สัมภาษณ์: "สดช." ประสานสิบทิศ วางนโยบายดิจิทัล-คุมกองทุนพันล้าน

 เป็นที่จับจ้องสำหรับหน่วยงานใหม่ที่จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) อย่าง "สดช." สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  เพื่อผลักดันนโยบายดิจิทัลไทยแลนด์ ที่รัฐบาลเดินหน้าเต็มสูบ ทั้งบริหารกองทุนดีอีที่ประเมินกันว่า น่าจะอู้ฟู่ไม่น้อย ด้วยรายรับจาก 15% ของเงินประมูลคลื่นและ 15% จากรายได้ ของสำนักงาน กสทช. "ประชาชาติธุรกิจ" พาคุยกับ "วรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา" เลขาธิการบอร์ดดีอี และเลขาธิการ สดช.
          Q : เป็นสำนักงานใหม่
          ก็มีหน่วยงานเดิมโยกมารวมด้วยทั้งภารกิจและคน อย่างสำนักกิจการอวกาศแห่งชาติ สำนักส่งเสริมและพัฒนาการใช้ไอซีที ที่เดิมอยู่ภายใต้สำนักปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ แต่ภารกิจสำคัญของ สดช. คือ เป็นหน่วยนโยบายที่จะต้องวางนโยบายทั้งเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน งานด้านเศรษฐกิจ สังคม ต่างประเทศ
          ตอนนี้งานด้านอินฟราสตรักเจอร์ที่ทำอยู่ก็มีเรื่อง แลนดิ้งไลน์ คลื่นความถี่ และดาวเทียมดวงถัดไป ทิศทางของซับมารีนเคเบิล อย่างดาวเทียมดวงใหม่ สดช.จะวางนโยบายในระดับบนว่า ไทยจะมีไฟลิ่งดาวเทียมอยู่เท่านี้ ใครอยากจะใช้ก็ต้องติดต่อกับ ITU ผ่าน สดช. แต่การให้บริการก็จะอยู่ภายใต้กฎของ กสทช. หน้าที่ สดช.คือ ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
          Q : ที่ต้องเห็นผลในปีนี้
          งานแลนดิ้งไลน์ของดาวเทียม ที่จะต้องวางกติกาในการเข้ามาให้บริการในประเทศไทยของดาวเทียมต่างประเทศ ไม่ใช่ปล่อยเสรีโดยไม่มีกติกาอะไรเลย ซึ่งต้องอาศัยการเจรจาระหว่างรัฐบาล เพราะพวกนี้เป็นสิทธิของประเทศ
          digital policy unit ที่จะเป็นศูนย์รวมข้อมูลสำหรับใช้กำหนดนโยบายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคลาวด์ซอร์ซิ่ง แคชเลส โซไซตี้ และการทำ intelligent unit ที่จะทำ digital GDP ดัชนีชี้วัดผลที่เกิดจากการนำดิจิทัลไปใช้ ที่จะทำก่อนคือด้านอีคอมเมิร์ซ SMEs จะจับมือกับ สพธอ. รวมถึงประเมินและเปรียบเทียบดัชนีชี้วัดของต่างประเทศ เพื่อหาผู้ที่จะเข้ามารับผิดชอบผลักดันให้อันดับของไทยในการสำรวจครั้งต่อไปดีขึ้น
          รวมถึงพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ให้ครบทุกระดับการใช้งาน อย่างในกลุ่ม ผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลที่ไทยขาดแคลนมากแทบทุกสาขา แล้วก็ต้องมีหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งระดับประถม มัธยมฯ และการศึกษานอกโรงเรียนด้วย เพราะถ้าเน็ตประชารัฐไปถึงทุกหมู่บ้านแล้ว การสร้างความรู้เท่าทัน และ ต่อยอดการใช้ประโยชน์สำคัญมาก
          Q : เหมือนงานจะทับซ้อนคนอื่น
          ต้องยอมรับว่าหลายหน่วยงาน เขาเกิดมาก่อน ทำมาก่อน แต่ สดช.ก็มีกฎหมายระบุภารกิจให้ต้องทำ ถ้าไม่ทำก็จะลำบาก ฉะนั้นต้องเข้าไป คุยกับเจ้าของงานเดิม แล้วขีดเส้นให้ชัดว่า สดช.ทำงานด้านนโยบาย กำหนดกรอบใหญ่ สำรวจดูว่าตรงไหนยัง ขาด ยังไม่ครบ ต้องหาคนมาช่วยทำช่วยเสริม
