ผุดคอร์สคริปโตแอสเซทฯ สมาคมฟินเทคร่วมไอโคราเสริมเขี้ยวลงทุนเงินดิจิตอล

สมาคมฟินเทคฯ จับมือ ไอโครา เปิดอบรมหลัก สูตร "คริปโตแอสเซทเรโวลูชั่น" เพิ่มศักยภาพในการลงทุนระบบดิจิตอลแบบครบวงจร ทั้งคริปโตเคอร์เรนซี ระดมทุน ICO เตรียมพร้อมนักลงทุน ผู้ประกอบการ บุคลากรรัฐ รับเศรษฐกิจยุคใหม่ "คริปโต อีโคโนมี"
          นายกรณ์ จาติกวณิช ประธานสมาคมฟินเทคแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับ "ฐาน เศรษฐกิจ" ว่าหนึ่งในภารกิจของสมาคมฟินเทคฯ คือการมุ่งให้ความรู้ในการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านฟินเทค จึงได้ร่วมมือกับ บริษัท ไอโครา จากัด เปิดหลักสูตร คริปโตแอสเซทเรโวลูชั่น (Cryptoasset Revolution หรือ CAR) หลักสูตรให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องด้านการลงทุนเงินสกุลดิจิตอล หรือ คริปโต เคอร์เรนซี (Crypto Currency) และการระดมทุนผ่านโทเคนดิจิตอล (ICO ) แบบครบวงจร ให้แก่นักลงทุน ผู้ประกอบการ และบุคลากรในสถาบันต่างๆ เพื่อเป็นพื้นฐานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศให้ก้าวทันเศรษฐกิจโลก โดยวิทยากรผู้มีประสบการณ์ตรงด้านการลงทุนในเศรษฐกิจเงินสกุลดิจิตอล หรือ คริปโต อีโคโนมี(Crypto Economy) ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
          "เนื้อหาหลักสูตรดังกล่าวครอบคลุม เจาะลึกในเรื่องของเศรษฐกิจเงินสกุลดิจิตอล ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนของระบบเศรษฐกิจแบบใหม่ของโลก โดยทางหลักสูตรได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญของไทยและจากต่างประเทศจะมาถ่ายทอดประสบการณ์เชิงลึกด้านการลงทุน การระดมทุนในระบบเศรษฐกิจดิจิตอล โดยเน้นให้ความรู้แบบองค์รวมให้แก่ผู้เรียนให้ได้เข้าใจระบบ Crypto Currency (คริปโต เคอร์เรนซี) และ ICO รวมถึงเข้าใจเทคโนโลยีบล็อกเชน ผ่านการทากิจกรรมเสมือนจริงที่จะให้ผู้เรียนได้รู้จักวางแผนจริงๆ เพื่อให้เข้าใจในระบบ ไม่ได้รู้แค่ทฤษฎีแล้วทาต่อไม่เป็น แต่สามารถมองเทรนด์ โอกาส และรู้จักวิธีรับมือกับวิกฤติต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งความรู้ตรงนี้เป็นสิ่งจาเป็นอย่างมากที่ประชาชนและภาครัฐต้องเข้าใจแก่นที่แท้จริง เพื่อเตรียมพร้อมในการพาเศรษฐกิจของประเทศไทยก้าวสู่ระบบเศรษฐกิจโลกในรูปแบบดิจิตอล"
          นายกรณ์ กล่าวต่อไปอีกว่า เทคโนโลยีที่เป็นเทรนด์สาคัญ คือบล็อกเชน ที่สามารถนาไปประยุกต์ใช้ในการทางานที่หลากหลาย สามารถช่วยลดต้นทุน และเกิดความโปร่งใส ไม่ใช่แค่ทางด้านการเงินดิจิตอล แต่ครอบคลุมไปถึงการออกแอลซี (Letter of Credit) การออกโฉนดที่ดิน ในบางประเทศเริ่มศึกษาการนาบล็อกเชนมาใช้ในการเลือกตั้ง ซึ่งการพัฒนาบล็อกเชนยังสามารถไปได้อีกมหาศาล
          ดร.การดี เลียวไพโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอโครา จากัด กล่าวเสริมว่า สาหรับการคัดเลือกผู้เรียนทางหลักสูตร CAR เน้นความหลากหลายของผู้เรียน คือ มีทั้งนักลงทุน, ผู้ประกอบการ, บุคลากรในสถาบันการเงิน และเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อผู้เรียนจะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ความคิดได้อย่างกว้างขวาง อีกทั้งยังเป็นกลุ่มคนที่จะช่วยผลักดันให้ประเทศ ก้าวทันเทรนด์เศรษฐกิจระบบใหม่ โดยตั้งเป้าหมายผู้เข้าอบรมไว้ 50 คน ซึ่งหลักสูตรดังกล่าวจะเน้นให้ความรู้ครอบคลุมรอบด้าน เช่น การเงินสกุลดิจิตอล, ICO, บล็อกเชน, Token (โทเคน) วิธีการระดมทุนผ่าน ICO, วิธี เขียน White paper (ไวต์ เปเปอร์), วิธีการวิเคราะห์ในการเลือกลง ทุน ICO, กฎหมายและการกากับ ICO จากภาครัฐ, ธรรมาภิบาลในการทาธุรกิจ ฯลฯ จากวิทยากร ผู้คร่าหวอดในวงการการเงิน และการลงทุนที่จะมาแชร์ประสบการณ์จริง
          "เป้าหมายของการจัดอบรมหลักสูตรดังกล่าวคือ ผู้เข้าอบรมสามารถนาความรู้ที่ได้รับกลับไปช่วยกันคิดในการนาเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในการพัฒนาบริการ หรือนวัตกรรมใหม่ขึ้นมาในประเทศ ส่วนในแง่การลงทุนนั้นเชื่อว่าเนื้อหาความรู้ที่ได้รับจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ จะช่วยให้มีความมั่นใจการลงทุน สามารถประเมินโอกาสของเหรียญดิจิตอล ประเภทต่างๆ ที่สาคัญยังมีความรู้ความเข้าใจกฎหมายเกี่ยวกับการลงทุนและระดมทุนผ่านระบบเงินตราดิจิตอล"