SAMTELงานกรมที่ดินเข้าเติมแบ็กล็อกเพิ่ม2.8พันล.

ทันหุ้น- SAMTEL คว้างานกรมที่ดิน มูลค่ากว่า 2.76 พันล้านบาท ตามนัด ด้านโบรกปรับประมาณการ ปี 2561 นี้ เพิ่ม 10% มีมองงานขนาดใหญ่ให้ ประมูลอีกมาก หวังเติม Backlog ในมือเพิ่มจาก ปัจจุบันอยู่ที่ 8.3 พันล้านบาทคาดรายได้ปีนี้ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท พร้อมเคาะราคาพื้นฐานปี 2561 ที่ 14 บาท
          นายจง ดิลกสมบัติ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ SAMTEL เปิดเผยว่า บริษัท สามารถคอมเทค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้รับหนังสือแจ้งตกลงจ้างพัฒนาระบบสารสนเทศที่ดิน (ระยะที่ 2) จากกรมที่ดิน เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2561 เพื่อดำเนินการพัฒนาระบบสารสนเทศที่ดิน (ระยะที่ 2) โดยมีมูลค่างานรวมทั้งสิ้น 2,767.91 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
          ทั้งนี้ มีกำหนดระยะเวลาในการดำเนินงานติดตั้ง จำนวน 1,095 วัน และให้บริษัทย่อยนำเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไปมอบให้กรมที่ดินภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือนี้เพื่อประกอบการจัดทำสัญญา (หรือไม่เกินภายในวันที่ 1 พ.ค. 61) และลงนามในสัญญาต่อไป
          มีงานประมูลรอเพียบ
          นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ล่าสุดจากการแจ้งรับงานใหม่จากกรมที่ดิน มูลค่าราว 2.8 พันล้านบาท ประกอบกับจากแผนการดำเนินธุรกิจของทางผู้บริหารที่เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ที่ยังมีความสนใจเข้าร่วมประมูลงานโครงการติดตั้งและให้บริการด้านระบบสื่อสารทั้งจากภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงครึ่งหลังปี 2561 ยังคงมีงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มูลค่าประมาณ 5-8 พันล้านบาท และงานของกรมตำรวจ มีมูลค่าอยู่ที่ 4-5 พันล้านบาท เป็นต้น
          พร้อมกันนี้จากการประเมินภาวะการแข่งขันในตลาด SI (กลุ่มธุรกิจโทรคมนาคม) เชื่อว่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวดีขึ้น ทำให้ทางฝ่ายมีมุมมองเป็นกลางต่อเป้าหมายของบริษัท Backlogs ณ สิ้นปี 2560 อยู่ที่ 8.3 พันล้านบาท จะทยอยรับรู้ในปี 2561 นี้ ราว 4.8 พันล้านบาท คาดว่าจะเข้าไปช่วยสนับสนุนให้การรับรู้รายได้ในปี 2561 มีเพิ่มมากขึ้น
          รายได้ปีนี้ 1 หมื่นล.
          โดยทางผู้บริหารได้วางเป้าหมายที่การเซ็นรับงานในปีนี้ไว้ราว 1.5-2 หมื่นล้านบาท ตลอดจนส่งผลให้มีโอกาสเห็นการเติบโตของรายได้ในปีนี้เป็นไปตามที่ทางบริษัทวางเป้าหมายไว้ที่ 1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% เทียบช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน ซึ่งสูงกว่าที่ทางฝ่ายประมาณการไว้ที่ 8 พันล้านบาท
          อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องให้การจับตารอดูความคืบหน้าต่อไป เนื่องจากว่าหากกรอบเวลาเลื่อนออกไปก็จะทำให้เป้าหมายของบริษัทมีความเสี่ยง แต่หากประมูลและประกาศผลได้ภายในไตรมาส 3/2561 และเร่งรับรู้รายได้ก็อาจมีโอกาสทำได้ดีกว่าประมาณการของทางฝ่าย ขณะที่อัตราการทำกำไรประเมินไว้ที่ 14% ในปี 2561 นี้ ฟื้นตัวจาก 11.7% ในช่วงครึ่งหลังปี 2560 เพื่อสะท้อนภาวะการแข่งขันในคลายตัวลง
          ชี้ราคาเป้าหมาย 14 บาท
          ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ฝ่ายวิจัยได้ปรับประมาณการปี 2561 นี้ เพิ่ม 10% สอดรับกับการลงนามในสัญญาได้มากขึ้น
          และแนะนำ "ซื้อ" ประเมินราคาพื้นฐานใหม่เป็น 14.00 บาท ด้วย P/E ปี 2561 ที่ 15.0 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยในอดีต -0.5 SD ราคาปิดมีส่วนเพิ่มได้อีกถึง 32% สำหรับคาดการณ์อัตราการเติบโตกำไรหลักปี 2561 นี้ และปี 2562 อยู่ในเกณฑ์ดีเป็น เพิ่มขึ้น 161% และเพิ่มขึ้น 8% เทียบช่วงเวลาเดียวกันกันปีก่อน