เศรษฐกิจสิงคโปร์พร้อมรับเทคโนโลยี

 ร่วมกับออสเตรเลีย-สวีเดน
          กรุงเทพธุรกิจ ผลสำรวจล่าสุดชี้ สิงคโปร์ติดหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจพร้อมสำหรับเทคโนโลยีมากที่สุดในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า ร่วมกับออสเตรเลียและสวีเดน
          สถาบันวิจัยอีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต (อีไอยู) เผยแพร่รายงานชื่อ "เตรียมพร้อม รับความปั่นป่วน (ดิสรัปชัน): อันดับความพร้อม ด้านเทคโนโลยี" วานนี้ (5 มิ.ย.) ระบุว่า จากการสำรวจ 82 ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สิงคโปร์รั้งอันดับ 1 ร่วมกับออสเตรเลียและสวีเดน ในฐานะประเทศที่มีเศรษฐกิจพร้อมสำหรับเทคโนโลยีมากที่สุดในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า
          รายงานระบุว่า 3 ปัจจัยสำคัญของการจัดอันดับครั้งนี้ รวมไปถึงการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตซึ่งดูจากการใช้อินเทอร์เน็ตและจำนวนผู้ใช้มือถือ โครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจดิจิทัลซึ่งรวมถึงอีคอมเมิร์ซ ระบบราชการอิเล็กทรอนิกส์ และความปลอดภัยทางไซเบอร์ เช่นเดียวกับการเปิดรับนวัตกรรม เช่น การเสาะหาสิทธิบัตรระหว่างประเทศ รายจ่ายการวิจัยและพัฒนา และโครงสร้างพื้นฐานการวิจัย
          อีไอยูชี้ว่า อีกกุญแจสำคัญของ ผลการศึกษานี้คือการลงทุนของรัฐบาลจะขับเคลื่อนการปรับปรุงเป็นวงกว้างในความพร้อมด้านเทคโนโลยีของประเทศเหล่านี้ในช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะ รายจ่ายเกี่ยวกับระบบราชการอิเล็กทรอนิกส์ ความปลอดภัย ทางไซเบอร์ และปัจจัยแวดล้อมของอีคอมเมิร์ซที่มีความคึกคักจะมีความสำคัญต่อนโยบายมากขึ้นเรื่อย ๆ
          นอกจากนั้น จีนยังมีการเติบโตด้านการขอจดสิทธิบัตรเป็นของตัวเองในช่วงไม่กี่ปี ที่ผ่านมา แต่จากการประเมินการออกสิทธิบัตร ด้านนวัตกรรมของอีไอยูพบว่า สหรัฐยังคงนำโด่งเป็นอันดับ 1 แต่เพียงผู้เดียว
          การจัดอันดับก่อนหน้านี้ของอีไอยูระหว่างปี 2556-2560 ยกให้ฟินแลนด์และสวีเดนครองอันดับ 1 ร่วมกัน ขณะที่สหรัฐและฝรั่งเศสติด 10 อันดับแรกของโลกในการจัดอันดับปีนี้ ส่วนลิเบียและแองโกลา ยังคงรั้งอันดับสุดท้ายของโลกเช่นเดิม
          นางสาวเอมิลี แมนส์ฟิลด์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายคาดการณ์ประเทศ กล่าวว่า ความเปลี่ยนแปลง ทางเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ และการเตรียมพร้อมของรัฐบาล ธุรกิจ และบุคคลทั่วไปสำหรับดิสรัปชันก็มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ
          "สหรัฐจะขยับขึ้นอีกหลายอันดับในการสำรวจของเราในช่วงหลายปีข้างหน้า เนื่องจากมีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตดีขึ้น และจะยังคงเป็นผู้นำโลกในด้านกลุ่มนวัตกรรมและสิทธิบัตรใหม่ ๆ"
          นางสาวแมนส์ฟิลด์ เสริมว่า ขณะเดียวกัน อันดับของอังกฤษจะลดลง เห็นได้จากรายจ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาที่ลดลงพอสมควร ซึ่งเป็นแรงหนุนสำคัญสำหรับการเติบโตด้านผลิตภาพ และการลงทุน ที่น้อยเกินไปในด้านความปลอดภัย ไซเบอร์
          การลงทุนของรัฐบาลจะขับเคลื่อนการปรับปรุงเป็นวงกว้าง ในความพร้อมด้านเทคโนโลยีของประเทศในช่วง 5 ปีข้างหน้า