ซีเอสไอส่ง "ออฟฟิศโรบอท" รุกองค์กร

 ประเดิมเฟสแรก เจาะบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น เชื่อผลตอบรับดี
          กรุงเทพธุรกิจ "ซี.เอส.ไอ." ผนึก กลุ่มบริษัทเอ็นทีทีดาต้า ส่ง "ออฟฟิศ โรบอท" ลุยธุรกิจองค์กรในไทย ชูจุดเด่นช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร เพิ่มความสามารถการผลิต ลดความผิดพลาดจากแรงงานมนุษย์ ตั้งเป้าปีแรกมีลูกค้าสนใจใช้งานไม่น้อยกว่า 10 ราย
          นายเอโซ มิยาอุชิ ประธานบริหารอาวุโส กลุ่มบริษัทซี.เอส.ไอ. กล่าวว่า ร่วมมือกับกลุ่มบริษัทเอ็นทีทีดาต้า นำโซลูชั่น หุ่นยนต์สำหรับสำนักงานชื่อว่า "อาร์พีเอ (Robotic Process Automation)" หรือ "ออฟฟิศ โรบอท" เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย
          ออฟฟิศโรบอท คือซอฟต์แวร์หุ่นยนต์ที่สามารถควบคุมได้ผ่านระบบปฏิบัติการวินโดว์ส มีความสามารถทำให้โปรแกรมต่างๆ บนพีซีทำงานได้แบบอัตโนมัติ การนำมาใช้งานจะช่วยย่นระยะเวลาการทำงาน ลดความผิดพลาดในการกรอกข้อมูล กระจายภาระงาน ฯลฯ
          สำหรับกลุ่มเป้าหมาย มุ่งเจาะธุรกิจองค์กรในทุกอุตสาหกรรมของไทย แต่เบื้องต้นโฟกัสที่บริษัทญี่ปุ่นในไทยก่อน เชื่อว่าตลาดจะเปิดรับจากแนวโน้มค่าจ้างแรงงานในไทยที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงความต้องการลดความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากมนุษย์
          เขากล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ที่นำมาทำตลาดเป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ ความสามารถที่โดดเด่น เช่น สามารถสั่งงานแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่ดำเนินการจากเครื่องวินโดว์สปลายทางได้โดยการบันทึกขั้นตอนการทำงานไว้เป็นซีนารีโอ เพื่อสั่งให้โปรแกรมดำเนินงานแบบอัตโนมัติ
          นอกจากนี้ มีระบบจียูไอ(Graphic User Interface) ที่สามารถทำงานได้อย่างเป็นธรรมชาติ และสามารถใช้งานได้อย่างมี ประสิทธิภาพโดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องการเขียนโปรแกรมมาก่อน
          สำหรับการทำตลาด บทบาทของ 3 พันธมิตร ซีเอสไอจะทำหน้าที่พัฒนา และจำหน่ายไลเซ่นส์พร้อมให้การสนับสนุนการใช้งานด้วยภาษาไทยโดยพนักงาน ชาวไทย เอ็นทีทีดาต้าประเทศไทย สนับสนุนช่วยเหลือในการนำอาร์พีเอมาใช้ในไทย และคูนี คอร์ปอเรชั่น ในเครือเอ็นทีทีให้บริการที่ปรึกษาในการปรับปรุงขั้นตอนการทำงานเพื่อให้การนำไปใช้อย่างเกิดประสิทธิผลสูงสุด
          "จากการร่วมมือกันของทั้ง 3 บริษัท ตั้งเป้าว่าในปีแรกนี้จะมีลูกค้านำไปใช้งาน 10 บริษัท โดยเราจะให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาทั้งบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นในประเทศไทยและบริษัทสัญชาติไทยเอง รวมถึงการปรับปรุงการทำงานและดำเนินการให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยการประยุกต์ใช้ในงานต่างๆ"
          พร้อมระบุ ระบบดังกล่าวจะมี ส่วนสำคัญในการลดค่าใช้จ่ายด้าน บุคลากร เพิ่มความสามารถในการผลิต ประสิทธิภาพรวมถึงความถูกต้อง เพิ่มจำนวนพนักงานในงานที่สร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น งานที่จำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ทางการตลาด มีการสนับสนุนเป็นภาษาไทย และบริษัทให้ความสำคัญอย่างมากกับความต้องการท้องถิ่น
          นายโยชิโนริ โอกาว่า ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายงานขายระบบ เสริมว่า ราคาต่อ ไลเซ่นส์ต่อปีอยู่ที่ราว 4-5 แสนบาท แนวทางธุรกิจเน้นการเข้าไปให้การศึกษากับตลาด ชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ที่จะได้รับ คาดว่าลูกค้าบริษัทญี่ปุ่นหลัก 100 รายจะให้ความสนใจ ด้านประเภทงานที่รองรับทำได้ทุกอย่างที่ลงโปรแกรมบนพีซี ทั้งงานเอกสาร ข้อมูล ที่เกี่ยวกับบริการภาครัฐ การออกอินวอยซ์ รวมถึงงานรูทีนต่างๆ แต่ทั้งนี้ยังไม่อาจทำได้ถึงขนาดงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ หรือทักษะพิเศษ