อุ้มผู้ประมูลทีวีดิจิทัลแล้ว"ประยุทธ์"ใช้ ม.44 ตามคาด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ว่า คสช. เตรียมออกคำสั่งตามมาตรา 44 เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบการ ซึ่งใกล้จะครบเวลาจ่ายค่าสัมปทานงวดที่ 5 ในวันที่ 23 พ.ค. โดยยืนยันว่าจะต้องดำเนินการให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และต้องช่วยเหลือผู้ประกอบการด้วย
          "เรื่องจ่ายค่าสัมปทาน รัฐบาลกำลังดูแลอยู่ รอว่าจะออกมา จะดำเนินการได้อย่างไร อย่างน้อยก็บรรเทาความเดือนร้อนด้านเศรษฐกิจ ขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันด้วย ซึ่งหลายอย่างต้องแก้ไขและดูแลทุกกลุ่มทุกฝ่ายให้เกิดความเป็นธรรม ช่วยเหลือ ผู้ประกอบการบ้าง แต่การใช้มาตรา 44 ต้องพิจารณาตามความเหมาะสมว่าได้แค่ไหนอย่างไร แต่ผมยืนยันว่ามันต้องดีขึ้น" นายกรัฐมนตรี กล่าว
          ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่าสามารถออกคำสั่งช่วยผู้ประกอบการดิจิทัลทีวีได้ทันอย่างแน่นอน ไม่ต้องกังวล
          แล้ว เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ก็ได้มีการประกาศคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 9/2561 เรื่อง มาตรการบรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ โดยในคำสั่งแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรก คือการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบกิจการ ทีวีดิจิทัลโดยได้รับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และถือว่าเป็นกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปกิจการด้านสื่อสารมวลชนซึ่งจะทำ ให้ระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ มีความมั่นคงและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
          สาระสำคัญ คือให้ ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ ในระบบดิจิทัลจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ที่ต้องชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ในส่วนที่เหลือ แจ้งเป็น หนังสือไปยังสำนักงาน กสทช. ภายใน30วันนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับเพื่อขอพักชำระ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่โดย ให้สำนักงาน กสทช. พิจารณาการ พักชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ กำหนดระยะเวลาการพักชำระค่าธรรมเนียม ต้องไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน กสทช. ในระหว่างเวลาพักชำระค่าธรรมเนียม ให้ชำระดอกเบี้ยในอัตราเท่ากับอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามที่คณะกรรมการ นโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศกำหนด
          ให้ กสทช. และสำนักงาน กสทช. หรือคณะกรรมการบริหารกองทุนวิจัย และพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ แล้วแต่กรณี จัดให้มีการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเช่าใช้โครงข่าย โทรทัศน์ประเภทที่ใช้คลื่นความถี่ ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล (MUX) ให้กับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ 50 ของค่าเช่าใช้โครงข่ายโทรทัศน์ดังกล่าวเป็นระยะเวลา 24 เดือน นับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ
          โดยใช้จ่ายเงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ ซึ่งเหลือจ่ายจากการดำเนินโครงการ สนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมโทรทัศน์ภาค พื้นดินในระบบดิจิตอล โดยให้คำนึงถึง การใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัด และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน ในส่วนที่ 2 ของคำสั่ง ยังอนุญาตให้กรมประชาสัมพันธ์ อาจมีเงินรายได้จากการโฆษณาได้เท่าที่จำเป็นและเพียงพอต่อการผลิตรายการ ตามวัตถุประสงค์โดยต้องไม่เป็นการมุ่งต่อการแสวงหากำไรทางธุรกิจ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ กสทช. ประกาศ กำหนด โดยเกณฑ์ให้ กสทช. คำนึงถึงผู้บริโภค ต้นทุนในการผลิตรายการ และความเป็นธรรมในการแข่งขันที่จะมีผลกระทบต่อผู้รับใบอนุญาตประเภทอื่นด้วย โดยให้มีระยะเวลาสูงสุด ในการโฆษณาได้ตามที่ กสทช. กำหนด