รายงาน: "ทรู"ถอย-"ดีแทค"นอนมาศึกชิงคลื่น 1800 ไม่คึก

โต๊ะข่าวไอที
          ในที่สุดบริษัท ทรู ใคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ตัดสินใจไม่เข้าร่วมประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ภายหลังที่ให้บริษัทในเครือ คือ บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (ทียูซี) เข้าไปรับเอกสารประมูลคลื่น 1800 จากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา
          อ้างเหตุ 3 ข้อ
          เหตุผลที่ กลุ่มทรู ไม่เข้าประมูลครั้งนี้ ดร.กิตติณัฐ ทีคะวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัท (ร่วม) บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า เนื่องจากคณะผู้บริหาร เห็นว่าไม่สมควรเข้าร่วมประมูลด้วยเหตุผล 3 ประการ คือ 1.เรื่องปริมาณคลื่นความถี่ที่ทรูมูฟ เอช มีอยู่ในปัจจุบันที่มีมากถึง 55 MHz ยังมากเพียงพอที่จะรองรับจำนวนลูกค้าที่จะเติบโตเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว เมื่อเปรียบเทียบกับศักยภาพการให้บริการของผู้ประกอบการรายอื่นในประเทศแล้ว ปริมาณคลื่นของทรูมูฟ เอช ยังคงสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดได้ต่อไปในอนาคต รวมทั้งจะรักษาประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในเรื่องการใช้งานทั้งวอยซ์และดาต้าที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแน่นอน
          ประเด็นที่ 2 คือ จากการพิจารณารายละเอียดกฎเกณฑ์การประมูลตามเอกสารแล้ว ทั้งเรื่องราคาและข้อกำหนดต่างๆ ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ผู้ที่ชนะประมูลในครั้งนี้จะมีความได้เปรียบอย่างมีนัยสำคัญแต่อย่างใด
          ส่วนเหตุผลข้อสุดท้าย คือ ความเชื่อของกลุ่มทรูในเรื่องของการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรม ที่จะไม่เข้าร่วมประมูลเพียงเพื่อจะทำให้ราคาสูงผิดปกติเกินกว่าความเป็นจริง หรือสร้างภาระทางการเงินให้แก่ผู้ชนะประมูลแต่อย่างใด
          วงในชี้เป็นไปตามคาด
          ขณะที่แหลงข่าวจาก กสทช. เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า เป็นไปตามคาด ทรู ไม่เข้าร่วมประมูลในรอบนี้ เพราะภายหลังที่ ทรู รับเอกสารประมูลคลื่น 1800 ราคาหุ้น ทรู ปรับตัวลดลงเนื่องจากนักลงทุนกังวล เพราะราคาตั้งต้นคลื่นอยู่ที่ 37,475 ล้านบาท ดังนั้นทรู จึงตัดไฟแต่ต้นลม
          อย่างไรก็ตาม กสทช.ได้ประเมินสถานการณ์และได้วางแผนรองรับไว้เช่นเดียวกันถ้าในวันที่ 15 มิถุนายน มีผู้มายื่นซองประมูล 2 ราย สามารถประมูลคลื่นได้ แต่ ถ้ามีผู้เสนอเพียงรายเดียว กสทช.จะขยายเวลาไปถึงวันที่ 30 กรกฎาคม และประมูลในวันที่ 4 สิงหาคม 2561 ตามกำหนดการเดิม
          "เชื่อว่า เอไอเอส มีสิทธิ์จะไม่เข้าร่วมประมูลเหมือน ทรู แม้จะประมูลคลื่นความถี่ได้แต่ในอนาคตอีก 3-4 ปีข้างหน้าเทคโนโลยีเปลี่ยนรอสะสมเงินประมูลคลื่น 700 MHz ซึ่งเป็นคลื่นความถี่ของช่อง 3 และ 7 ที่เป็นระบบอนาล็อก มีแผนนำมาจัดสรรเพื่อให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ เป็นคลื่นที่มีความถี่ต่ำประสิทธิภาพดีกว่าคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์" แหล่งข่าวกล่าว
