"ดีแทค-ทีโอที"กดปุ่ม2300ดีเดย์เปิดบริการกลางปี

กรุงเทพธุรกิจ "ดีแทค"ผนึก"ทีโอที" ทดสอบให้บริการบนคลื่นความถี่ 2300 เมกะเฮิรตซ์  "ดีแทค-ที" 10 แห่งใจกลางกรุง ดีเดย์ให้บริการต้นเดือนม.ย.นี้ ก่อนขยาย ไปใน 37 จังหวัดภายในสิ้นปี ครอบคลุมทั่วประเทศปีหน้า  ชี้เป็นแบนด์วิดท์ที่กว้างที่สุด เหมาะใช้งานดาต้าสูง  ไม่ฟันธงจะร่วมประมูลคลื่น 1800 หรือไม่
          หลังใช้เวลาดำเนินการมากว่า 1 ปี ในที่สุดสัญญาใช้คลื่นความถี่ 2300 เมกะเฮิรตซ์ ระหว่างทีโอที และบริษัท โทเทิ่ลแอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค สำเร็จลุล่วง และพร้อมให้บริการอย่าง เป็นทางการแล้วภายในไตรมาส 2 ปีนี้ ปลดล็อกความจำเป็นในการประมูลคลื่น 1800 ของดีแทค ที่ลุ้นว่าที่สุดแล้วจะเข้าร่วมประมูลในเดือนส.ค.นี้หรือไม่
          นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  ดีแทค กล่าวว่า ดีแทค และ บมจ.ทีโอที เปิดทดสอบ "ดีแทค - ที (dtac-T)" บนคลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 10 สถานีใจกลางกรุงเทพฯ โดยเน้นจุดพื้นที่ที่มีการใช้งานหนาแน่น เพื่อทดสอบสัญญาณเตรียมความพร้อม ก่อนที่จะ เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์แก่ลูกค้าทั่วไปช่วงต้นเดือนมิ.ย.
          "ดีแทควางแผนขยายบริการบนคลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์ ไม่ต่ำกว่า 37 จังหวัดภายในปีนี้ จำนวนสถานีฐานทั้งสิ้น 4,000 แห่ง จากปัจจุบัน มีจำนวนสถานีฐานกว่า 2 หมื่นแห่ง โดยพื้นที่แรกที่จะเปิดให้บริการ เชิงพาณิชย์จะเน้นไปที่บริเวณที่มีการใช้งานดาต้าสูง ในแผนจะทำให้ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดภายในปี 2562"
          ตั้ง10เสาย่านธุรกิจทดสอบบริการ
          ทั้งนี้ 10 เสาแรกที่เปิดทดสอบการใช้บริการดังกล่าว ได้แก่ สาทร แหล่งธุรกิจ ย่านนัดพบของคนทำงาน สังสรรค์ ย่านของกินอร่อยใจกลางเมือง, พระราม 3 ย่านเมืองใหม่ จุดเชื่อมต่อกรุงเทพและเส้นทางเข้าสู่ ใจกลางเมืองจุดสำคัญ, สีลม ถนนธุรกิจใจกลางเมืองของกรุงเทพมหานคร หรือ"วอลล์สตรีทของกรุงเทพ" แหล่งรวมธนาคาร โรงแรม สำนักงานชั้นนำขนาดใหญ่ และศูนย์การค้า พร้อมแหล่งท่องเที่ยว แหล่งซื้อสินค้า ที่ระลึก ทั้งกลางวันและกลางคืน
          ราชประสงค์ ศูนย์กลางแหล่งชอปปิงที่ยิ่งใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, สุขุมวิท ย่านที่พักไฮเอนด์ ศูนย์การค้าชั้นนำ แหล่งธุรกิจ และ จุดหมายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และ เจริญกรุง แหล่งท่องเที่ยวชุมชนเก่าใจกลางกรุงเทพมหานคร ทางเลือกในการท่องเที่ยวชมวิถีชีวิตของคน ในชุมชนสไตล์อันซีนของนักท่องเที่ยว ไทยและต่างประเทศ เป็นต้น
          จัดงบ1.5-1.8หมื่นล.ขยายสถานีฯ
          เขากล่าวว่า ปี 2561 ดีแทควางงบประมาณการลงทุนสำหรับการขยายสถานีฐานและเสาสัญญาณคลื่น 2100-2300 เมกะเฮิรตซ์ประมาณ 1.5-1.8 หมื่นล้านบาท เมื่อหักกลบค่าใช้บริการระหว่างกันดีแทคสามารถให้ค่าตอบแทนแก่ทีโอทีเป็นจำนวน 4,510 ล้านบาทต่อปีจนถึง ปี 2568
          "การได้คลื่นดังกล่าวมาจะทำให้ ดีแทคเป็นผู้เล่นที่มีความแข็งแกร่ง มากขึ้น แต่ทั้งนี้ไม่ได้โฟกัสเรื่องตำแหน่งว่า จะต้องขึ้นไปเป็นที่ 1 ที่ 2 หรือที่ 3 ที่โฟกัสคือมุ่งพัฒนาการบริการเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า และยืนยันได้ว่าจากนี้จะมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง กับคลื่น 2300 มากขึ้นแน่นอน"
