"กรุงศรี"ร่วม บ.Big Data อสังหาฯ จูงมือ 3 พันธมิตรลงขัน 100 ล้าน

กรุงศรี ฟินดนเวต ในเครือแบงก์กรุงศรี จับมือปตท. บริษัทในเครือปูนใหญ่พร้อม 500 ตุ๊กตุ๊ก ร่วมลงทุน 100 ล้านบาทในบริษัท บาเนีย บริษัทที่พัฒนาเกี่ยวกับ Big Data ด้านอสังหาริมทรัพย์ หวังต่อยอดสินเชื่อบ้าน เผยต้นปีหน้าพาเข้าแซนด์บ็อกซ์ เรื่องประมาณราคาบ้านเลิกในระบบประเมาณราคา ส่งผลต้นทุนลด ลูกค้าได้ดอกเบี้ยลดลง ยันเหลือเงินร่วมทุนอีก 20 ล้านดอลลาร์ เล็งลงทุนในฟินเทคที่ธนาคารได้ประโยชน์
          นายแซม ตันสกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท กรุงศรี ฟิตโนเวต จำกัด ในเครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) บริษัทได้ร่วมกับ บมจ.ปตท. บริษัท แอดเวนเจอร์ ในเครือ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCG) และกองทุนร่วมลงทุน 500 ตุ๊กตุ๊ก (500 TukTuks) ร่วมลงทุนในบริษัท บาเนีย (ประเทศไทย) จำกัด (Baania) ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่พัฒนาเกี่ยวกับ Big Data อสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบของ Marketplace และ Data Analytics เพื่อต่อยอดและพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการในกลุ่มธุรกิจ เช่น ธุรกิจสินเชื่อบ้านของกรุงศรี ธุรกิจค้าปลีกของ ปตท. และเอสซีจี โดยมีมูลค่าการร่วมลงทุนราว 100 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นการนำไปพัฒนาเทคโนโลยีของบาเนียในระยะ 2 ปี
          "การลุงทนครั้งนี้นับเป็นการร่วมลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งขององค์กรชั้นนำของไทย โดยกรุงศรี ฟินโนเวต นำทีมร่วมลงทุน เพราะบาเนียมีศักยภาพ ความสามารถในการแข่งขัน และความ เชี่ยวชาญที่ชัดเจนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กรุงศรี เห็นศักยภาพของบาเนียตั้งแต่เมื่อครั้งที่ได้มีโอกาสทำงานร่วมงานกันในโครงการ Krungsri RISE ขณะเดียวกันกรุงศรีให้ความสำคัญในเรื่องเทคโนโลยี Big Data และการทำ Data Analytic ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญและมีประโยชน์อย่างยิ่งในการทำธุรกิจปัจจุบัน ละสิ่งนี้เป็นความเชี่ยวชาญของบาเนีย ซึ่งจะช่วยให้กรุงศรีสามารถต่อยอดข้อมูลและเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการสินเชื่อบ้านให้สามารถตอบโจทย์ทั้งผู้บริโภคและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่อไปในอนาคต" นายแซม กล่าวและเผยต่อไปว่า
          ในช่วงต้นปี 2562 กรุงศรี ฟินโนเวตและบาเนียจะร่วมกันพัฒนาระบบการประมาณราคาที่ดินและที่อยู่อาศัย ซึ่งจะมีการนำเข้าไปทดสอบใน Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยระบบประมาณราคาที่อยู่อาศัยจะช่วยลดต้นทุนให้กับลูกค้าและธนาคารจากการที่ลูกค้าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการประเมินราคาในการขอสินเชื่อเหมือนในอดีตที่ผ่านมา และช่วยลดต้นทุนขั้นตอนการทำงานของธนาคาร ซึ่งจะช่วยให้อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยของลูกค้าลดลง
          ทั้งนี้ ธนาคารกรุงศรีอยุธยาได้ตั้งวงเงินให้บริษัทใช้ในการลงทุนใน Fintech Startup จำนวน 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการร่วมลงทุนแล้ว 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ระบบชำระเงิน (Payment) และบริษัท บาเนีย ส่วนที่เหลือ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อยู่ระหว่างหาธุรกิจที่มีความเหมาสม โดยธุรกิจที่มีความสนใจ เช่น แชทบอท (Chatbot) เพื่อมาให้บริการแทน Call Center ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการวิเคราะห์สินเชื่อและ Cyber Security เพื่อป้องกันการแฮกข้อมูล ซึ่งแม้ว่าปัจจุบันประเทศไทยจะยังไม่เคยเกิดการแฮกข้อมูลการเงิน แต่ก็อยากมีเพื่อป้องกันไว้ก่อน
          ด้าน นางสาวอัญชนา วัลลิภากร ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บาเนีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าบริษัทได้รับความไว้วางใจจาก 4 บริษัทขนาดใหญ่ ได้แก่ กรุงศรี ฟินโนเวต ปตท.แอดเวนเจอร์ และ 500 TukTuks เวนเจอร์ แคปิตอลในกลุ่ม 500 Startups จากซิลิคอน วัลเลย์ สหรัฐอเมริกาผู้ร่วมทุนเดิม ในการลงทุนรอบใหม่เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการขยายธุรกิจในอนาคต
          ขณะที่หลังจากการระดมทุนครั้งแรกในปี 2560 บริษัทได้พัฒนาฐานข้อมูล อสังหาริมทรัพย์เพื่อรองรับการใช้งานของ ผู้บริโภคที่ต้องการซื้อบ้านและผู้ประกอบ การที่ต้องการข้อมูลเชิงลึกในการตัดสิน ใจลงทุน โดยมีข้อมูลโครงการครอบคลุม 15 จังหวัด ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก
          มากกว่า 13,622 โครงการ มีบ้านอยู่ในระบบ 2,265,214 หลัง และแบบบ้าน 27,291 แบบ และมีผู้เข้าใช้งานในระบบกว่า 4,000,000 ราย ทำให้มีข้อมูลในการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคกว่า 700 ล้าน Data Point
          “การระดมทุนในปี 2561 บาเนีย  จะขยายการพัฒนาฐานข้อมูลโครงการ อสังหาริมทรัพย์ให้ครบ 26 จังหวัดหลักทั่วประเทศ เพิ่มพื้นที่การจัดเก็บข้อมูลใน ภาคใต้ ภาคตะวันตก และเพิ่มผู้ใช้บริการ ในระบบเป็น 7,000,000 คน พร้อมทั้งพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ เช่น Search by Lifestyle ระบบการค้นหาที่อยู่อาศัยตามพฤติกรรมการใช้ชีวิต B Estimate ระบบประมาณราคาบ้าน และ Baania Pulse: Deep Social Listening สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์” นางสาวอัญชนา กล่าว และว่า
          การนำเทคโนโลยีมาพัฒนาข้อมูลอสังหาริมทรัพย์จะช่วยให้ผู้บริโภคที่สนใจซื้อที่อยู่อาศัยมีข้อมูลที่ครบถ้วน ครอบคลุม ทุกพื้นที่ในประเทศไทย พร้อมข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่เป็น ประโยชน์ ลดความผิดพลาดในการซื้อ สามารถเข้าถึงข้อมูลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ขณะที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จะมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการลงทุน เข้าใจความต้องการของผู้บริโภคในอนาคต สามารถเข้าถึงตัวตน และรสนิยมของผู้บริโภค เพื่อนำมาพัฒนาสินค้าและบริการได้ตรงกับความต้องการ และใช้ Baania.com เป็นช่องทางในการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