          คลื่นเหลือ 2 สล็อต
          แต่ทว่าการประมูลคลื่นครั้งนี้ กสทช.ได้ประเมินและคาดการณ์เอาไว้แล้วว่าคลื่นความถี่ 1800 MHz น่าจะจัดสรรได้ไม่หมดอย่างน้อยอาจจะเหลือ 1-2 สล็อต ตรงกับคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร รักษาการประธาน กสทช. ที่ให้สัมภาษณ์กับ "ฐานเศรษฐกิจ" ยอมรับว่า การจัดสรรคลื่นความถี่ 1800 MHz ในครั้งนี้คลื่นอาจจะจัดสรรไม่หมดเพราะใช้สูตรN-1 เนื่องจากผู้ให้บริการมือถือในตลาดมีเพียง 3 ราย ซึ่ง เอไอเอส และ ทรู ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ไปแล้วก่อนหน้านี้
          "ส่วนเหตุผลที่ กสทช. กลับมาใช้หลักเกณฑ์ประมูลคลื่น 3 ใบอนุญาต ใบอนุญาตละ 15 เมกะเฮิรตซ์ เนื่องจากกลัวข้อครหา อีกทั้งเอกชนซึ่งได้รับใบอนุญาตไปก่อนหน้านี้บอกว่าเสียงข้างมากต้องการใช้หลักเกณฑ์เดิม แต่ กสทช.กลับไปฟังเสียงข้างน้อยที่ต้องให้ซอยคลื่นความถี่ใหม่เป็น 9 ใบอนุญาตใบอนุญาตละ 5 เมกะเฮิรตซ์" นั่นคือคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.สุกิจ
          วัดใจ "เอไอเอส"
          เมื่อ ทรู ตัดสินใจถอยฉากจากประมูลคลื่น 1800 ด้วยเหตุผล 3 ข้อที่อ้างข้างต้น ต้องจับตาว่า เอไอเอส จะเข้าร่วมประมูลหรือไม่ เนื่องจากวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้มารับเอกสารจำนวน 2 ชุด ในนามบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส และบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (เอดับบลิวเอ็น) จะเข้าร่วมประมูลหรือไม่
          "ถ้า เอไอเอส ยื่นประมูลโดยส่ง เอดับบลิวเอ็น เข้ามาประมูลแข่งกับ ดีแทค หากมีการเคาะราคาแข่งกันแล้ว ดีแทค ถอยเท่ากับว่า เอไอเอส ก็ได้คลื่น 1800 MHz ไปอีก 1 ใบ ซึ่งตอนนี้ ฝ่ายบริหาร ดีแทค คืออยู่ว่าจะประมูลหรือไม่ เพราะ ดีแทค ต้องการให้ กสทช.ซอยใบอนุญาตจาก 15 MHz มาเป็น 9 ใบอนุญาตใบละ 5 MHz"
          รอคลื่นใหม่
          ด้านนายสืบศักดิ์ สืบภักดี นักวิจัยด้านโทรคมนาคม ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า กรณีที่ ทรู มีการแสดงท่าทีอย่างเป็นทางการถึงการไม่เข้าร่วมประมูลคลื่น 1800 MHz ในครั้งนี้ถือว่าเป็นไปตามการคาดการณ์ก่อนหน้านี้รวมถึงกระแสข่าวที่มีมาโดยตลอด ทั้งในกรณีราคาคลื่นที่มีมูลค่าสูงตามหลักเกณฑ์ที่ กสทช. วางและกำหนดจากราคาการประมูลครั้งก่อน ซึ่งการเข้าร่วมประมูลคลื่นในครั้งนี้ย่อมเป็นการเพิ่มภาระทางการเงินที่ต่อเนื่องจากการประมูลที่เพิ่งผ่านไปและทรูเข้าร่วมการประมูลตลอดทั้งคลื่น 2100 1800 และ 900 MHz ถึงแม้ว่าคลื่นความถี่จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการแข่งขันและสร้างบริการ mobile broadband ที่มีคุณภาพ แต่เอกชนแต่ละรายย่อมต้องมีการประเมินและกำหนดแผนการลงทุนให้สอดคล้องกับสภาพตลาด จำนวนลูกค้าและเทคโนโลยี
