7ปีศก.ดิจิตอลพุ่ง736ล้านล.หัวเหว่ยชี้IoTเชื่อมต่อทุกสิ่งทุกอย่างแบบอัจฉริยะ

หัวเว่ยเผยวิสัยทัศน์อุตสาหกรรมทั่วโลกปี 2025 หลังลงทุนกว่า 170 ประเทศทั่วโลก ชี้ 3 มิติครอบคลุมทั้งการเชื่อมต่อ-สื่อสารและความอัจฉริยะ เผยจำนวนสมาร์ทดีไวซ์ส่วนบุคคลมีมากถึง 4 หมื่นล้านชิ้นปริมาณการเชื่อมต่อถึง 1 แสนล้านครั้ง สร้างมูลค่าเศรษฐกิจดิจิตอล 736 ล้านล้านบาท
          นายวิลเลียม ซวี กรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์การตลาดของหัวเว่ย เปิดเผยถึงรายงาน (Global Industry Vision-GIV 2025) ซึ่งเป็นรายงานฉบับใหม่ที่คาดการณ์อนาคตของอุตสาหกรรมและสังคมในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพโดยมีการวิเคราะห์ ด้วยข้อมูลเจาะลึกด้านแนวโน้มอุตสาหกรรมและความแข็งแกร่งด้านธุรกิจของหัวเว่ย รายงาน GIV 2025 มีวิธีวิจัยเฉพาะของตัวเอง ด้วยการใช้ข้อมูลผสมผสานต่างๆ และการวิเคราะห์แนวโน้มเพื่ออธิบายถึงแนวโน้มด้านไอซีทีทั่วโลกและวาดภาพพิมพ์เขียวของอุตสาหกรรมไอซีที ครอบคลุมกว่า 170 ประเทศทั่วโลก รายงานฉบับนี้ครอบคลุมใน 3 มิติ คือ ทุกสิ่งอย่างสามารถเชื่อมต่อได้ (All things connected), ทุกสิ่งอย่างสามารถสื่อสารได้ (All things sensing) และทุกสิ่งอย่างมีความอัจฉริยะ (All things intelligent) โดยใช้ตัวชี้วัด 37 ตัว ซึ่งรวมถึงจำนวนดาต้าที่เกิดขึ้น ร้อยละขององค์กรที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และจำนวนสมาร์ทดีไวซ์
          อย่างไรก็ตามจากรายงานดังกล่าว ในปี 2025 ทุกสิ่งอย่างจะสามารถสื่อสารและเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ และนำพวกเราทุกคนเข้ามาอยู่ในโลกที่ทุกอย่างมีความเป็นอัจฉริยะ รายงาน GIV 2025 ได้คาดการณ์ไว้ว่า ในปี 2025 จำนวนสมาร์ทดีไวซ์ส่วนบุคคลจะมีมากถึง 40,000 ล้านชิ้น และทั่วโลกมีปริมาณการเชื่อมต่อถึง 100,000 ล้านครั้ง สร้างเศรษฐกิจดิจิตอลมูลค่าสูงถึง 23 ล้านล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 736 ล้านล้านบาท (ณ อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ เท่ากับ 32 บาท) เตรียมจัดอีเวนต์ ดึงสตาร์ตอัพร่วมงาน ต่อยอด Techsauce Global Summit 2018" พร้อมรองรับผู้ร่วมงานกว่า 2 พันคน หวังเชื่อมโยงระบบนิเวศด้านเทคโนโลยี
          "นี่เป็นครั้งแรกที่หัวเว่ยได้เปิดเผยรายงาน GIV ฉบับนี้ จากข้อมูลและการคาดการณ์ถึงอนาคต เราหวังที่จะเผยพิมพ์เขียวของโลกอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป้าหมายของเราคือการวางโครงสร้างพื้นฐานที่จะช่วยเตรียมความพร้อมของระบบนิเวศอุตสาหกรรมไอซีทีอันหลากหลายให้สามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่โลกอัจฉริยะได้อย่างแท้จริง และจับมือร่วมกับพันธมิตรของเราเพื่อสร้างโลกอัจฉริยะที่เชื่อมโยงถึงกันได้อย่างเต็มรูปแบบ"
          สำหรับในรายงาน GIV 2025 บ่งชี้วิสัยทัศน์ 3 ด้าน ด้านแรก คือ ทุกอย่างสามารถสื่อสาร เชื่อมต่อดีขึ้นและมากขึ้น นำพาทุกอย่างเข้าสู่โลกอัจฉริยะตามรายงาน GIV 2025 โลกอัจฉริยะจะเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง เมื่อทุกสิ่งสามารถสื่อสารและเชื่อมต่อกันได้ ในราวปี 2025 คาดว่าจะมีสมาร์ทดีไวซ์ราว 40,000 ล้านชิ้น และมีการเชื่อมต่อมากถึง 100,000 ล้านครั้งทั่วโลก โดยมีอินเตอร์เน็ตสำหรับอุตสาหกรรมเป็นแหล่งกำเนิดหลักของการเชื่อมต่อจำนวนแสนล้านนี้ ปริมาณข้อมูลจำนวนมหาศาลที่เกิดจากความสามารถในการสื่อสารของทุกสิ่งอย่างจะถูกหล่อหลอมเข้าในทุกอุตสาหกรรม และก่อให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ๆ มากมาย อาทิ อินเตอร์เน็ตออฟธิงส์สำหรับอุตสาหกรรม และรถยนต์อัจฉริยะด้วยการเชื่อมต่อที่ดีขึ้นและมากขึ้น ปริมาณดาต้าก็จะเติบโตขึ้นหลายเท่าทวีคูณ และจะมาจากวิดีโอเป็นส่วนใหญ่ ตลาด Cloud VR จะมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นถึง 292,000 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2025
          นอกจากนี้ในอนาคตข้างหน้า ซึ่งสมาร์ทดีไวซ์และหุ่นยนต์อัจฉริยะจะมีบทบาทมากขึ้น จากการเป็นแค่อุปกรณ์ไปสู่การเป็นผู้ช่วย อัตราการใช้ผู้ช่วยอัจฉริยะจะมีมากถึง 90% ในปี 2025 โดย 12% ของครัวเรือนจะมีหุ่นยนต์บริการอัจฉริยะใช้ในบ้าน และด้วยความช่วยเหลือของหุ่นยนต์นำทาง คนตาบอด 39 ล้านคน และผู้มีปัญหาทางสายตาอีก 246 ล้านคนบนโลกใบนี้จะสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติทั่วไป
          ด้านที่ 2 ทุกสิ่งมีความอัจฉริยะ อุตสาหกรรมทำให้เกิดการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดด้วยการเชื่อมต่อความเร็วสูง, อินเตอร์เน็ตออฟธิงส์, คลาวด์ที่ใช้เทคโนโลยี AI และแพลตฟอร์มบวกความอัจฉริยะ จะช่วยให้อุตสาหกรรมต่างๆ เกิดการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดโดยอาศัยการวิเคราะห์ การตัดสินใจ และการช่วยเหลือที่เป็นอัจฉริยะทั้งหมดในปี 2025 เทคโนโลยีอัจฉริยะจะถูกใช้งานอย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรมขนส่ง จะมีรถอัจฉริยะที่เชื่อมต่อกับเครือข่าย 5G มากกว่า 60 ล้านคัน และยนตรกรรมรุ่นใหม่ทั้งหมดจะสามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้ และเมื่อเทคโนโลยีอัจฉริยะได้ผสมผสานเข้าในภาคการผลิตแล้ว เทคโนโลยีไอซีทีจะผนวกรวมเข้ากับเทคโนโลยีปฏิบัติการได้อย่างก้าวกระโดด ซึ่งจะทำให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกมากมายทั้งในด้านนวัตกรรม อุตสาหกรรม ห่วงโซ่แห่งคุณค่า และระบบนิเวศโดยรวม นักวางแผนพัฒนาเมืองจะสามารถสร้างแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนใหม่ๆ ทั้งในด้านการบริหารความปลอดภัย การวางแผนการขนส่ง และอื่นๆ โดยปรับใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะต่างๆ เข้ากับเมือง ทำให้ประชากรในเมืองมีความปลอดภัย สะดวก และมีคุณภาพชีวิตที่สูงขึ้นได้ด้วยชีวิตแบบดิจิตอล
          สำหรับอันดับสุดท้าย คือ นวัตกรรมมวลชน สร้างโอกาสจากเศรษฐกิจดิจิตอลที่มีมูลค่าถึง 23 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้หัวเว่ยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจดิจิตอลจะมีมูลค่าสูงถึง 23 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และคุณค่าของแพลตฟอร์มบวกอัจฉริยะจะมีใช้อย่างกว้างขวางทั้งในภาคการผลิต บริการ การขนส่ง และอื่นๆ อีกมากมายผลลัพธ์ของนวัตกรรมในโลกอัจฉริยะจะเห็นได้ในทุกหนแห่ง โลกอัจฉริยะจะจัดกรอบอุตสาหกรรมใหม่และทำให้เกิดอุตสาหกรรมอัจฉริยะใหม่ๆ อีกหลายอย่าง อีกทั้งยังช่วยให้อุตสาหกรรมต่างๆ เติบโตไปได้ไกลกว่าการคาดการณ์ในปัจจุบันและมีพัฒนาการอย่างก้าวกระโดด และในขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดนวัตกรรมมากมายด้วย
          นวัตกรรมในโลกอัจฉร์ยะจะเห็นได้ในทุกหนแห่ง และทำให้เกํดอุตสาหกรรมอัจฉร์ยะใหม่ๆ