กฟผ.จับมือ CAT บูรณาการ ด้าน"ดิจิทัลและพลังงาน"หนุนนโยบาย Thailand 4.0

 CAT ร่วมกับ กฟผ. เชื่อมโยงและบูรณาการการดำเนินธุรกิจด้านดิจิทัลและพลังงาน พัฒนาระบบตอบสนอง ความต้อง การทางไฟฟ้า สร้างนวัตกรรม ด้านการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ตามนโยบาย Energy 4.0
          พันเอก สรรพชัย หุวะนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ร่วมกับนายกรศิษฏ์ ภัคโชตา นนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ลงนามบันทึกความร่วมมือ การบูรณาการด้านดิจิทัลและพลังงานระหว่าง CAT และ กฟผ. เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการเชื่อมโยงข้อมูลการดำเนินธุรกิจด้านพลังงาน เทคโนโลยีดิจิทัล และการสื่อสารโทรคมนาคม เสริมสร้างโอกาสและความร่วมมือทางธุรกิจ
          พันเอก สรรพชัย กล่าวว่า CAT ได้วางแนวทางดำเนินธุรกิจ ปี 2561 มุ่งเน้นธุรกิจด้านบริการดิจิทัล (Digital service) มากขึ้น เพื่อยกระดับการแข่งขันขององค์กรให้ทันกับเทคโนโลยีปัจจุบันที่เปลี่ยน แปลงอย่างรวดเร็ว และสอดคล้องกับนโยบายการขับเคลื่อนประเทศ ไทยสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งในการจับมือ กับ กฟผ. ครั้งนี้ถือเป็นครั้งสำคัญระหว่างหน่วยงานรัฐวิสาหกิจของประเทศที่จะเปิดมิติใหม่ให้กับการเชื่อมโยงและบูรณาการการดำเนินธุรกิจด้านพลังงาน เทคโนโลยีดิจิทัล และการสื่อสารโทรคมนาคมของประเทศร่วมกัน โดย CAT จะให้ การสนับสนุนด้านโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคม และ Big Data ในการทำโครงการ Smart Energy พร้อมกันนี้จะได้ร่วมกันศึกษาและพัฒนาการเชื่อมโยงและบูรณาการการดำเนินธุรกิจโทรคมนาคม และธุรกิจพลังงานไฟฟ้าที่สำคัญๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล รวมทั้งเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขันของประเทศไทยได้อย่างยั่งยืนไปพร้อมๆ กัน
          ด้าน นายกรศิษฏ์ กล่าวว่า จุด มุ่งหมายสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้คือ การนำนวัตกรรมพลังงานไฟฟ้ามายกระดับประสิทธิภาพของระบบพลังงานไฟฟ้าก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศไทย รวมถึงเป็นการเตรียมรองรับการเปลี่ยน แปลงให้ประเทศไทยพร้อมก้าวเข้าสู่ยุคของ "Energy 4.0" ประกอบด้วย การศึกษาพัฒนาระบบตอบสนอง ความต้องการทางไฟฟ้า (Demand Response) เพื่อควบคุมการใช้ไฟฟ้าให้เหมาะกับต้นทุนการผลิตไฟฟ้าในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างเหมาะสมผ่านมาตรการต่างๆ อาทิ การใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง (Standby Generator) การควบคุมอุณหภูมิปรับอากาศ การควบคุมระบบไฟฟ้าแสงสว่าง การปรับลดโหลดชั่วคราว ร่วมกับการออกแบบด้านการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในพื้นที่หรืออาคารให้เกิดประโยชน์สูงสุด (Energy Efficiency) ในอนาคตอาจพิจารณาการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ (Solar) ระบบกักเก็บพลังงานสำรอง และนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาบริหารจัดการพลังงานภายในพื้นที่แบบครบวงจร ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญที่นำไปสู่งานการสร้างนวัตกรรมด้านการบริหารจัดการพลังงานของประเทศให้ทันสมัย และน่าเชื่อถือ พร้อมรองรับการผลักดันอุตสาหกรรมดิจิทัลใหม่ (New S-Curve Digital Industry) ของประเทศ เสริมสร้างความมั่นคงของพลังงานไฟฟ้า และสนับสนุนการอนุรักษ์พลังงานอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม