"ดีแทค-ทีโอที" จับมือให้บริการ "คลื่น 2300 MHz TDD" ปูทางสู่ 5G พร้อมทดลองใช้ 10 เสาแรกใจกลางกรุงเทพ

ประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ของวงการโทรคมนาคมไทย กับครั้งแรกของการนำ "คลื่นความถี่ 2300 MHz TDD"เทคโนโลยีการสื่อสารดิจิทัลความเร็วสูงมาเปิดใช้บนแบนด์ วิดท์ที่กว้างที่สุดถึง 60 MHz หนึ่งในความร่วมมือระหว่าง "ดีแทค" และ "ทีโอที" ที่หวังยกระดับชีวิตดิจิทัลของคนไทย และนำประเทศไทยก้าวเข้าสู่เทคโนโลยี 5G
          โดยล่าสุดได้เปิดทดสอบ "dtac-T" คลื่น 2300 MHz 10 ไซท์ในใจกลางกรุงเทพมหานคร โดยมี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในการเปิดทดสอบการใช้งานเป็นครั้งแรกในไทยอย่างเป็นทางการ ภายใต้ชื่องาน "The Limitless Era ขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 ด้วยคลื่น 2300 MHz โครงข่ายอัจฉริยะเพื่อวันพรุ่งนี้" เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ ก่อนจะขยายอีก 4,000 สถานีฐานทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 37 จังหวัด ภายในปีนี้
          พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง เปิดเผยว่า ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับโทรคมนาคมของไทย ที่จะส่งเสริมนวัตกรรมในการสร้างรากฐานการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ตลอดจนช่วยยกระดับความร่วมมือของ ทุกภาคส่วนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมตามแนวทางประชารัฐ ซึ่งที่ผ่านมาทางทีโอที ได้ร่วมขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล ทั้งเรื่องการลดความเลื่อมล้ำในการเข้าถึง ICT การเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ตอบสนอง ให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้เข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล ก้าวหน้าอยู่หลายเรื่องโดยเฉพาะการทำเน็ตประชารัฐ
          การที่ตอบโจทย์หลายๆพื้นที่ ชุมชน หมู่บ้าน ทั่วไทย ขณะที่ทางดีแทคเองก็ให้บริการด้านโทรคมนาคมกับรัฐบาลมานาน ซึ่งถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการนำโครงข่ายไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การรักษาความปลอดภัยในระบบ ICT การพัฒนาบุคลากร เป็นต้น
          ด้าน ลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ระบุถึงการเปิดให้บริการ 4G LTE-TDD บนคลื่น 2300 MHz เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ว่าเป็นการผนึกกำลังเพื่อปลดล็อคคลื่นความถี่ 2300 MHz เพื่อนำเทคโนโลยี Time Division Duplex (TDD) มาร่วมเติมเต็มโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างมีเอกภาพในการขับเคลื่อนนโยบายประเทศไทย 4.0 โดยดีแทคได้วางแผนการให้บริการคลื่น 2300 MHz ด้วยงบลงทุน (CAPEX) ปี 2561 จำนวน 15,000-18,000 ล้านบาทสำหรับขยายสถานีฐานและเสาสัญญาณ ประมาณ 4,000 สถานีฐาน ทั้งนี้ การให้บริการ 4G LTE-TDD ได้ปรับให้รับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่จากเดิมอยู่บนคลื่นที่ใช้เทคโนโลยีการส่งสัญญาณที่เรียกว่า FDD (Frequency Division Duplex) ให้บริการ เช่น บนคลื่น 1800 MHz และ 2100 MHz มีหลักการทำงานที่ใช้การรับ-ส่งข้อมูลบนคลื่นความถี่คนละชุดแต่ทำงานพร้อมกัน โดยข้อเสียของระบบ FDD คือ คลื่นความถี่ที่เอามาใช้นั้นต้องมีคลื่นคู่ อัพลิงค์และดาวน์ลิงค์อย่างละเท่าๆกัน ไม่สามารถแบ่งใช้อย่างใด อย่างหนึ่งมากกว่าได้
          จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีการใช้งานข้อมูลในประเทศไทยซึ่งมีอัตราเฉลี่ยมากกว่า 8 GB ต่อผู้ใช้งานต่อเดือน ตอกย้ำถึงแนวโน้มความต้องการใช้งานดาต้าที่เพิ่มขึ้น และการที่มีคลื่นความถี่บนเทคโนโลยีใหม่มาให้บริการจะช่วย ตอบโจทย์การใช้งานเหล่านี้ 4G LTE-TDD จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องการใช้งานดาต้าที่เพิ่มขึ้นและต้องการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ขณะเดียวกันจะช่วยให้ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนบนคลื่น 2100 MHz ได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้นในการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงตามไปด้วย
          "หลายประเทศทั่วโลกใช้ TDD โดยเฉพาะใช้บนคลื่นความถี่ 2300 MHz ซึ่ง TDD สามารถจัดการแบนด์วิดท์สำหรับการอัพลิงค์และดาวน์ลิงค์บนแบนด์วิดท์เดียวได้พร้อมกันตลอดเวลา สามารถจะช่วยในเรื่องของการดาวน์โหลดได้ดีขึ้น สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการรับส่งดาต้าให้เหมาะกับความต้องการของผู้บริโภคได้ ถือเป็นเครื่องหมายความพร้อมของ 5G โดยคลื่นใหม่ที่นำมาให้บริการจะมีความจุที่มากที่สุดและก็เชื่อว่าเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาคนี้"
          ดร.มนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที กล่าวว่า ครั้งหนึ่งคลื่น 2300 MHz เคยเป็นเครื่องมือของรัฐในการกระจายความเจริญไปสู่ชนบท ภายใต้เทคโนโลยี TDMA ในวันนี้คลื่น 2300 MHz จะกลับมาเป็นเครื่องมือในการกระจายความเจริญให้แก่ผู้บริโภค ภายใต้เทคโนโลยี TDD และเป็นเครื่องมือในการช่วยเหลือผู้บริการและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ สำหรับความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างทีโอทีและดีแทค ในการใช้งานคลื่นความถี่ 2300 MHz จะมี แบนด์วิดท์ที่กว้างที่สุดถึง 60 MHz เพื่อให้บริการสื่อสารความเร็วสูงมิติใหม่ของประเทศ
          เป็นการปักหมุดความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และนับเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่นำเทคโนโลยีล่าสุดของโลก "4G LTE-TDD" มาให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั้งบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ และอินเทอร์เน็ตไร้สายประจำที่ (Fixed Wireless broadband) เพื่อขยายบริการให้ครอบคลุมชุมชนหรือครัวเรือนต่างๆ ในพื้นที่ห่างไกล ทั่วประเทศ ช่วยลดความหเลื่อมล้ำของคนไทยในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
          ทั้งนี้ "dtac-T" บนคลื่น 2300 MHz ได้ทดสอบ ใช้งาน 10 ไซท์แรกในพื้นที่สุขุมวิท, สาทร, สีลม, เซ็นหลุยส์, เจริญกรุง, สวนพลู, พระราม 3, ลิ้นจี่, ราชประสงค์ และเย็นอากาศ ก่อนจะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์แก่ลูกค้าทั่วไป เร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตาม คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะขยายสถานีฐานได้ไม่ต่ำกว่า 37 จังหวัด และภายในปีหน้าจะครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ
          นับเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่ไม่ใช่ เฉพาะสำหรับดีแทคและทีโอที แต่ยังสำคัญกับประเทศไทย 4.0 เพราะความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ประเทศไทยต้องการก้าวเป็นผู้นำด้านดิจิทัลของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งยังเป็นปฐมบทที่จะช่วยให้คนไทยยกระดับการใช้งานดิจิทัล ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากที่สุด อีกด้วย
          ขณะนี้ ดีแทค และ ทีโอที ได้ทาเทคโนโลยีใหม่ด้านอินเทอร์เน็ต เพื่อจะเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัย และสามารถที่จะใช้ช่องทางส่งข้อมูลเต็มขีดความสามารถ เป็นโอกาสอันหนึ่งของเราที่จะได้เข้าถึงเทคโนโลยี หวังว่าในอนาคตอันใกล้ ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลจะได้รับโอกาสนี้และใช้บริการได้อย่างทั่วถึง