          สำหรับ ทรู การมี Bandwidth (ปริมาณรับ-ส่งข้อมูล) ในมืออยู่ 55 MHz ทั้ง Low Band (ความถี่ต่ำ) และ High Band (ความถี่สูง) ถือว่ายังมีศักยภาพในการรองรับลูกค้าในปัจจุบันได้ การเลือกไม่เข้าร่วมประมูล ณ ขณะนี้ไม่ได้หมายความว่า ทรู จะไม่สนใจการได้คลื่นมาเพิ่มแต่น่าจะเป็นการรอจังหวะเวลา ราคา และตัวคลื่นที่เหมาะสมในการสร้างบริการใหม่ๆ สำหรับอนาคตของตัวเองมากกว่า
          นอกจากนี้นายสืบศักดิ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สิ่งที่น่าจับตามองจะโฟกัสไปที่จำนวนผู้สนใจที่เหลืออยู่ว่าจะเหลือมายื่นเอกสารเข้าร่วมประมูลกี่ราย ซึ่งจะเป็นการกำหนดตัวจำนวนใบอนุญาตที่จะถูกนำออกมาประมูลได้ตามกฎ N-1 ทั้งนี้ยังเหลือเวลาสำหรับเอกชนที่สนใจจะรับซองหลักเกณฑ์การประมูลและอีก 1 เดือนจึงจะเสนอเอกสารเสนอตัวเข้าประมูล
          3 ค่ายโชว์งบไตรมาสแรก
          ขณะที่ 3 ค่ายมือถือได้รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2561 โดยค่ายมือถือเบอร์ 1 เอไอเอส มีกำไรสุทธิ 8,037 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% ลูกค้ามือถือ 4 จี คิดเป็น 50% และมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 571,800 ราย, ส่วนทรู ผลการขาดทุนลดลงเป็น 387ล้านบาท เมื่อเทียบกับผลขาดทุน 1,152 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2560 โดย EBITDA ของกลุ่มทรู เพิ่มขึ้น 23.0% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนหน้า ลูกค้าโดยรวมเพิ่มขึ้นเป็น 27.63 ล้านราย ประกอบด้วยลูกค้าระบบเติมเงิน 20.56 ล้านราย และลูกค้าระบบรายเดือน 7.07 ล้านราย ทรูออนไลน์ ลูกค้าบรอดแบนด์เพิ่มขึ้นสุทธิประมาณ 1.15 แสนราย เป็น 3.3 ล้านราย และ ทรูวิชั่นส์ มีฐานลูกค้ารวมประมาณ 4 ล้านราย ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2561
          ขณะที่ ดีแทค กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,315 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าในไตรมาส 1 ปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 229 ล้านบาท ปัจจัยสำคัญของไตรมาสนี้อยู่ที่ค่าใช้จ่ายและต้นทุนที่ลดลง ส่วนลูกค้าของทาง DTAC ไตรมาส 1 อยู่ที่ 21.812 ล้านเลขหมาย ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปีที่แล้ว ซึ่ง DTAC มีลูกค้า 24.310 ล้านเลขหมาย ARPU เฉลี่ยต่อเลขหมายอยู่ที่ 240 บาท เพิ่มขึ้น 8.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปีที่แล้ว
          ว่ากันว่าก่อน ทรู ประกาศไม่ร่วมประมูลช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาผู้บริหาร กสทช. เดินทางไปร่วมคณะทัวร์กับผู้บริหารทรู ในต่างประเทศ การไปครั้งนี้มีนัยจนกระทั่ง ทรู ตัดสินใจในครั้งนี้
          สุดท้ายการประมูลคงไม่คึกคักเพราะ ทรู ประกาศตัวชัดเจน ส่วน "ดีแทค" คงไม่ทิ้งคลื่น 1800  MHz  เพราะมีผู้ใช้บริการอยู่กว่า 5 แสนราย