กสทช.ชี้ค่ายมือถือต้องมีคลื่น100เมก

"อีริคสัน"รับลูก ค่ายมือถือต้องมีคลื่นในมือให้มากที่สุด
          กรุงเทพธุรกิจ กสทช.เดินหน้าชวน ค่ายมือถือยื่นซองประมูล 1800 วันที่ 15 มิ.ย.นี้ ย้ำหากค่ายมือถือยังเมินอาจเสียโอกาส แข่งขัน เพราะหากจะก้าวสู่ยุค 5จีได้ โอเปอเรเตอร์ ต้องมีคลื่นรายละ 100 เมกะเฮิรตซ์ เตรียมพร้อมรองรับ ไอโอที-เอไอเต็มตัว ขณะที่เวนเดอร์รายใหญ่อย่าง "อีริคสัน" สมทบยันทุกรายควรมี คลื่นทั้งโลว์-มิด-ไฮ สำหรับให้บริการ แก่ลูกค้า
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ขณะนี้โอเปอเรเตอร์ ไทยที่มีคลื่นความถี่ถือครองมากที่สุด ในตลาดก็มีคลื่นความถี่เพียง 55 เมกะเฮิรตซ์ รองลงมาคือ 45 เมกะเฮิรตซ์เท่านั้น ทั้งที่สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ไอทียู กำหนดให้มีโอเปอเรเตอร์แต่ละราย ควรมีคลื่นรายละไม่น้อยกว่า 100 เมกะเฮิรตซ์ ถึงจะสามารถให้บริการ 5จี ที่กำลังจะเข้ามาให้บริการในอีก 2-3 ปี ข้างหน้านี้
          ดังนั้นวันที่ 15 มิ.ย.นี้ ขอให้โอเปอเรเตอร์ เข้ามายื่นซองเข้าร่วมประมูลในวันที่ 4 ส.ค.นี้ คลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อไม่ให้เสียโอกาสทางธุรกิจ เพราะปี 2563 จะเข้าสู่ยุคการให้บริการอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (ไอโอที) และปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต ดังนั้น 5จีจะเป็นตัวขับเคลื่อนสองสิ่งนี้
          ขณะที่ กสทช.เองก็มีแผนจะนำหลักเกณฑ์ การคืนคลื่นความถี่ และออกร่างประกาศมาตรการเยียวยาการขอคืนคลื่นความถี่ เข้าที่ประชุมกสทช.ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อนำออกมาประชาพิจารณ์ภายในเร็วๆ นี้ โดยเชื่อว่าคลื่น 2600 เมกะเฮิรตซ์ ของบมจ. อสมท จะเป็นคลื่นที่นำมาใช้ต่อไป
          ด้านนางนาดีน อัลเลน ประธานบริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า อีก 5 ปีข้างหน้า หรือปี 2566 ประชากรทั่วโลก 20% จะใช้บริการ 5จี ดังนั้นช่วงปี 2563-2565 ต้องมีการวางพื้นฐานคลื่นความถี่ให้ดี โดยโอเปอเรเตอร์ ต้องมีความถี่ทั้งคลื่นต่ำ กลาง สูง ผสมผสานกัน ซึ่งต้องมีปริมาณคลื่นความถี่อยู่ในมืออย่างน้อยรายละ 100 เมกะเฮิรตซ์ และควรเป็นคลื่นที่อยู่ติดกันด้วย โดยคลื่นความถี่ที่แนะนำคือในย่าน 3.5 กิกะเฮิรตซ์
          ผลการศึกษาทางเศรษฐศาสตร์ ของอีริคสันเกี่ยวกับเครือข่ายเคลื่อนที่ ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พบว่า วิวัฒนาการสู่ 5จี จะช่วยลดต้นทุนต่อ กิกะไบต์ให้น้อยลงถึง 10 เท่าเมื่อเทียบ กับ 4จี ในปัจจุบัน เพื่อช่วยให้ผู้บริการสามารถสร้างโอกาสการเติบโตทางธุรกิจจากการประยุกต์การใช้งานจากเทคโนโลยี 5จี อีริคสันได้ขยายความสามารถของ ระบบเครือข่ายหลัก ให้รองรับ 5จีเอ็นอาร์รวมถึงเพิ่มศักยภาพด้วยโซลูชั่นส์ที่เกี่ยวกับคลาวด์
          อีกทั้งรายงาน 5จี บิสซิเนส โปรเทนเชี่ยล ของอีริคสัน พบว่า ผู้ให้บริการในไทยจะสามารถเพิ่มรายได้ให้สูงขึ้นถึง 2.6 พันล้านดอลลาร์หรือเพิ่มขึ้น 22% ของรายได้ที่คาดการณ์ไว้ภายในปี 2569 โดยการพลิกโฉมสู่ระบบดิจิทัลของอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ ยานยนต์ และการผลิตด้วยการใช้เทคโนโลยี 5จี และไอโอที
          โดยอุตสาหกรรมการผลิต อุตสาหกรรมด้านพลังงานและสาธารณูปโภค จะเป็นภาคส่วนที่ผู้ให้บริการสามารถสร้างรายได้จาก 5จี ได้มากที่สุด
          นอกจากนี้ อุตสาหกรรมต่างๆ จะเริ่มทดสอบการใช้งาน 5จี ในต้นปีนี้ โดยอุตสาหกรรมที่จะเริ่มนำมาใช้ใน ปี 2563 คือ ภาคการผลิต พลังงานและสาธารณูปโภค การขนส่งสาธารณะ และการบริการทางการเงิน
          ทั้งนี้ ผู้ให้บริการในประเทศไทยจะยกระดับสู่ 5จี โดยหวังผลเชิงกลยุทธ์ในการสร้างความได้เปรียบในฐานะผู้บุกเบิกตลาดเป็นเจ้าแรก
          โอเปอเรเตอร์ต้องมีความถี่ทั้งคลื่นต่ำ กลาง สูง ผสมผสานกัน มีคลื่นความถี่อยู่ในมืออย่างน้อยรายละ 100 เมกะเฮิรตซ์ นาดีน อัลเลน