กสทช.โชว์-เข้มกฎประมูลชิงคลื่น1800 เคาะขั้นต้น"3.7หมื่นล้าน"ขืนเบี้ยวปรับหนัก7.5พันล. ดีแทคแย้งกำหนดราคาสูง

บอร์ด กสทช.ไฟเขียวประมูลคลื่น 1800 เริ่มต้น เคาะราคาที่ 3.74 หมื่นล้าน ลงโทษหนักทิ้งประกวด ราคาปรับ 7.5 พันล้าน 'พาณิชย์'เบรกผู้ผลิต ชุดนักเรียนขอขึ้นราคา ห่วงผู้ปกครองเดือดร้อน ยื้อให้ปรับได้หลังเปิดเทอม
          มีชัยแจงใช้ม.44แก้ปมกสทช.
          เมื่อวันที่ 25 เมษายน ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชัน นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 7/2561 ว่าด้วยการยกเลิกและระงับกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่า ที่ประชุม คสช.ได้ระบุถึงปัญหาที่เกิดกับกระบวนการสรรหา และจำเป็นต้องแก้ไข พ.ร.บ.กสทช. (ฉบับที่ 2) ใน 2 ประเด็น ส่วนรายละเอียดของบทบัญญัติที่จะแก้ไข ตนไม่ทราบ ขอให้สอบถามกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย ทั้งนี้เข้าใจว่ากระบวนการแก้ไขกฎหมายนั้น ต้องให้ กสทช.ปรับแก้ ก่อนส่งให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา และส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาตามกระบวนการ
          "ตาม พ.ร.บ.กสทช.ระบุว่า เมื่อกระบวนการสรรหาต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ ต้องทำให้เสร็จภายใน 30 วัน หากไม่ระงับการสรรหาไว้ก่อน ปัญหาอาจจะเกิดซ้ำได้ และการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวอาจจะแก้ไขไม่ทัน แม้ผมจะเสนอในวงประชุม คสช.ว่าให้ใช้การพิจารณาแบบ 3 วาระรวด เขาบอกอาจจะไม่ทัน เขาจึงใช้คำสั่งมาตรา 44 ออกมาเป็นแนวทางให้ระงับไว้ก่อน" นายมีชัยกล่าว
          ปัดนายกฯมีเอี่ยวล้มกระดาน
          นายมีชัยกล่าวว่า ส่วนประเด็นคลิปเสียง นายกฯไม่ยอมรับกับบัญชี กสทช. 14 คนที่เสนอให้สนช.เห็นชอบ ก็เห็นว่าเป็นการอ้างถึงนายกฯเท่านั้น และนายกฯก็ปฏิเสธแล้วว่าไม่เกี่ยวข้อง รวมทั้งไม่เกี่ยวกับ คสช. เพราะ คสช.มีหน้าที่แก้ปัญหาที่ ครม.เสนอมา อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่เป็นปัญหาที่ได้ยินจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง ระบุว่าเป็นส่วนของการแปลความบทบัญญัติของคุณสมบัติ หรือรายละเอียดของบุคคลที่มีสิทธิเข้ารับการสรรหา ที่ตีความต่างไปจากบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อกำหนดให้บุคคลที่เคยทำหน้าที่ตำแหน่งอธิบดีหรือเทียบเท่าสามารถเข้ารับสมัครได้ แต่กรรมการสรรหาตีความว่า ต้องเป็นตำแหน่งขององค์กรนิติบุคคล ทั้งที่เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุว่าให้เป็นนิติบุคคลหรือไม่ ขณะที่ประเด็นที่ สนช.อภิปรายในที่ประชุมต่อจำนวนบุคคลที่เสนอชื่อให้ สนช.ลงมติ ที่ต้องเสนอจำนวน 14 คน แบ่งเป็นด้านละ 2 คน แต่พบมีผู้ที่คุณสมบัติไม่ครบและมีลักษณะต้องห้าม ทำให้จำนวนที่เสนอไม่ครบ จึงตีกลับบัญชีรายชื่อ เพราะไม่มีตัวเลือก ทั้งนี้ตามหลักการไม่ทราบว่าสามารถแก้ไขกฎหมาย กสทช.เพื่อปลดล็อกให้ส่วนที่ไม่มีปัญหาเดินหน้าไปก่อนได้หรือไม่
          ยันการสรรหาไม่ได้พิสดาร
