"ทีโอที"ใต้ฮือแต่งดำ ร้องปลดกก.ผจก.ใหญ่ บริหารล้มเหลวขาดทุนยื่นหนังสือถึงประยุทธ์

พนักงาน "ทีโอที" ภูเก็ต-กระบี่ แต่งชุดดำบุกยื่นหนังสือร้องเรียนผ่านทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ถึงนายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้ปลด "กรรมการผู้จัดการใหญ่" ทีโอที บริหารงานล้มเหลว ขาดทุน  สร้างความเสียหายแก่บริษัท  ในกิจการสื่อสารโทรคมนาคม  ส่งผลให้สมรรถนะในการแข่งขันลดน้อยลง
          ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต ภายในศาลากลางจังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 24 พ.ค. กลุ่มพนักงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ใน จ.ภูเก็ต ได้เข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจผ่านทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เพื่อร้องเรียนการทำหน้าที่ของนายมนต์ชัย  หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่  บริษัททีโอทีฯ ที่บริหารงานสร้างความเสียหายให้แก่ทีโอที  รัฐวิสาหกิจไทยในกิจการสื่อสารโทรคมนาคม และขอให้ปลดนายมนต์ชัยออกจากตำแหน่ง
          ทั้งนี้ในเนื้อหาของหนังสือฉบับดังกล่าวระบุว่า ทรัพย์สินโครงข่ายสื่อสารของทีโอที เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1304 (3) ไม่อาจโอนให้แก่นิติบุคคลอื่นที่จัดตั้งขึ้นในระบบกฎหมายเอกชน
          โดยในอดีตได้มาจากการใช้อำนาจมหาชนตามพระราชบัญญัติองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2497 จัดสร้างขึ้นมาใช้งานและในปัจจุบันทีโอที มีสิทธิที่ใช้งานในการประกอบธุรกิจเป็นการเฉพาะตัว ตามพระราชบัญญัติทุนวิสาหกิจ พ.ศ. 2542 มาตรา 24 วรรค 3 และ 4  ซึ่งในการบริหารงานที่ผิดพลาด เช่น การโอนทรัพย์สินโครงข่ายสื่อสารไปให้บริษัทโครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติจำกัด (NBN) และบริษัทโครงข่ายระหว่างประเทศและศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต จำกัด (NGDC) จะส่งผลกระทบต่อการประกอบกิจการของทีโอทีทำให้สมรรถนะในการแข่งขันลดน้อยลง
          นอกจากนี้ยังไม่กำกับดูแลการบริหารงานจนเป็นเหตุให้ทีโอที ไม่สามารถส่งมอบงานตามสัญญา ของโครงการจัดให้มีสัญญาโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบตามสัญญาเลขที่ 0006/2560 ทำให้ถูกปรับเป็นเงินประมาณ  9 แสนบาทต่อวัน และขณะนี้มียอดค่าปรับนับ ถึงวันที่ 21 พ.ค. 61 จำนวนรวมกว่า 46 ล้านบาทแล้ว
          ทั้งนี้การดำเนินการล่าช้าในการลงนามสัญญาพันธมิตรกับค่ายมือถือ "เอไอเอส" ที่ใช้ระยะเวลานานถึง 3 ปี ทีโอทีสูญเสียสิทธิการใช้คลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ เนื่องจากไม่ดำเนินการยื่นฟ้องศาลปกครอง เพื่อพิสูจน์ สิทธิอันชอบธรรมในการใช้คลื่นความถี่ 900 ต่อเนื่องหลังสัญญาสัมปทาน "เอไอเอส" สิ้นสุดลง
          รวมถึงกรณีการเร่งรัดขอชดเชยค่าเสียประโยชน์จากคู่สัญญาสัมปทานใช้งานคลื่นความถี่ย่าน 900 จาก "เอไอเอส" กรณีการแก้ไขสัญญาสัมปทาน "เอไอเอส"  เมื่อปี  33 มีผลทำให้ภาครัฐเสียประโยชน์เป็นจำนวน 7.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนในการดำเนินการให้เป็นรูปธรรมในการเรียกค่าเสียหายจาก "เอไอเอส" ด้วย
          เช่นเดียวกับที่ จ.กระบี่ พนักงานบริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) ใน จ.กระบี่ประมาณ 20 คน  นำโดยนายวุฒิชาติ ไชยรัตน์  นักบริหารงานขาย 7 ทีโอทีกระบี่ แต่งชุดดำเดินทางมารวมตัวกันที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนการทำหน้าที่ของนายมนต์ชัย ที่สร้างความเสียหายให้แก่ทีโอที ถึง พล.อ. ประยุทธ์ โดยมี ร.ท.สมภพ วรรณรักษ์ รอง กอ.รมน.จ.กระบี่ เป็นตัวแทนรับเรื่อง
          นายวุฒิชาติ เปิดเผยว่า การนัดรวมตัวกันแต่งชุดดำยื่นหนังสือผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ถึงนายกรัฐมนตรีในฐานะเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายและกำกับการดูแลรัฐวิสาหกิจ เพื่อร้องเรียนการทำหน้าที่ของกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที   ที่บริหารจัดการสร้างความเสียหายแก่ทีโอที  ในกิจการสื่อสารโทรคมนาคมส่งผลให้สมรรถนะในการแข่งขันลดน้อยลง
          ขณะเดียวกันยังพบว่าการบริหารงานของนายมนต์ชัย  ยังส่อผิดกฎหมาย  ล้มเหลว จนนำไปสู่การขาดทุน ทางพนักงานทีโอทีจ.กระบี่ จึงขอให้ปลดนายมนต์ชัยออกจากการทำหน้าที่ซึ่งเป็นการแสดงเจตนารมณ์ของพนักงานทีโอทีพร้อมกันทั่วประเทศ
          ที่ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรม ราช ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช นายบุญภา หวานหู นิติกรบริษัททีโอทีฯ ในฐานะตัวแทนพนักงานทีโอที จ.นครศรีธรรมราช พร้อมพนักงานทีโอทีกว่า 100 คน เดินทาง เข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียก ร้องให้มีการตรวจสอบการทำหน้าที่ของนายมนต์ชัย ที่บริหารจัดการทีโอทีโดยไม่ชอบ ธรรม สร้างความเสียหายให้แก่บริษัท จึงขอ ให้ตรวจสอบและปลดนายมนต์ชัยออกจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยมีนายวิรัตน์ รักษ์พันธ์ รอง ผวจ.นครศรีธรรมราช  ออกมารับหนังร้องเรียนไว้.