เอกชนรุกลงทุนรับ5จี

โพสต์ทูเดย์ - กสทช.วางพิมพ์เขียวประมูลคลื่น หวังปี 2563 ไทยใช้ 5จี ชี้โอเปอเรเตอร์ต้องมีแบนด์วิดท์ 100 เมก ถึงให้บริการไอโอทีได้
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า พิมพ์เขียวโทรคมนาคมของไทยต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมให้รองรับการพัฒนาเศรษฐกิจ ปัจจุบันผู้ประกอบการถือครองแบนด์วิดท์คลื่นรวม 420 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) โดย 1-2 ปี จะมีการประมูลคลื่น 380 MHz ซึ่งสหภาพโทรคมนาคมกำหนดการให้บริการ 5จี ในปี 2563 แต่ละประเทศควรมีคลื่นความถี่ให้บริการรวมที่ 720 MHz
          ทั้งนี้ ในปี 2563 โอเปอเรเตอร์ควรมีคลื่นความถี่เพื่อให้บริการรายละ 100 MHz จากปัจจุบันทรูมีคลื่นอยู่ในมือ 55 MHz เอไอเอส 45 MHz และดีแทค 20-25 MHz ซึ่งไม่เพียงพอกับการก้าวสู่ 5จี ส่วนคลื่น 900 MHz ได้ชะลอไว้ เพื่อความชัดเจนว่าไม่มีการรบกวนสัญญาณบริการรถไฟฟ้า
          สำหรับคลื่น 2600 MHz ที่จะขอคืนจากบริษัท อสมท ได้ทำหลักเกณฑ์ในการเยียวยาเพื่อคืนคลื่น 90 MHz จากจำนวน 140 MHz เสร็จแล้ว นอกจากนี้ ยังมีคลื่น 700 MHz จำนวน 1.3 กิกะเฮิรตซ์ โดยคลื่น 2600 MHz เตรียมเอาไว้ทั้งหมดจะรองรับความต้องการ ที่จะเกิดขึ้นเมื่อมี 5จี
          น.ส.นาดีน อัลเลน ประธานบริษัท อีริคสัน กล่าวว่า ในปี 2561-2563 ผู้ประกอบการจะลงทุนวางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ 5จี ซึ่งอุตสาหกรรมต่างๆ เริ่มใช้ไอโอทีในปี 2563 คือ 1.ภาคการผลิต 2.พลังงาน 3.สาธารณูปโภค 4.การขนส่งสาธารณะ และ 5.บริการทางการเงิน โดยกลุ่มธุรกิจแรกที่จะก้าวสู่ 5จี คือผู้ประกอบการโทรคมนาคม
          ขณะที่ผู้ขับเคลื่อนธุรกิจ 5จี ก่อน จะมีความได้เปรียบคู่แข่ง ซึ่งพบว่าการก้าวสู่ 4จี เป็นรายแรกผลักดันให้มี รายได้เติบโต 10% และมีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้น อีกทั้งรายงานโอกาสสร้างธุรกิจ 5จี ของอีริคสัน พบว่าผู้ให้บริการในไทยสามารถเพิ่มรายได้ให้สูงขึ้น 2,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือโต 22% ของรายได้ภายในปี 2569