เอไอเอส-ดีแทคหนุนทีโอทีพลิกกำไร

นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน)เปิดเผยว่า จากการทำสัญญาเช่าเครื่องและอุปกรณ์โทรคมนาคม และสัญญาการใช้บริการข้ามโครงข่ายโทรศัพท์มือถือในประเทศในระบบ 2300เมกะเฮิรตซ์ กับบริษัทในเครือ บริษัท โทเทิ่ลแอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด(มหาชน)หรือ ดีแทคนั้น ทีโอที และดีแทคได้หารือร่วมกันเกี่ยวกับการติดตั้งเสาโทรคมนาคมและอุปกรณ์โทรคมนาคม โดยภายในปีนี้จะต้องติดตั้งให้ได้ 4,000 ต้นและ 16,000 ต้น ใน 2-3 ปีข้างหน้า เพื่อให้โครงข่ายโทรคมนาคมครอบคลุมพื้นที่ให้บริการ
          "คลื่นความถี่ 2300 เมกะเฮิรตซ์ มีจำนวน 60 เมกะเฮิรตซ์ นั้น แบ่งความจุให้ดีแทค 60% โดยส่วนนี้สร้างรายได้ให้ทีโอทีปีละ 4,510 ล้านบาท และ ทีโอที 40%  ซึ่งทีโอทีจะแบ่งการใช้เป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรก 20% นำไปให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงประจำที่ ส่วนอีก 20% จะนำไปให้บริการมือถือ ซึ่งจะสร้างรายได้ให้ทีโอทีเช่นกัน แต่เป็นลักษณะทยอยการสร้างรายได้"
          นายมนต์ชัยกล่าวว่า การทำสัญญากับดีแทคและการทำสัญญากับบริษัทในเครือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน)หรือ เอไอเอส นั้น จะสร้างรายได้ให้ทีโอทีราว 8,000-9,000ล้านบาท  ซึ่งถือว่าสร้างรายได้ให้กับองค์กรส่วนจะลดภาระการขาดทุนได้หรือไม่ ต้องรอดูผลประกอบการราวกลางปี 2561 โดยปี 2561 ทีโอที ตั้งเป้าหมายว่าจะมีรายได้ 56,903 ล้านบาท กำไร 2,002 ล้านบาท จากปี 2560 ที่ยังประสบปัญหาการขาดทุนราว 4,000-5,000 ล้านบาท
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าปี 2561 ทีโอที ได้คาดการณ์ว่าจะมีรายได้ไว้ที่ 56,903 ล้านบาท ค่าใช้จ่าย 45,207ล้านบาท กำไร 2,002 ล้านบาท.