ดีอีชะลอโอนทรัพย์สินเปิดศึกษาข้อมูลใหม่

กรุงเทพธุรกิจ"ดีอี" ใส่เกียร์ถอย สั่งชะลอการโอนทรัพสินอุปกรณ์ของทีโอที-กสทฯไปยังบริษัทลูกเอ็นบีเอ็น-เอ็นจีดีซี ระบุทำหนังสือทำคนร.แล้วยังไม่มีเดดไลน์ที่ชัดเจนว่าต้องโอนเสร็จเมื่อใด จึงขอให้ ทุกฝ่ายไปศึกษาข้อมูล ระบุต้อง ไม่เกิดผลกระทบกับใครเลย เปิดทาง กรรมการรวมศึกษาก่อนวางข้อสรุป เชื่อยังเดินหน้าต่อภายในปีนี้
          นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงปัญหาการตั้งบริษัทลูกกระหว่างบมจ.ทีโอที และบมจ.กสท โทรคมนาคม ว่า กระทรวงดีอีได้สั่งให้ชะลอการ โอนทรัพย์สินอุปกรณ์ของทีโอที และกสทฯ ไปยังโครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ (เอ็นบีเอ็น) และบริษัท โครงข่ายระหว่างประเทศ และศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต (เอ็นจีดีซี) ออกไปก่อน
          ทั้งนี้ การชะลอการโอนทรัพย์สินเกิดจากความเห็นของคณะทำงานร่วม ของกระทรวงดีอี ไม่เห็นด้วยกับ รายละเอียดในการโอนทรัพย์สินของทั้ง 2 บริษัท จึงต้องทำการพิจารณาและ วางมาตรการที่เหมาะสมให้ได้ข้อสรุป กระทรวงดีอีเชื่อว่าจะได้ข้อสรุป ที่ชัดเจนโดยเร็วที่สุดเพื่อเดินหน้า โครงการตั้งบริษัทลูกให้เสร็จสิ้นภายในปีนี้
          นอกจากนี้กระทรวงดีอีได้กำชับให้กรรมการบริหารของทีโอทีและกสทฯดำเนินการชี้แจงและทำความเข้าใจในเรื่องนี้กับพนักงานเพิ่มเติม โดยขอให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันและไม่ให้เกิดปัญหาค้างคาใจในประเด็นใดอีก
          นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดีอี เสริมว่า จึงได้ ทำหนังสือไปสอยถามกับสำนักงาน คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ว่า ตามที่เคยมีมติให้ โอนทรัพย์สินนั้นมีกำหนดเส้นตายหรือไม่ ซึ่งทางคนร.ก็ตอบกลับมาว่า ไม่มี ตนในฐานะประธานในที่ประชุม จึงเห็นว่า แม้จะต้องจัดประชุมคณะทำงานอีกหลายครั้ง และต้องใช้เวลา อีกหลายเดือนกว่าจะได้ข้อสรุปก็ต้อง ยอมเสียเวลา เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาติดตามมา โดยเห็นควรให้ชะลอการโอนทรัพย์สินอุปกรณ์ของ ทีโอที และ กสทฯ ออกไปก่อน
          อย่างไรก็ดี หากในอนาคต สรุปผลการประชุมคณะทำงาน มีความเห็นว่า การโอนทรัพย์สินทุกอย่าง จะส่งผลเสียมากกว่าผลดี คณะทำงานมีข้อเสนอทางออกอื่น ที่ดีกว่า ก็พร้อมที่จะนำเสนอ ความคิดเห็นของคณะทำงานตาม ลำดับชั้น เพื่อนำไปให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาทบทวนมติต่อไป พร้อมยืนยันว่า แนวทางการ ดำเนินงานของกระทรวงดีอี ยึดประโยชน์ของหน่วยงานรัฐ และของ ประชาชนเป็นหลัก และต้องดำเนินการ ที่ถูกต้องตามกฎหมาย