วงการโทรคมนาคมห่วง"ดีแทค" เช่าโครงข่ายทีโอที"ได้ไม่คุ้มเสีย"

 แหล่งข่าวจากวงการโทรคมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2561 บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด (เครือบมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค)ได้ลงนามในสัญญาการใช้บริการโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในประเทศ (Roaming Agreement) บนคลื่นย่าน 2300  เมกะเฮิรตซ์ (MHz)  กับ บมจ. ทีโอที แล้ว
          โดยข้อตกลงในสัญญาดังกล่าว ดีแทค ไตรเน็ต ตกลงใช้บริการข้ามโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในประเทศบนโครงข่ายย่าน 2300 MHz (โรมมิ่ง) ของ ทีโอที ซึ่งทีโอที ได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 2300 MHz จาก คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
          ทั้งนี้จากการลงนามสัญญาดังกล่าว โดยมีระยะเวลาสัญญาตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน 2561 ถึง วันที่ 3 สิงหาคม  2568 ซึ่งการเซ็นสัญญาที่ล่าช้ามากว่า 2 ปี ถือว่าทำให้ผลประโยชน์ที่จะได้รับจากสัญญาดังกล่าว ลดน้อยลง และทำให้เสียเปรียบผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายอื่นๆ ในตลาด
          นอกจากนี้พบว่าตามสัญญาดีแทคจะต้องจ่ายค่าเช่าให้แก่ทีโอทีตกปีละเกือบ 5,000 ล้านบาท และตลอดสัญญา ดีแทคจะต้องเสียค่าเช่าใช้คลื่นรวมทั้งสิ้นกว่า 36,080 ล้านบาท ถือว่าสูงเมื่อเทียบกับคู่แข่ง อาทิ เอไอเอส ที่ประมูลใบอนุญาต (ไลเซ่นส์) 1800 MHz จ่ายค่าไลเซ่นส์ 40,986 ล้านบาท มีอายุถึงปี 2576 ฯลฯ
          นอกจากค่าเช่าที่สูงแล้ว ยังเป็นห่วงเรื่องคุณภาพบริการ โดยยกตัวอย่างการให้บริการในประเทศอินเดีย ในระบบ 4G LTE บนคลื่น 2300 MHz พบว่า ได้รับการร้องเรียนเรื่องคุณภาพสัญญาณ เป็นอย่างมาก ดังนั้น บริษัท JIO เดิมเป็นผู้ให้บริการ 4G บนคลื่น 2300 MHz ตัดสินใจลงทุนให้บริการ 4G บนคลื่น 850 MHz เพื่อแก้ปัญหาเรื่องคุณภาพสัญญาณ