เศรษฐกิจดิจิทัลดันค้าปลีกไอทีไตรมาส2โตต่อ

 กรุงเทพธุรกิจ ค้าปลีกไอที-โทรคมฯ ไตรมาสแรกส่งสัญญาณบวก ต่อเนื่องถึงไตรมาสสอง อานิสงส์ไทยรุกสู่เศรษฐกิจดิจิทัล เสถียรภาพการเมือง เอสเอ็มอี- ผู้ประกอบการเลือดใหม่กระตุ้นใช้จ่าย  ชี้สมาร์ทโฟนไทยยังมีโอกาสโต ผู้ค้าลุ้นสินค้าเรือธง โปรโมชั่นโดนใจสร้างดีมานด์"ไอดีซี" ชี้ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นหนุนลงทุน
          ท่ามกลางสภาวะการแข่งขันที่รุนแรง อุตสาหกรรมไอทียังเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้ม ขยายตัวต่อเนื่อง แม้โดยภาพรวมการจับจ่าย ของผู้บริโภคยังซึม  ทว่าตลาดยังคงมีช่องว่าง และโอกาสที่จะไปต่อหากผลิตภัณฑ์มีความโดดเด่น สามารถวางกลยุทธ์ที่เข้าถึงผู้บริโภคได้มากพอ
          นายธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บรรยากาศค้าปลีกไอทีไตรมาสที่ 1 มีทิศทางเป็นบวก โดยเดือนม.ค.ปีนี้เทียบกับปีก่อนหน้าตลาดทรงตัว ทว่าพอถึงเดือนก.พ.และมี.ค.ทิศทางเริ่มดีขึ้นตามลำดับ บราเดอร์ คาดการณ์ว่าสถานการณ์ไตรมาสที่ 2 และตลอดทั้งปี 2561 น่าจะดีกว่าปีที่แล้ว
          นอกจากนี้ การเกิดขึ้นของผู้ประกอบการ หน้าใหม่ คนรุ่นใหม่สนใจออกมาทำธุรกิจของตนเอง รวมถึงคนที่มีงานประจำพยายาม หารายได้เสริมเป็นอาชีพที่สองยังส่งผลให้ การใช้จ่ายไอทีขยายตัว
          อย่างไรก็ดี โดยปกติไฮซีซั่นของตลาดไอทีจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น มีการใช้จ่ายมากขึ้นช่วงเปิดภาคเรียน กลุ่มตลาดองค์กรใช้จ่ายมากขึ้นช่วงเดือนก.ค-ส.ค. เนื่องจากเป็นช่วงใกล้ปิดปีงบประมาณราชการ โดยรวมกลุ่มคอนซูเมอร์จะทรงตัวหรือเติบโตไม่มาก ทว่าตลาดองค์กรมีการใช้จ่ายต่อเนื่อง เฉพาะตลาดรวมเครื่องพิมพ์ประเทศไทยปีนี้คาดว่าจำนวนยอดขายจะเติบโตประมาณ 2%
          มือถือลุ้นเรือธงดันยอด
          นายดุสิต สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด กล่าวว่า สถานการณ์ตลาดรวมค้าปลีกโทรศัพท์มือถือไตรมาสที่ 1 ค่อนข้างทรงตัว จากต้นปีที่ยัง ค่อนข้างเงียบเริ่มปรับตัวดีขึ้นช่วงปลายไตรมาสที่ผู้ผลิตหลายแบรนด์ดังทยอยเปิดตัวสินค้าเรือธงออกมา
          ทั้งนี้ สมาร์ทโฟนที่ทำยอดขายได้ดีอยู่ในช่วงราคา 8 พันถึง 1 หมื่นบาท ขณะนี้หลายแบรนด์พยายามส่งสินค้าที่สเปคดีแต่ราคาแพงมากขึ้นออกมา ทว่าผู้บริโภคยังไม่ได้ตอบรับมากเท่าที่ควร การปรับตัวของผู้ค้าที่พบ เช่น ซัมซุงนำสินค้าราคา 1 หมื่นถึงหมื่นปลายออกมาขายพร้อมโปรโมชั่นที่น่าดึงดูดใจอย่างมาก
          "ในตลาดสมาร์ทโฟนผู้บริโภคไทยยังให้ความสำคัญกับราคา โปรโมชั่นส่งเสริมการขาย ของแถม และหากมีโปรแกรมผ่อนสินค้าหรือเครดิตเงินคืนจากทางสถาบันการเงินและ นอนแบงก์ต่างๆ ยิ่งช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ ตัดสินใจ กันง่ายมากขึ้น"
          สำหรับ ไตรมาสที่ 2 โดยปกติจะค่อนข้าง เหนื่อย แต่หวังว่าจะดีกว่าปีที่ผ่านมา จากปัจจัย ที่แบรนด์ต่างๆ เปิดตัวสินค้าใหม่รุ่นเรือธง และหันมาโฟกัสกับสินค้ารุ่นทำเงินอย่างเป็น รูปธรรม เช่น หัวเว่ยมีแผนการทำตลาดที่รุนแรงกับสินค้าระดับกลาง ช่วงราคา 4,900-6,900 บาท และโดยเฉพาะวายซีรีส์ ด้านแบรนด์อื่นๆ เห็นว่า มีแผนการตลาดที่เป็นรูปธรรมเช่นกัน
          เขากล่าวต่อว่า แต่ละแบรนด์ หาก ไตรมาสแรกยังทำยอดได้ไม่ค่อยดีหรือไม่เป็นที่น่าพอใจเตรียมอัดแคมเปญการตลาดพร้อมส่งสินค้าใหม่เข้ามากระตุ้นยอดกันเต็มที่ ทางเจมาร์ทเองมีแผนโฟกัสตลาดไปตามโลเคชั่นมากขึ้น โดยจะพิจารณาว่าแบรนด์ใดมีความแข็งแรงในพื้นที่ใดก็จะร่วมมือกันทำตลาด เปิดตัวสินค้า พร้อมทำกิจกรรม ณ จุดขายนั้นๆ
          นอกจากนี้ จะเพิ่มน้ำหนักด้านบริการทางการเงิน โดยผสานความร่วมมือไปกับ ธุรกิจในเครืออย่างเจมันนี่ ร่วมกันจัดแคมเปญที่เข้าถึง เช่น ให้จ่ายขั้นต่ำ 2.5% มีมากจ่ายมาก มีน้อยจ่ายน้อย
          นายโอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด ผู้จัดงาน  "ไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป" ประเมินว่า ภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนช่วงไตรมาสแรกค่อนข้างทรงตัว ปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการจับจ่าย หลักๆ คือโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย และการปรับราคาลงของสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปของ ปีก่อน โดยตลาดหลักยังคงเป็นสินค้า ระดับกลางราคาหมื่นต้น ทว่าผู้บริโภคมีแนวโน้ม ที่จะหันไปเลือกระดับบนมากขึ้นหากมี โปรโมชั่นดีหรือของแถมจูงใจ
          สำหรับไฮไลต์ด้านเทคโนโลยียังคงเป็นประสิทธิภาพของกล้องถ่ายภาพ หน้าจอ แบบไร้ขอบหรือหน้าจอกว้างพิเศษสัดส่วน 18:9 ระบบปลดล็อคด้วยการสแกนใบหน้า การถ่ายภาพ 3 มิติ รวมไปถึงเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์(เอไอ) ที่เข้ามาทำหน้าที่ ผู้ช่วยอัจฉริยะ
          บริษัทวิจัยจีเอฟเคประเมินไว้ว่า ปี 2561 ภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนประเทศไทยจะมียอดขายประมาณ 18 ล้านเครื่อง
          "เอไอเอส"ชี้กำลังซื้อขยายตัวสูง
          นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าทั่วไป บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า ภาพรวมของตลาด โทรคมนาคมในไตรมาส 1 ทั้งในแง่ของยอดจำหน่ายซิมการ์ด อุปกรณ์ต่างๆ ดีไวซ์ และสมาร์ทโฟนอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี และมีแนวโน้ม เติบโตสูงต่อเนื่องจากปีที่แล้ว โดยรวมบรรยากาศ ของอุตสาหกรรมถือว่าผู้บริโภคมีกำลังซื้อเข้ามาต่อเนื่อง
          ทั้งนี้ กำลังซื้อในไตรมาส 1 ที่ผ่านมาในแง่ของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่มีเข้ามาอยู่เรื่อยๆ บวกกับการใช้งานโมบายอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ส่วนหนึ่งลูกค้าเริ่มย้ายจากระบบพรีเพด (เติมเงิน) มาสู่ระบบโพสต์เพด (รายเดือน) เพราะสะดวกในการใช้งานแพคเก็จอินเทอร์เน็ต เนื่องจากมีโปรโมชั่นที่ดึงดูดใจ และราคาเหมาะสมให้หลากหลาย ทำให้ยอดขายซิมการ์ดใหม่ก็มีเพิ่มเข้ามาต่อเนื่อง
          "ในไตรมาส 1/2561 ที่ผ่านมาก็ทุกอย่างไปในเกณฑ์ที่ดี อยู่ในโหมดที่น่าพอใจ ซึ่งผมคงพูดมากไม่ได้เพราะอยู่ในช่วงรายงานผลไตรมาสแรก ส่วนในไตรมาส 2 ก็มองว่าแนวโน้ม น่าจะดีต่อเนื่อง จากบรรยากาศในการจับจ่ายของผู้บริโภค"นายปรัธนา ระบุ
          เขากล่าวอีกว่า ในแง่ของการทำตลาดเอไอเอสผ่านช่องทางออนไลน์นั้น เอไอเอสพยายามจะเพิ่มช่องทางการเข้าถึงลูกค้า และให้ลูกค้ามีความสะดวกสบายที่สุดที่จะได้รับบริการจากเรา โดยการขยายช้อป ศูนย์บริการเอไอเอส จะดำเนินไปควบคู่กับการเพิ่มช่องทางออนไลน์ และออมนิ ชาแนล ซึ่งการทำตลาด ก็อยู่ในระดับดี
          "ไอดีซี"ประเมินดิจิทัลหนุนลงทุน
          นายจาริตร์ สิทธุ หัวหน้าฝ่ายบริหารจัดการ บริษัท ไอดีซี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การก้าวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจที่ ขับเคลื่อนโดยดิจิทัลของไทยจะช่วยผลักดัน ให้การลงทุนด้านไอทีปี 2561 เติบโตขึ้นไป แตะที่ระดับ 4.4 แสนล้านบาทหรือขยายตัว 2.8% จากปีก่อนหน้า และมีแนวโน้มที่จะ เติบโตต่อเนื่องไปสู่ระดับ 4.7 แสนล้านบาทได้ภายในปี 2564
          โดยองค์กรที่จะสามารถแข่งขันและ เติบโตได้ในเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยดิจิทัล จะต้องปรับเปลี่ยนตนเองให้กลายเป็นองค์กรดิจิทัลโดยสมบูรณ์ (Digital Native Enterprise)
          ไอดีซีคาดการณ์ด้วยว่า การใช้งานเทคโนโลยี อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (ไอโอที) ระหว่างปี 2558-2563 ในไทยมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 13.18% ขณะที่เมื่อถึงปี 2562 ประชากรไทย จะใช้งานอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีไอโอทีเฉลี่ย 2.2 เครื่องต่อคน