TOTไตรมาส1พลิกมีกำไร50ล้าน ลูกค้าบรอดแบนด์พุ่ง1.35ล้านราย

TOT โชว์งบไตรมาส 1/2561 พลิกมีกำไร 50 ล้านบาท หลังรายได้เพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายลดลง ไร้ค่าใช้จ่ายเออรี่รีไทร์ ส่วนลูกค้าบรอดแบนด์สิ้นไตรมาส 1/2561 พุ่ง 1.35 ล้านราย และมีลูกค้ามือถือ 495,222 ราย
          นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาส 1/2561 (ม.ค.-มี.ค. 2561) มีกำไรอยู่ที่ 50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,442 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 104% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนอยู่ที่ 1,392 ล้านบาท
          โดยกำไรที่เพิ่มขึ้น มีสาเหตุหลักมาจากกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) อยู่ที่  2,807 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,618 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 136% เป็นผลมาจากรายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 9% ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานลดลง 12% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 22% และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานลดลง 30% เนื่องจากในเดือน มี.ค. 2560 มีค่าใช้จ่ายจากโครงการ Early Retirement จำนวน 1,040 ล้านบาท ขณะที่ปี 2561 ไม่มีค่าใช้จ่ายนี้ ประกอบกับค่าเสื่อมราคา       สินทรัพย์ฯ ลดลง 292 ล้านบาท หรือลดลง 9%
          สำหรับบริการบรอดแบนด์ ณ สิ้นไตรมาส 1/2561 มีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 1,353,886 ราย มีลูกค้าเพิ่มขึ้นสุทธิ จำนวน 34,807 พอร์ต จากปี 2560 มีจำนวนลูกค้าอยู่ที่ 1,263,343 ราย และบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 495,222 ราย จากปี 2560 มีจำนวนลูกค้าอยู่ที่ 112,727 ราย
          ส่วนการจัดตั้งบริษัทโครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ จำกัด หรือ NBN Co. ขณะนี้ยังไม่มีการโอนทรัพย์สินจาก  TOT ไปยัง NBN Co. ถึงแม้กระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ถือหุ้นทั้งหมด TOT จะมีมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นแล้ว แต่การดำเนินการเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการรอผลการพิจารณาจากคณะทำงานพิจารณาแผนรองรับการเปลี่ยนผ่านของ TOT บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT รวมทั้ง NBN และ NGDC ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ทั้งนี้รวมถึงในส่วนของข้อเสนอเกี่ยวกับอุปกรณ์ OLTและ ODN เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการที่ดี ซึ่งได้มีการนำเสนอคณะทำงานพิจารณาแผนรองรับการเปลี่ยนผ่านฯ และผู้เกี่ยวข้องซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา
          นอกจากนี้ การดำเนินงานที่ผ่านมา บริษัทสามารถสนองนโยบายของกระทรวงดิจิทัลฯ และมติคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ โดยมีผลการดำเนินงานในโครงการสำคัญต่าง ๆ ที่จะสามารถสร้างรายได้ให้บริษัททั้งในปัจจุบันและในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นโครงการเน็ตประชารัฐ 24,700 หมู่บ้าน ที่ได้ดำเนินการแล้วเสร็จตามเป้าหมาย รวมถึงการได้รับมอบหมายจากกระทรวงดิจิทัลฯ เพื่อดำเนินการโครงการขยายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่พัฒนาคุณภาพชีวิต (โครงการ Big Rock) รวมทั้งปรับปรุงโครงข่ายที่เป็นเทคโนโลยีแบบเก่าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วยเคเบิลใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) ไปยังโรงเรียน และโรงพยาบาลของรัฐ ที่ยังไม่มีโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และขยายความจุอินเทอร์เน็ต (Bandwidth) ให้กับโรงพยาบาล เพื่อรองรับการตรวจรักษาทางไกล (Tele-Medicine)
          รวมไปถึงโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านสื่อสัญญาณสายเคเบิลใยแก้วนำแสง (FTTx) ให้ครอบคลุมหมู่บ้านเป้าหมายในพื้นที่ที่ไม่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ และยังไม่มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่เหลืออีกจำนวน 15,732 หมู่บ้าน และการร่วมเป็นพันธมิตรธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ 2100 MHz และบริการบรอดแบนด์ไร้สาย 2300 MHz ซึ่งจะสร้างรายได้อีกส่วนหนึ่ง นอกเหนือจากการดำเนินธุรกิจโดยบริษัทเอง