JASIFปันผล0.22บาท JASพุงกางรับ403ล้าน

 กองทุนบัวหลวงประกาศจ่ายปันผล JASIF อัตราหน่วยลงทุนละ 0.22 บาท รวม 1,210 ล้านบาท ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 24 พ.ค.นี้ ด้าน JAS ที่ถือหุ้นใหญ่ 33.33% รับทันที 403 ล้านบาท ด้านโบรกฯ มองเงินปันผลของ JASIF ณ ปัจจุบัน อยู่ที่ 8% น่าสนใจมากกว่าอัตราตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ยของตลาดปีนี้อยู่ที่ 2.9% แนะซื้อเป้าหมาย 12.50 บาท
          บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด ในฐานะบริษัทจัดการของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน (JASIF) แจ้งกำหนดการจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 13 และวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุนเพื่อกำหนดสิทธิในเงินปันผล โดยให้จ่ายเงินปันผลครั้งที่ 13 จากผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2561 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2561 ในอัตราหน่วยลงทุนละ 0.22 บาท (คิดเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,210.00 ล้านบาท) พร้อมขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 24 พ.ค. 2561
          โดยบริษัทจัดการกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุน เพื่อกำหนดสิทธิในการรับเงินปันผลในวันที่ 28 พฤษภาคม 2561 กำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนในวันที่ 12 มิถุนายน 2561
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจ่ายเงินปันผลของ JASIF ทำให้บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ที่ถือหุ้น JASIF อยู่จำนวน 1,833,150,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 33.33% จะได้รับเงินปันผลประมาณ 403.29 ล้านบาท และจะบันทึกในงวดไตรมาส 2/2561
          ทางด้านบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง ระบุ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลของ JASIF ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 8% ในปี 2561 ซึ่งดูน่าสนใจมากกว่าอัตราตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ยของตลาดฯ ในปี 2561 ซึ่งอยู่ที่ 2.9% และอัตราผลตอบแทนจากพันธบัตรรัฐบาล 10 ปีซึ่งอยู่ที่ 2.7% การโอนสายใยแก้วนำแสงครั้งใหม่อีกจำนวนไม่เกิน 9.8 แสนคอร์กม. ณ สิ้นปี 2561 หรือภายในไตรมาส 1/2562 ถือว่าเป็นอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรสุทธิปี 2562  ซึ่งจะประเมินใหม่อีกครั้งในช่วงไตรมาส 3/2561 หรือไตรมาส 4/2561 ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" สำหรับ JASIF เนื่องจากเป็นหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับสูง เป้าหมายพื้นฐาน 12.50 บาท
          แนวโน้ม คาดกำไรหลักไตรมาส 2/2561 ที่ 1.37 พันล้านบาท ทรงตัวจากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 0.7% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนเนื่องจากอัตราค่าเช่าที่เพิ่มขึ้น 0.7% โดยอ้างอิงกับดัชนีราคาผู้บริโภคในปี 2560 คาดรายได้ค่าเช่าไตรมาส 2/2561 ที่ 1.45 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า
          ส่วนธุรกรรมการขายสายใยแก้วนำแสงอีกไม่เกิน 9.8 แสนคอร์กม. เข้า JASIF มีแนวโน้มเลื่อนออกไปเป็นสิ้นปี 2561 หรืออย่างช้าสุดในไตรมาส 1/2562 เราจะทำการรวมมูลค่าเพิ่มสุทธิจากการโอนสินทรัพย์ใหม่ดังกล่าวเข้ากองทุนในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 จึงยังคงมุมมองเดิมว่าธุรกรรมการโอนสายใยแก้วนำแสงใหม่เข้า JASIF ที่จะเกิดขึ้นจะเป็นปัจจัยบวกหนุนกำไรสุทธิต่อหน่วยและเงินปันผลต่อหน่วยของกองทุนให้เพิ่มขึ้นในระยะยาว ถึงแม้ว่าจะมีต้องมีการระดมเงินทุนผ่านการเพิ่มทุนและการก่อภาระหนี้ใหม่เพิ่มขึ้นก็ตาม