ตั้งทรูฯรายแรกรับรองสมาร์ทวีซ่าหวังดันไทยฮับสตาร์ตอัพอาเซียน

บีโอไอ ผนึก สนช. ตั้ง ทรู อินคิวบ์ รับรองคุณสมบัติสมาร์ทวีซ่ารายแรกของไทย ชูสิทธิพิเศษทำงานในกิจการรับรองโดยไม่ต้องมีใบรับรอง หวังดึงสตาร์ตอัพมือดีจากต่างชาติร่วมแชร์องค์ความรู้ ตั้งเป้าดันไทยสู่ศูนย์กลางสตาร์ตอัพอาเซียน
          นายอภิชัย สมบูรณ์ปกรณ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า สมาร์ทวีซ่าเป็นกลไกสำคัญในการทำงานของภาครัฐ โครงการนี้จะช่วยดึงดูดเทคโนโลยีในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย  สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ จึงได้ร่วมกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) แต่งตั้งทรู อินคิวบ์ เป็นพันธมิตรในการรับรองคุณสมบัติสมาร์ทวีซ่า เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของสตาร์ตอัพในภูมิภาคอาเซียน (Startup Hub of Southeast Asia) ซึ่งสมาร์ทวีซ่าจะเป็นปัจจัยที่สำคัญในการจูงใจให้บุคลากรชั้นนำด้านเทคโนโลยีมาเริ่มต้นธุรกิจในประเทศไทย โดยขณะนี้เริ่มมีชาวต่างชาติติดต่อมาแล้วประมาณ 160 ราย
          ด้านนายโชคดี แก้วแสง รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ กล่าวว่า โครงการ SMART Visa นั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อดึงดูดผู้เชี่ยวชาญในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ไทยยังไม่มี โดยได้กำหนดประเภทของการรับรองคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ได้รับสมาร์ทวีซ่า ทั้งหมด 4 ประเภท คือ 1. SMART "T" (Talents) ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  2. SMART "I" (Investors) ลงทุนในบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีเป็นฐานในการทำธุรกิจและอยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย  3. SMART "E" (Executives) ผู้บริหารระดับสูงที่ทำงานในบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีเป็นฐานในการทำธุรกิจและอยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย  และ 4. SMART "S" (Startups) กลุ่มผู้ประกอบกิจการสตาร์ตอัพ
          ขณะที่นางสาวกริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.) ด้านระบบนวัตกรรม กล่าวว่า โครงการนี้ สนช. ได้ทำงานร่วมกับ บีโอไอ ในการตรวจสอบและรับรองคุณสมบัติของผู้ยื่นขอสมาร์ทวีซ่า ที่อยู่ในกลุ่ม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งสตาร์ตอัพที่ผ่านการรับรอง จะได้รับสิทธิประโยชน์ อาทิ ระยะเวลาวีซ่าครั้งแรก 1 ปี และขยายสูงสุดไม่เกิน 2 ปี/ครั้ง, ขยายเวลารายงานตัวเป็นทุก 1 ปี (จากปกติ 90 วัน), ทำงานในกิจการที่ได้รับการรับรองโดยไม่ต้องขอใบอนุญาต, ได้รับยกเว้นการขอ Re-entry Permit ในการเข้าออกประเทศไทย รวมถึงสิทธิประโยชน์สำหรับครอบครัวในการพำนักในประเทศไทย เป็นต้น
          ด้านนายธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า โครงการ สมาร์ทวีซ่านั้นจะก่อให้เกิดประโยชน์ในการสร้างอีโคซิสเต็ม สำหรับสตาร์ตอัพในการทำธุรกิจ นอกจากนี้เพื่อขยายโอกาสการได้รับสิทธิและประโยชน์สมาร์ทวีซ่าในกลุ่มสตาร์ตอัพชาวต่างชาติ ทรู อินคิวบ์ ได้เตรียม เปิดรับสตาร์ตอัพจากไทยและต่างประเทศเข้าร่วม โครงการ "ScaleUp Batch 5 Startup Grandprix" โปรแกรมบ่มเพาะในระดับภูมิภาค เพื่อช่วยพัฒนาศักยภาพสตาร์ตอัพไทยสู่เวทีโลก จะเห็นได้ว่าสตาร์ตอัพที่ประสบความสำเร็จในยุคนี้ คือทีมที่มีการรวมตัวทั้งคนไทยและต่างชาติ
          "ซึ่ง ทรู มองว่า อย่าไปกลัว ว่าต่างชาติจะแย่งงานเรา เพราะบางอย่างเราทำไม่ได้อยู่แล้ว" นาย ธีระพล กล่าว
          "ขณะนี้เริ่มมีชาวต่างชาติติดต่อมาแล้วประมาณ 160 ราย"