ILINKลั่นQ2รายได้-กำไรพุ่ง ตุนแบ็กล็อก 3 พันล้าน จ่อประมูลงาน 4 พันล้าน

ILINK แย้มไตรมาส 2/2561 รายได้-กำไรพุ่งไม่หยุด หลังทุกธุรกิจเติบโตดี มั่นใจทั้งปีนี้กำไรโตก้าวกระโดด และรายได้ทะลุเป้า 4,985 ล้านบาท โตมากกว่า 10% จากปีก่อนตุนแบ็กล็อกกว่า 3,000 ล้านบาท และจ่อประมูลงาน 4,000 ล้านบาท
          นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2561 คาดว่ารายได้และกำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/2560 ที่มีรายได้ 848.43 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 56.43 ล้านบาท รวมทั้งเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/2561 ที่มีรายได้ 1,337.51 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 57.20 ล้านบาท เนื่องจากทุกธุรกิจมีแนวโน้มเติบโตดี
          โดยธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณในไตรมาส 2/2561 คาดว่ารายได้จะมีแนวโน้มเติบโตดีเนื่องจากบริษัทจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่เกี่ยวกับอุปกรณ์ส่งสัญญาณ ซึ่งในไตรมาส 2/2561 คาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว จากไตรมาส 1/2561 มีรายได้จากอุปกรณ์ส่งสัญญาณอยู่ที่ 18 ล้านบาท รวมทั้งบริษัทได้มีการเจรจาต่อรองราคาสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศเพื่อให้ต้นทุนที่ถูกลงแต่ขายได้ในราคาเท่าเดิมด้วย
          นอกจากนี้ บริษัทายังได้รับคำสั่งซื้อสายสัญญาณ เพื่อใช้ในโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ (รัฐสภาแห่งที่ 3) จาก บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PLE มูลค่าประมาณ 110.50 ล้านบาท โดยคาดว่าจะส่งมอบสินค้าและเรียกเก็บเงินได้ในภายในไตรมาส 2/2561 มูลค่า 48.50 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 63 ล้านบาททยอยรับรู้รายได้ในปี 2562
          ขณะที่ธุรกิจวิศวกรรมในไตรมาส 2/2561 คาดว่ารายได้จะมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เป็นผลจากบริษัทพยายามควบคุมและลดต้นทุนประกอบกับปัจจุบันบริษัทมีงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) อยู่ที่ประมาณ 3,193.66 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่อง จากทั้งปี 2561 ที่จะมีการรับรู้รายได้ประมาณ 1,100 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ถึงปี 2563
          โดยบริษัทเตรียมเข้าประมูลงานใหม่ มูลค่ารวมประมาณ 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการจ้างเหมาก่อสร้างเคเบิลใต้น้ำ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มูลค่า 2,000 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดประมูลช่วงปลายไตรมาส 2/2561 หรือต้นไตรมาส 3/2561 โครงการ สมาร์ทมิเตอร์ 1,000 ล้านบาท และงานโครงการด้านโทรคมนาคมอีก 1,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะได้งบประมาณ 50% ของมูลค่างานดังกล่าว
          ส่วนธุรกิจโทรคมนาคมในไตรมาส 2/2561 คาดว่ารายได้จะเติบโตเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีลูกค้าใช้บริการเช่าวงจรจำนวนมาก รวมทั้งจะมีการรับรู้รายได้จากโครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่ชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) บางส่วน
          ทั้งนี้ บริษัทมั่นใจว่าปี 2561 รายได้มีโอกาสทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 4,985 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% จากปี 2560 ที่มีรายได้อยู่ที่ 4,251.01 ล้านบาท หลังจากบริษัทได้ปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจใหม่ในการลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณมีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ รวมทั้งธุรกิจวิศวกรรม เน้นควบคุมต้นทุนในโครงการก่อสร้างรับเหมาด้านวิศวกรรมที่กำลังดำเนินงานอยู่ โดยเฉพาะโครงการวางสายร้อยท่อสาธารณูปโภคในสนามบินสุวรรณภูมิ
          ขณะที่ธุรกิจโทรคมนาคม เน้นโครงการที่มีมาร์จิ้นสูงเพิ่มขึ้นด้วย ทำให้คาดว่าอัตรากำไรสุทธิในปี 2561 จะอยู่ที่ 6.5% เพิ่มขึ้น 4% จากปี 2560 อยู่ที่ 2.5% ส่วนกำไรสุทธิในปี 2561 คาดว่าจะเติบโตก้าวกระโดด จากปี 2560 ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 28.08 ล้านบาท เนื่องจากในไตรมาส 1/2561 เพียงไตรมาสเดียวบริษัทมีกำไรสุทธิมากกว่าทั้งปี 2560 แล้ว