          นายมีชัยปฏิเสธที่จะให้คำตอบต่อการแก้ปัญหากระบวนการสรรหา ที่มาจากการแปลความของบทบัญญัติกฎหมาย ด้วยการออกประกาศกรรมการสรรหา กสทช.ได้หรือไม่ แต่เชื่อว่านายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ฐานะกรรมการสรรหา กสทช. ควรจะนำประเด็นที่ สนช.อภิปรายไปพิจารณาเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และทำความเข้าใจกับการสรรหาให้ชัดเจน หรือสอบถามมายังผู้ร่างรัฐธรรมนูญถึงการแปลความหมายก่อนกำหนดรายละเอียดคุณสมบัติผู้มีสิทธิเข้ารับสมัครก่อน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา
          "จริงๆ การสรรหาไม่ได้พิสดารอะไร และเรื่องที่เกิดขึ้นจะไปโทษกรรมการสรรหาจนถึงขั้นเปลี่ยนตัวกรรมการไม่ได้ เพราะตามวิธีการของการให้ได้มาซึ่งกรรมการองค์กรอิสระทุกองค์กร สามารถใช้แมวมองเพื่อทาบทามบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเข้ามาสู่กระบวนการคัดเลือกได้ แต่ตอนนี้ที่เขาไม่ใช้คงเป็นเพราะกังวลว่าจะถูกมองว่าเป็นคนของคนนั้นคนนี้" นายมีชัยกล่าว
          วิษณุปัดยื้อเวลาดึงพวกตัวเองนั่ง
          ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯกล่าวถึงกรณีใช้มาตรา 44 ระงับการสรรหา กสทช.ว่า ในคำสั่งดังกล่าวให้ระงับการสรรหาไปก่อน ไม่เช่นนั้นจะต้องดำเนินการสรรหาให้ได้ภายใน 30 วัน หากใช้กติกาเดิมจะเกิดปัญหาเยอะตามที่มีการรายงานเข้ามา เช่น ระยะเวลา 30 วันในชั้นคณะกรรมการสรรหาไม่เพียงพอต่อการตรวจสอบคุณสมบัติ เป็นต้น จึงควรแก้ไขวิธีการสรรหาก่อน โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูว่าต้องแก้ระเบียบการสรรหาอย่างไร ถ้าไม่มีการแก้ไข ปัญหาเดิมๆ จะกลับมาอีก ส่วนระยะเวลาการแก้ไข แม้ไม่ได้กำหนดไว้ แต่ไม่มีอะไรชะงัก เพราะ กสทช.ชุดเดิมสามารถทำหน้าที่ต่อได้ และเผื่อไว้แล้วกรณีหากมีกรรมการ กสทช.ลาออก คนที่เหลือยังสามารถทำงานได้ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เขาคงรีบแก้ เนื่องจาก กสทช.ชุดเดิมก็ไม่อยากรักษาการนาน
          ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนที่ สนช.จะมีมติคว่ำการสรรหา กสทช. รู้ปัญหานี้ก่อนหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า อาจจะเป็นส่วนหนึ่ง แต่ยอมรับว่ามันเป็นเหตุเป็นผลกัน เพราะมีรายงานเข้ามาว่ามันมีปัญหาอะไร หากทิ้งไว้จะเกิดปัญหาอะไร มันไม่ใช่ปัญหาของคุณสมบัติ แต่เป็นเรื่องวิธีการ โดย สนช.และ กสทช.คือผู้เห็นปัญหาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไม่ได้ดึงเวลาเพราะต้องการนำคนของตัวเองเข้าไปเป็น กสทช.อย่างที่มีการวิจารณ์
          กสทช.ไฟเขียวประมูลคลื่น1800
          ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีการประชุมคณะกรรมการ กสทช.เกี่ยวกับการออกประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่านต่างๆ ภายหลังการประชุม นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.แถลงว่า ที่ประชุม กสทช.มีมติเห็นชอบให้ชะลอการพิจารณาร่างประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคม ย่าน 890-895 MHz/935-940 MHz ร่างประกาศ กสทช. เรื่อง แผนความถี่วิทยุกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล (International Mobile Telecommunication - IMT) ย่านความถี่ 824-837/869-884 เมกะเฮิรตซ์ และร่างประกาศ กสทช. เรื่อง แผนความถี่วิทยุกิจการเคลื่อนที่ ย่านความถี่ 885-895/930-940 เมกะเฮิรตซ์ ออกไปก่อนจนกว่าผลการทดลองภาคสนามจะแล้วเสร็จ
