุ่มคนที่อยากจะลอง อยากจะทำ และอยากมีประสบการณ์ที่คนอื่นไม่มี
          ซึ่งมองว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า รีเทลจะเปลี่ยนแพลตฟอร์มใหม่ของการชอปปิงไปเป็น Seamless Experience มากขึ้น
          "ดังนั้น ความยากและท้าทาย ที่จะทำให้เกิด Seamless physical online จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง และต้องทำให้เร็วต่อความหวังของผู้บริโภค"
          ในส่วนของ "ดิจิทัล ดิสรัปชั่น" วันนี้เห็นแล้วว่า เกิดสตาร์ทอัพใหม่ๆ มากขึ้น ซึ่ง เกรียงศักดิ์ มองถึงการนำเอาจุดเด่นของสตาร์ทอัพมาใช้ได้อย่างไร
          ขณะที่ในส่วนของรีเทลเอง สิ่งที่ต้องทำท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก็คือ Personalization ทำตัวเหมือนเป็นเพื่อนลูกค้า อยู่กับเค้าตลอดเวลา
          Customization เกรียงศักดิ์ บอกเชื่อว่านักการตลาดปัจจุบันมองว่านี่เป็นสิ่งที่สำคัญ
          "ลูกค้าทุกคนต้องการ individual ของตัวเองแต่เราจะใช้เครื่องมืออย่างไรที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกสนุกไปกับการชอปปิง ในแบบของตัวเอง
          หลายๆ อย่าง ลูกค้าเริ่มมีประสบการณ์ของตัวเอง รองเท้า เลือกสี ไซส์ พื้น เชือก อนาคตก็ไปถึง 3D Printing
          ต่อมา Digitization ทุกคนมีมือถืออยู่ข้างตัวตลอดเวลา ทำอย่างไรจะเข้าไปสร้างประสบการณ์กับลูกค้าผ่านช่องทางนี้
          สุดท้าย Socialization เป็นอีกหนึ่งสีสันแม้ว่าจะยังไม่สามารถทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีกับลูกค้าได้เต็มที่ผ่านออนไลน์
          "สุดท้ายแล้ว Physical Store ยังมีเสน่ห์ สิ่งที่ท้าทายก็คือ ลูกค้า การทำงานของเราเอง แล้วก็รูปแบบธุรกิจ
          สามอย่างนี้ต้องถูกเปลี่ยนแปลงด้วยดิจิทัล ซึ่งเรากำลังจะก้าวไปให้เร็ว เห็นได้จากอนาคต เตรียมขยายอีก 2-3สาขาที่เป็น นิวโมเดล"
          ด้าน วัลลภา ไตรโสรัส กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ที.ซี.ซี. แคปปิตอลแลนด์ จำกัด กล่าวว่า "ทุกอย่างได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว"
          วันนี้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวทำรายการผ่านออนไลน์แล้วว่า 50% ผ่านการ Booking
          แต่หากมองในอีกด้านวันนี้ยังมีแค่ OTA booking แต่ยังเข้าไปไม่ถึง journey และประสบการณ์ของลูกค้าได้อย่างแท้จริง มองว่าเป็นโจทย์ที่ทำให้เห็นถึงโอกาส
          "อยู่ที่ว่า ในการเปลี่ยนแปลงนี้ สปีดของ เราจะทำได้เร็วแค่ไหน ซึ่งนี่เป็นความท้าทาย"
          วัลลภา บอกเริ่มเห็นโอกาสจากการทำ ออนไลน์แพลตฟอร์มที่จะเข้าถึงลูกค้าทั่วโลก อย่างไร
          การแข่งขันยุคนี้อยู่ที่ประสบการณ์ ทำอย่างไรจะยูนีคประสบการณ์นั้นๆ ให้ได้ ซึ่งส่วนกลุ่มธุรกิจ ก็มองถึงโอกาสที่จะพัฒนาประสบการณ์นี้ พร้อมกับมองหา Deep Technology ใหม่ๆ เข้ามาร่วมพัฒนา
          "ทัศนคติของทีมผู้บริหาร และ วัฒนธรรมองค์กร มีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงนี้
          ขณะที่การทำธุรกิจทุกอย่างต้อง ทรานฟอร์ม และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ที่ได้เริ่มทำก็คือ การเซ็ททีมทำงานที่เร็วต่อการเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนนวัตกรรม ล่าสุด ร่วมทำแพลตฟอ์ม บีทูบี กับอาลีบาบา เพื่อลิ้งไปกับแพลตฟอร์มโฮลเซลทั่วโลก"
          นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น จากนี้ต้องรีบก้าวให้เร็วถึงจะทันต่อการเปลี่ยนแปลง
          มองอิสราเอล มองไทย
          กรุงเทพธุรกิจ ผลจากการสร้างระบบนิเวศที่ส่งเสริมนวัตกรรมมาตลอด 40 ปี โดยความร่วมมือกันระหว่างภาคอุตสาหกรรมและการศึกษา ระหว่าง รัฐและหน่วยงานเอกชน และนโยบาย ของภาครัฐ ทำให้วันนี้ อิสราเอล มีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ สูงเป็นอันดับ3ของโลก โดยมีการใช้งบประมาณด้านวิจัยและพัฒนาเป็นสัดส่วนถึง 4.3% ของจีดีพีของประเทศ และมีการลงทุนแบบ เวนเจอร์แคปิตอลเป็นสัดส่วนถึงเกือบ 0.40% ของจีดีพีของประเทศ
          ย้อนกลับมามองไทยวันนี้กำลัง เริ่มออกเดินภายใต้ โครงการที่ชื่อU.REKA  โดยความร่วมมือของดิจิทัล เวนเจอร์ส ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) และ The Knowledge Exchange for Innovation จัด U.REKA Open House & Bootcamp  เพื่อทำการเฟ้นหา Deep Tech ใน 6 สาขา ประกอบด้วย AI, Blockchain, Cloud & Security, Big Data & Data Analysis, AR/VR และ Quantum Computing ในรั้วมหาวิทยาลัยโดยมีอาจารย์และนิสิตนักศึกษาเป็นทรัพยากรหลักในการขับเคลื่อนและสร้างนวัตกรรมให้ตอบโจทย์ธุรกิจ
          ภายในงาน U.REKA Open House & Bootcamp  ภารกิจที่ทั้ง 32 ทีมที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วม โครงการของ ทั้ง 3 วัน คือ การคิดนวัตกรรมชั้นสูงใหม่ๆ ที่จะแก้ปํญหา ให้กับ 3 ธุรกิจหลัก โดยอาศัยเทคโนโลยีขั้นสูง
          ที่สุดแล้วจะมี 11 ทีมที่ได้ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่ช่วง Incubation เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อบ่มเพาะความเป็นไปได้ของเทคโนโลยีที่สามารถเข้าไปสนับสนุน การดำเนินธุรกิจต่อไป
          การตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นต้องมีในทุกระดับในองค์กร