          Q : ผลงาน 6 เดือน
          ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ผลักดันภูเก็ตสมาร์ทซิตี้ ต้นแบบเมืองอัจฉริยะ ร่วมมือ กับองค์กรต่าง ๆ ทั้งการให้บริการฟรีไวไฟ 1,000 จุด ให้บริการข้อมูลผ่านโมบายแอปพลิเคชั่น บูรณาการการ จัดเก็บ big data โครงการ Smart Sign on ที่ให้ผู้ใช้บริการลงทะเบียนครั้งเดียวก็ใช้งานฟรีไวไฟ @THwi-fi ได้ทุกผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนแล้ว 234,185 ราย มีการเข้าใช้บริการแล้ว 2.59 ล้านครั้ง
          ด้านสังคม มีโครงการป้องกัน cyber bullying ลดปัญหาการคุกคามและกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ ด้านเศรษฐกิจมีโครงการศูนย์ดิจิทัลชุมชน กิจกรรม village e-Commerce พัฒนาต้นแบบ ใช้ศูนย์ดิจิทัลชุมชนบ่มเพาะ ซึ่งมี เป้าหมายจะผลิตวิทยากรชุมชน 643 คน ผู้ประกอบการชุมชน 6,285 คน ร้านค้าชุมชนออนไลน์ 4,578 ร้านค้า มูลค่าการขาย 216 ล้านบาท โมเดลธุรกิจสำหรับศูนย์ดิจิทัลชุมชน 3 รูปแบบ และสร้าง "ราชบุรีโมเดล" ให้เป็นโครงการนำร่อง
          Q : ต้องดูศูนย์ดิจิทัลชุมชนด้วย
          รับโอนมาตาม พ.ร.บ. ฉะนั้นปีนี้จะสำรวจว่า 2,280 ศูนย์เดิม มีตรงไหนที่ง่อยเปลี้ยเสียขา ซึ่งจริง ๆ แต่ละจังหวัดก็มีหน่วยงานที่เขาอยากจะเข้ามารับช่วงดูแลต่ออย่าง กศน. วัด อบต. ก็ต้องตรวจนับอุปกรณ์-ทรัพย์สิน จากนั้นก็ต้องสร้างความเข้มแข็งให้แต่ละศูนย์ เพื่อให้บริการกับประชาชนในพื้นที่ได้จริง พอยืนได้ก็โอนให้หน่วยงานท้องถิ่นดูแลต่อ โดยอนาคตจะต้องเป็นเทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ เป็นวันสต็อปเซอร์วิสของบริการภาครัฐ เป็นโคเวิร์กกิ้งสเปซให้ชุมชน แมตชิ่งกับเน็ตประชารัฐ
          และก็ต้องสะสางโครงการไอซีที ฟรีไวไฟเดิมที่มีอยู่ 1 หมื่นจุดด้วย
          Q : กองทุนดีอี
          ปีนี้วางกรอบให้ทุนไว้ราวพันล้านบาท คือต้องเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทการพัฒนาดิจิทัล ที่จะต้องครอบคลุม ทั้งภาครัฐ เอกชน กลุ่มประชาชน ต้องเป็นโครงการที่สามารถส่งผลกระทบได้ในวงกว้าง ไม่ซ้ำซ้อนกันกับกองทุนอื่น โดยจะเน้นที่ digital manpower digital security digital infrastructure และการต่อยอดเพื่อใช้ประโยชน์จากโครงการเน็ตประชารัฐ
          คร่าว ๆ 20% จะประกาศเชิญชวนให้ยื่นข้อเสนอตามวัตถุประสงค์ของกองทุน อีก 80% เป็นการจัดสรรให้ทุนตามแนวทางของกองทุน
          แต่ตอนนี้รอให้แผนแม่บทดิจิทัลประกาศก่อน ถึงจะประกาศให้ยื่นขอรับทุนสนับสนุนได้ รวมถึงประกาศโครงการที่เป็นโจทย์วิจัยที่ สดช.จะเปิดให้คน เข้ามารับทุนได้
          Q : เดินได้ช้า
          เพราะต้องทำตามที่ พ.ร.บ.กำหนดไว้ ทุกอย่างมีขั้นตอน ฟิกซ์ไว้หมดว่าต้องมีประกาศนี้ก่อนถึงจะเริ่มทำอันนั้นได้ แต่ก็ต้องทำให้ได้ตามเป้าหมาย ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นว่า ตั้งองค์กรมาแต่ไม่มี ผลงาน แม้ว่าในช่วงแรก ๆ งบประมาณก็ยังไม่มี เงินกองทุนก็ไม่สามารถนำมาใช้เพื่อขับเคลื่อนได้ตามเป้าหมาย