TMBAMปั้นยีลด์ แชมป์กองทุนหุ้น ลง"PTT"มากสุด

มอร์นิ่งสตาร์เปิด 10 กองทุนหุ้น “กลุ่มบิ๊กแคป” ที่ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีสูงสุด พบ บลจ.ทหารไทย (TMBAM) มาอันดับ 1 หรือ  25.67% มีสัดส่วนลงทุนในหุ้น PTT มากสุด รองลงมาคือ AOT ส่วนอันดับ 2 และ 3 ก็เป็นของ บลจ.ทหารไทย เช่นกัน ส่วนกองทุนหุ้นขนาดกลางและเล็ก ติดลบกันถ้วนหน้า
          บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า สำหรับผลตอบแทนกองทุนรวมประเภทต่าง ๆ ในช่วงไตรมาส 1/2561 ซึ่งผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ของปีนี้นั้น กองทุนประเภท Commodities Energy ทำผลตอบแทนได้ค่อนข้างดี โดยทำได้ถึง +7.10% ทั้งนี้ หากเทียบกับปีที่แล้วกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มเดียวที่มีผลตอบแทนติดลบ
          ส่วนกลุ่มกองทุนหุ้นนั้น กองทุนหุ้นไทยขนาดใหญ่เป็นกลุ่มเดียวที่มีผลตอบแทนเป็นบวก ที่ 0.69%
          ขณะที่กองหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กนั้นทำผลตอบได้ไม่ดีนักที่ -2.92% เช่นเดียวกับกองทุนหุ้นในตลาดต่างประเทศเกือบทุกตลาดทำผลตอบแทนติดลบทั้งสิ้น
          อย่างกองทุน Japan Equity ผลตอบแทนติดลบ 5.26% กองทุน Europe Equity ผลตอบแทนติดลบ 4.43% กองทุน Asia Pacific ex-Japan Equity ผลตอบแทนติดลบ 3.83% กองทุน US Equity ผลตอบแทนติดลบ 2.37% กองทุน China Equity ผลตอบแทนติดลบ 0.31% และกองทุน Emerging Market Equity ผลตอบแทนติดลบ 0.16% เป็นต้น
          มอร์นิ่งสตาร์ ระบุอีกว่า สำหรับ 10 อันดับแรกกองทุนหุ้นไทยขนาดใหญ่ (Equity Large-Cap) ที่สามารถสร้างผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี สูงสุด ข้อมูล ณ วันที่ 3 พ.ค. 2561 กองทุนของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ของ บลจ.ทหารไทยสามารถสร้างผลตอบแทนติดอันดับต้นถึง 3 กองทุนด้วยกัน สำหรับกองทุนดังกล่าว 10 อันดับแรก ได้แก่
          1.กองทุนเปิด JUMBO 25 บลจ.ทหารไทย ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 25.67% และจากสิ้นปี 2560 อยู่ที่ 7.67%สำหรับหลักทรัพย์ที่กองทุนเปิด JUMBO 25 ของบลจ.ทหารไทยเข้าลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่สูงสุด 5 อันดับแรก ข้อมูล ณ สิ้นเดือน มี.ค. 2561 ประกอบด้วย 1.หุ้นบมจ. ปตท. (PTT) สัดส่วนลงทุน 15.93% 2.หุ้นบมจ. ท่าอากาศยานไทย (AOT) สัดส่วนลงทุน 9.74%  3.หุ้นบมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) สัดส่วนลงทุน 7.99% 4.หุ้นบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) สัดส่วนลงทุน 6.25% และ 5.บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) สัดส่วนลงทุน 6.06%
          2.กองทุนเปิด JUMBO 25 เพื่อการเลี้ยงชีพ บลจ.ทหารไทยผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 25.02% และจากสิ้นปี 2560 อยู่ที่ 7.47% ส่วนหุ้นที่น่าลงทุนมากสุด เป็นหุ้นบริษัทเดียวกันแต่สัดส่วนต่างกันเล็กน้อย คือ 1.หุ้นบมจ.ปตท. (PTT) สัดส่วนลงทุน 15.88% 2.หุ้นบมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) สัดส่วนลงทุน 9.71% 3.หุ้นบมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) สัดส่วนลงทุน 7.96% 4.หุ้นบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) สัดส่วนลงทุน 6.23% และ 5.บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) สัดส่วนลงทุน 6.04%
          3.กองทุนเปิด JUMBO 25 ปันผล หุ้นระยะยาว บลจ.ทหารไทย ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 25.00% และจากสิ้นปี 2560 อยู่ที่ 7.49%
          4.กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี เซ็ท 50 บลจ.MFC ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 24.19% และจากสิ้นปี 2560 อยู่ที่ 7.77%
          5.กองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล (แฟม) หุ้นระยะยาว บลจ.ซีไอเอ็มบีฯ ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 21.06% และจากสิ้นปี 2560 อยู่ที่ 3.92%
          6.กองทุนเปิด แมนูไลฟ์ สเตร็งค์ คอร์ หุ้นระยะยาว บลจ.แมนูไลฟ์ ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 19.13% และจากสิ้นปี 2560 อยู่ที่ 5.58%
          7.กองทุนเปิด แมนูไลฟ์ สเตร็งค์ อิควิตี้ ปันผล บลจ.แมนูไลฟ์ ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 18.91% และจากสิ้นปี 2560 อยู่ที่ 5.41%
          8.กองทุนเปิดธนชาต SET50 บลจ.ธนชาต ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 21.80% ขณะที่ YTD อยู่ที่ 5.40% 9.กองทุนเปิด แมนูไลฟ์ สเตร็งค์ คอร์ อิควิตี้ บลจ.แมนูไลฟ์ ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 18.57% และจากสิ้นปี 2560 อยู่ที่ 5.38%
          10.กองทุนเปิดกรุงศรีเอ็นแฮนซ์เซ็ท 50 บลจ.กรุงศรี ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 22.52% และจากสิ้นปี 2560 อยู่ที่ 5.39%