          เลขาธิการ กสทช.กล่าวว่า จากนั้นที่ประชุม กสทช.ได้พิจารณาและเห็นชอบร่างประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 1740-1785 MHz/1835-1880 MHz ซึ่งจะใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการประประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz
          ทิ้งประมูลเจอปรับ7.5พันล้าน
          นายฐากรกล่าวว่า สำหรับสาระสำคัญของหลักเกณฑ์การประประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ประกอบด้วย 1.คลื่นความถี่ที่จะนำมาประมูลทั้งหมดมีจำนวน 45 MHZ โดยเห็นควรกำหนดขนาดคลื่นความถี่ที่จะประมูลออกเป็น 3 ชุด ชุดละ 15 MHz ต่อ 1 ใบอนุญาต มีการจำกัดเพดานการถือครองคลื่นที่ 40% ของขนาดคลื่นความถี่ที่นำมาประมูล โดยกำหนดราคาเริ่มต้นของการประมูลไว้ที่ 37,457 ล้านบาท และกำหนดหลักประกันการประมูลเท่ากับ 1,873 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาสุดท้ายจากการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ในครั้งก่อน โดยใช้สูตร N-1 คือถ้ามีผู้เข้าร่วมการประมูล 4 ราย จะประมูล 3 ใบอนุญาต มีผู้เข้าร่วมการประมูล 3 ราย จะประมูล 2 ใบอนุญาต ระยะเวลาการอนุญาต 15 ปี ราคาที่เพิ่มต่อการเคาะในแต่ละครั้ง 75 ล้านบาท กรณีที่จะมีการทิ้งการประมูลร่างประกาศฉบับนี้ได้ปรับให้มีความเข้มขึ้นโดยหากมีการทิ้งใบอนุญาตสำนักงาน กสทช.จะยึดหลักประกันการประมูล 1,873 ล้านบาท และคิดค่าปรับอีก 5,619 ล้านบาท เป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 7,492 ล้านบาท อีกทั้งยังตัดสิทธิกลุ่มจัสมินไม่ให้เข้าร่วมการประมูล
          แจงขั้นตอนประกวดราคา
          นายฐากรกล่าวว่า เพื่อให้สามารถจัดการประมูลคลื่นความถี่ได้ทันก่อนที่สัญญาสัมปทานระหว่างดีแทค กับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท จะสิ้นสุดลงในวันที่ 15 กันยายน 2561 กรอบเวลาการเตรียมการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz มีดังนี้ หลังจากที่ประชุม กสทช.เห็นชอบร่างประกาศในวันนี้แล้ว สำนักงาน กสทช.จะนำประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาภายในวันที่ 4 พฤษภาคม 2561 จากนั้นจะมีการประกาศเชิญชวนเข้าร่วมประมูลและเผยแพร่เอกสารชี้ชวนการลงทุน รวมทั้งมีการชี้แจงต่อสาธารณะระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม-14 มิถุนายน 2561 และกำหนดเวลาการยื่นคำขอรับใบอนุญาตในวันที่ 15 มิถุนายน 2561