          ดีแทคเผยว่า การให้บนคลื่นความถี่ 2300 เมกะเฮิรตซ์ เลือกใช้เทคโนโลยี Time Division Duplex (TDD) โดยทีดีดีสามารถจัดการแบนด์วิดท์สำหรับการอัพลิงค์ และดาวน์ลิงค์บนแบนด์วิดท์เดียวได้พร้อมกันตลอดเวลา นับว่าความร่วมมือกันครั้งมีการนำคลื่นความถี่กว้าง 60 เมกะเฮิรตซ์ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยมาใช้งานเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันการใช้งานดาต้าในประเทศไทยมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด เฉลี่ยมากกว่า 8 กิกะไบต์ ต่อผู้ใช้งานต่อเดือน
          ปฏิวัติไอที"รับ-ส่ง"ดาต้า
          ทีดีดี และ แมสซีฟ ไมโม่ (Massive MIMO) คือเทคโนโลยีที่จะปฏิวัติการรับและส่งดาต้าในแต่ละเสาสัญญาณได้มากกว่าเดิม นับเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ก้าวสู่ "5G-ready" โดยคลื่นใหม่ที่จะนำมาให้บริการมีความจุที่มากที่สุด และมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
          นายลาร์ส กล่าวต่อว่า ขณะนี้ มีสมาร์ทโฟน 4 จี มากกว่า 70% ที่รองรับ เทคโนโลยีทีดีดี บนคลื่นความถี่ 2300 เมกะเฮิรตซ์ ดังนั้นไม่เพียงแต่ผู้ใช้งานบนคลื่น 2300 จะได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น ผู้ที่ใช้งานสมาร์ทโฟนบน คลื่น 2100 จะได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้นจากที่มีการเพิ่มคลื่นความถี่ หรือ Off Load จากผู้ใช้งานบนระบบ ทีดีดีเช่นกัน
          แทงกั๊กร่วมประมูล1800
          สำหรับคลื่น 1800 ดีแทคให้ความสนใจและเป็นหนึ่งในบริษัทที่เข้าไปรับซอง และขณะนี้ได้นำมาศึกษาถึงเงื่อนไขต่างๆ ว่าเป็นอย่างไร ทว่ายังไม่อาจตอบได้ว่าจะเข้าร่วมประมูลหรือไม่ ต้องผ่านการอนุมัติจากบอร์ดก่อน
          ด้านนายมนต์ชัย  หนูสง  กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ ทีโอที เผยว่า สัญญาทาง ธุรกิจและความร่วมมือระหว่างทีโอที และดีแทคในการใช้งานคลื่นความถี่ 2300 เมกะเฮิรตซ์ บนแบนด์วิดท์ ที่กว้างที่สุดถึง 60 เมกะเฮิรตซ์ (2310- 2370 MHz) เพื่อให้บริการการสื่อสารความเร็วสูงมิติใหม่ของประเทศ เป็นการ ปักหมุดความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม
          นอกจากนี้ นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่นำเทคโนโลยีล่าสุดของโลก 4จี แอลทีดี-ทีดีดี มาให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั้งบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ และอินเทอร์เน็ตไร้สายประจำที่ (Fixed Wireless broadband) เพื่อขยายบริการให้ครอบคลุมชุมชนหรือครัวเรือนต่างๆ ในพื้นที่ห่างไกลซึ่งจะมีส่วนสำคัญช่วยลดความเหลื่อมล้ำของคนไทยในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตอย่างทั่วถึง และเท่าเทียม
          ทีโอทีแจง"ยกระดับโทรคม"
          "ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารโทรคมนาคมของประเทศไทยให้ ก้าวทันกับนานาประเทศตามนโยบายรัฐบาลที่จะนำพาประเทศก้าวสู่ ไทยแลนด์ 4.0 ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญในการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม เพื่อ ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ให้เข้มแข็งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก โดยบริการคลื่น 2300 นับเป็นกุญแจสำคัญต่อความสำเร็จในอนาคตของระบบโทรคมนาคม และระบบดิจิทัลในประเทศไทย"
          อย่างไรก็ตาม การเปิดให้บริการคลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์ นอกจากจะสร้างประโยชน์ให้กับอุตสาหกรรมโทรคมนาคม จะเป็นการเสริมศักยภาพบริการของทีโอที ทั้งบริการโมบายบน คลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์และบริการบรอดแบนด์ของทีโอที ซึ่งจะรองรับความต้องการใช้งานของภาครัฐ ของธุรกิจเอกชน ธุรกิจเอสเอ็มอีและประชาชนได้มากขึ้น