ดีอีเดินหน้าขยายFTTx เข้าโรงเรียน-รพ.สต. หลังได้รับงบ598ล้าน

กระทรวงดิจิทัลฯ เดินหน้าขยายไฟเบอร์ออพติกเข้าโรงเรียนในสังกัด สพฐ. และ รพ.สต.หลังได้รับงบบิ๊กร็อกจากรัฐบาล 598 ล้านบาท เชิญศธ.-สธ.หารือกำหนดจุดติดตั้ง ก่อนส่งต่อให้ TOT ดำเนินการ 7 เดือน แล้วเสร็จ ธ.ค. 61
          นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมากระทรวงดิจิทัลฯ ได้รับอนุมัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 งบกลางรายการค่าใช้จ่ายส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจภายในประเทศ (บิ๊กร็อก) จำนวน 598 ล้านบาท จากกรอบงบประมาณที่ขอไปจำนวน 602 ล้านบาท เรียบร้อยแล้ว เพื่อดำเนินโครงการขยายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ด้วยการใช้วิธีเบิกจ่ายแทนกัน โดยให้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT เป็นผู้ดำเนินโครงการ
          ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะขยายเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และปรับปรุงโครงข่ายอินเทอร์เน็ตที่เป็นเทคโนโลยีแบบเก่าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วยไฟเบอร์ออฟติกไปยังโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ยังไม่มีโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติกไม่น้อยกว่า 3,196 แห่ง รวมถึงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและสุขศาลาพระราชทาน 812 แห่ง รวมทั้งขยายความจุอินเทอร์เน็ตให้กับโรงพยาบาล เพื่อรองรับการตรวจรักษาทางไกล จำนวน 5 คู่ (10 แห่ง) และคัดเลือกคู่โรงพยาบาลแม่ข่ายและสุขศาลาพระราชทาน จำนวน 5 คู่ (10 แห่ง) รวมเป็นโรงพยาบาล 20 แห่ง ตามที่กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาคัดเลือก
          โดยภายในสัปดาห์นี้ กระทรวงดิจิทัลฯ จะเชิญตัวแทนจากกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข มาหารือร่วมกันในการกำหนดจุดติดตั้งไฟเบอร์ออฟติก เพื่อส่งต่อจุดติดตั้งไปให้กับ TOT ต่อไป ซึ่งกระทรวงดิจิทัลฯ ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของ TOT ว่าจะสามารถดำเนินโครงการได้ทัน เนื่องจากโครงการดังกล่าวสามารถเชื่อมโยงกับโครงการเน็ตประชารัฐเดิมได้ทันที และใช้เวลาดำเนินการเพียง 7 เดือน ก็น่าจะเสร็จภายในเดือน ธ.ค. 2561
          ด้านนายมรกต เธียรมนตรี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานขายและบริการภาครัฐและภาคเอกชน TOT กล่าวว่า บริษัทมีความพร้อมในการรับงานกระทรวงดิจิทัลฯ ทุกโครงการไม่ว่าจะเป็นโครงการขยายไฟเบอร์ออฟติกไปยังโรงเรียน รพ.สต. และสุขศาลาพระราชทานทั้งหมดกว่า 4,000 แห่ง เนื่องจากเป็นโครงการที่สามารถต่อยอดกับโครงการเน็ตประชารัฐเฟสแรกได้ และคาดว่าจะเสร็จทันตามกำหนดที่กระทรวงดิจิทัลฯ กำหนด รวมไปถึงโครงการเน็ตประชารัฐเฟส 2 จำนวน 15,700 หมู่บ้าน