ทีวีดิจิตอลเฮ คสช.ไฟเขียวขายใบอนุญาต

ทีวีดิจิตอลมีเฮ! คสช. ปลดล็อกเปิดทางโอนใบอนุญาตได้ พร้อมพักชำระหนี้ 3 งวด เริ่มทันทีพฤษภาคม 61 และให้กสทช. จ่ายค่าโครงข่าย 50% เป็นเวลา 2 ปี "ไบรท์ทีวี" ชี้เป็นการช่วยอุ้มรายเล็ก ปิดฉากการซื้อขายกิจการ
          พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) วันที่ 24 เมษายน 2561 ว่า คสช.มีมติให้ใช้อำนาจตามม.44 ออกคำสั่งช่วยเหลือกิจการทีวีดิจิตอล 3 แนวทาง คือ 1.พักชำระหนี้ให้ 3 งวด จากจำนวน 5 งวด ที่เหลือ คือ พฤษภาคม 2561, พฤษภาคม 2562, พฤษภาคม 2563, พฤษภาคม 2564 และพฤษภาคม 2565 แต่ต้องจ่ายดอกเบี้ย 1.5% ตามอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามปกติ  2. ให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ช่วยจ่ายค่าโครงข่ายจำนวน 50% เป็นเวลา 2 ปี ในปี 2561 และ 2562 และ 3. อนุญาตให้โอนใบอนุญาตได้ ทั้งนี้หลังจากมีมติแล้ว คสช.จะมีการออกคำสั่งต่อไป
          ด้านผู้ประกอบการโดยนายสมชาย รังษีธนานนท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไบรท์ ทีวี จำกัด ผู้บริหารช่อง "ไบรท์ทีวี" เปิดเผยว่า การที่ม. 44 เปิดทางให้สามารถโอนใบอนุญาตได้นั้น ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะสามารถขายใบอนุญาตให้กับผู้ที่สนใจ ทำให้ธุรกิจทีวีดิจิตอลดำเนินต่อไปได้ ไม่ต้องใช้วิธีซื้อกิจการเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งยุ่งยากกว่า เพราะต้องแบกรับภาระหนี้สินในธุรกิจที่ซื้อมาด้วย
          แต่ขณะนี้ไบรท์ทีวีไม่มีนโยบายขายใบอนุญาต เนื่องจากยังสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ด้วยการพัฒนาคอนเทนต์ให้มีคุณภาพ และนำคอนเทนต์ที่ผู้ชมชื่นชอบเข้ามาเสริม เช่น ซีรีส์อินเดีย เป็นต้น ประกอบกับยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดเสนอที่จะเข้ามาซื้อใบอนุญาตด้วย
          มาตรการทั้ง 3 ข้อเป็นเรื่องที่ดี ช่วยผู้ประกอบการได้ระดับหนึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งรายเล็ก เพราะธุรกิจทีวีดิจิตอลแข่งขันรุนแรง ผู้ประกอบการทุกรายยังขาดทุนอยู่ ถ้ายังมีภาระจ่ายค่างวด จะทำให้ธุรกิจไม่มีกระแสเงินสดหมุนเวียนและพัฒนาคอนเทนต์ให้มีคุณภาพดีขึ้นได้ การให้พักชำระค่าใบอนุญาตจึงช่วยลดภาระให้ผู้ประกอบการ
          "จริงๆ ควรเลื่อนการชำระค่าใบอนุญาตออกไปก่อน เพราะตอนนี้ผู้ประกอบการต้องแข่งกันพัฒนาคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ เพื่อให้ทีวีมีเรตติ้งดีขึ้น ซึ่งต้องใช้เงินลงทุน มาตรการ 3 ข้อที่ออกมาเยียวยาทำให้ตั้งหลักกันได้อีกรอบ เพราะที่ผ่านมาผู้ประกอบการชำระค่าใบอนุญาตไปแล้วกว่า 3 หมื่นล้านบาท เหลืออีก 1.7 หมื่นล้านบาทเท่านั้น ซึ่งการมีกระแสเงินสดก็จะทำให้มีเงินไปพัฒนาคอนเทนต์ให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น"