          จากนั้นจะเป็นขั้นตอนการพิจารณาคุณสมบัติขั้นแรกระหว่างวันที่ 16 มิถุนายน -31 กรกฎาคม 2561 หลังจากนั้นจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติเป็นผู้เข้าร่วมประมูลภายในวันที่ 2 กรกฎาคม 2561 จากนั้นจะเป็นขั้นตอนการเตรียมความพร้อมผู้เข้าร่วมประมูลซึ่งจะใช้เวลา 3 วัน ส่วนในระหว่างวันที่ 1-3 สิงหาคม 2561 จะทำการจัดชี้แจงการประมูล (Information Session) และการทดสอบการประมูล (Mock Auction) สำหรับผู้เข้าร่วมการประมูล และกำหนดจัดการประมูลในวันที่ 4 สิงหาคม 2561 หากประมูลช้ากว่านี้จะก่อให้เกิดความเสียหาย และกรณีที่จัดให้มีการประมูลแล้วไม่มีผู้เข้าร่วมการประมูล สำนักงาน กสทช.จะออกหลักเกณฑ์การประมูลใหม่ภายใน 1 เดือน เพื่อนำคลื่นความถี่มาประมูลอีกครั้งหนึ่ง
          'ดีแทค'แย้งเงื่อนไขประมูล
          นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังประสบกับปัญหาการขาดแคลนคลื่นความถี่ ที่จะนำไปรองรับการเติบโตของการใช้งานดาต้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อันเป็นผลมาจากการที่เทคโนโลยีดิจิทัลกำลังเข้ามาเปลี่ยนผ่านประสบการณ์ใหม่ต่างๆ ทั้งนี้ ในการที่จะผลักดันนโยบายประเทศไทย 4.0 รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการจัดการบริหารคลื่นความถี่เข้าสู่วาระแห่งชาติ
          "ดีแทคกังวลต่อมติการประชุมบอร์ด กสทช.ที่กลับไปใช้แนวทางประมูลเดิมสำหรับการประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งไม่ส่งผลดีอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคม ไม่เกิดประโยชน์ต่อผู้ใช้บริการ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง จะส่งผลกระทบ โดยตรงต่อการดำเนินนโยบายสร้างประเทศ ไทย 4.0 ในส่วนการประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ดีแทคกำลังรอประกาศเชิญชวนและเผยแพร่สรุปข้อสนเทศ ฉบับสมบูรณ์ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ" นายลาร์สกล่าว
          เสนอ3ข้อให้รัฐทบทวน
          นายลาร์สกล่าวว่า สำหรับความคิดเห็นของดีแทคเพื่อให้เกิดทบทวน คือ 1.ขอให้พิจารณาราคาเริ่มต้นการประมูลของการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ให้เหมาะสมเพิ่มขึ้นกับผู้บริโภคในประเทศไทย 2.ขนาดของคลื่นความถี่ที่จะให้อนุญาต โดยการกำหนดใบอนุญาตคลื่นความถี่ ชุดละ 2x5 เมกะเฮิรตซ์ แทนขนาด 2x15 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อให้ตรงกับความต้องการที่แท้จริงของผู้ใช้งานแต่ละราย และ 3.พิจารณาทบทวนข้อกำหนด N-1 หรือการกำหนดจำนวนใบอนุญาตที่นำมาประมูลต้องน้อยกว่าจำนวนผู้เข้าร่วมประมูล ในการประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ควรยกเลิกกฎนี้เนื่องจากส่งผลเสียต่อการแข่งขันและผู้ใช้งานในภายหลังประมูล และผู้เข้าประมูลบางรายอาจถูกจำกัดสิทธิการเข้าประมูล ทำให้เกิดการลดการแข่งขันในตลาด และลดโอกาสและทางเลือกของผู้บริโภค และดีแทคจะเร่งยื่นหนังสือนำเสนอแผนธุรกิจและแผนความคุ้มครองผู้ใช้บริการตามมาตรการคุ้มครอง ผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราว ในกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ.2556 และอยู่ระหว่างเตรียมพร้อมและจัดทำแผนความคุ้มครองผู้ใช้บริการภายใต้ประกาศดังกล่าวและจะนำเสนอต่อ กสทช. ในเดือนมิถุนายนนี้
          วิษณุแจงคสช.ให้หาหลักเกณฑ์
          สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ภายหลังที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 24 เมษายน เห็นชอบในหลักการแนวทางการให้ความช่วยเหลือแล้ว
          ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุม คสช.ได้ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปพูดคุยหารือเพิ่มเติมในรายละเอียด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งผู้ประกอบการ ภาครัฐ ประชาชน และผู้ที่จะเข้ามาลงทุนรายอื่นๆ และนำมาเสนอที่ประชุม คสช.อีกครั้ง แต่ตอบไม่ได้ว่าจะใช้มาตรา 44 ในการช่วยเหลือหรือไม่ ส่วนกรณี พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงถึง 3 มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการและจะออกมาตรา 44 ในเร็วๆ นี้นั้น ส่วนตัวไม่ทราบ ไม่รู้รายละเอียด แต่มาตรการเหล่านั้นคือแนวทางที่ผู้ประกอบการต่างพอใจ แต่รัฐต้องมาพิจารณาถึงความสมน้ำสมเนื้อเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย
          ทีวีดิจิทัลรอคำสั่งม.44ชัดเจน
          นายสุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมผู้ประกอบ การทีวีดิจิทัล ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงกรณีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รับหลักการเตรียมใช้มาตรา 44 ช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ว่า ยังต้องรอคำสั่งที่ชัดเจนอยู่ และถ้าเป็นไปตามกระแสข่าวที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดี โดยต้องขอบคุณรัฐบาลที่ได้เข้าใจถึงปัญหาของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล โดยการช่วยเหลือในมาตรการต่างๆ ที่จะออกมา จะเป็นมาตรการที่ทำให้ความตึงเครียดของปัญหาที่เกิดขึ้นลดลงไปอย่างมาก โดยจะนำเงินคงเหลือจากที่ได้รับการเยียวยาไปพัฒนาด้านเนื้อหาให้ดียิ่งขึ้น และไปพัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น จากการที่ต้องเกิดความตึงเครียดทางการเงินว่าจะนำเงินที่ไหนไปชำระในงวดเดือนพฤษภาคมนี้ ก็จะปลอดโปร่งไป
          นายสุภาพกล่าวว่า ในเรื่องการอนุญาตให้ผู้ประกอบการสามารถเปลี่ยนมือใบอนุญาตได้นั้น เป็นเพียงช่องทางหนึ่งที่เปิดไว้เท่านั้น ยังไม่คิดว่าจะมีรายใดไปใช้ช่องทางดังกล่าว โดยเปิดไว้สำหรับกรณีที่หลังจากได้รับการพักชำระค่าใบอนุญาตแล้ว สถานการณ์ของบางรายยังสู้ไม่ไหว และหลังจากที่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว ก็ยังสู้ไม่ไหวอยู่ การที่เปิดช่องทางไว้ว่า ผู้ประกอบการสามารถที่จะขายกิจการได้ เพียงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขต่างๆ นั้น คงต้องรอให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประกาศอีกครั้งว่าถ้าเป็นไปตามช่องทางดังกล่าว มีเงื่อนไขหรือหลักเกณฑ์อะไรบ้าง
          หวังยอดผู้ชมพุ่ง50%
          "เป็นทางออกที่เรียกว่าเอาไว้เป็นประตูสุดท้าย ที่เปิดช่องไว้และใครที่ไม่จำเป็นต้องใช้เส้นทางนี้ หลังจากนี้ในระยะเวลา 3 ปี เชื่อว่าธุรกิจหรือกระแสเศรษฐกิจจะดีขึ้น โดยคาดว่าภายหลังจากการเลือกตั้งเม็ดเงินจากโฆษณาจะเพิ่มเข้ามาตลาดมากขึ้น ส่วนแบ่งของโฆษณาน่าจะได้รับอานิสงส์มากกว่าที่เป็นอยู่ อีกทั้งการที่ช่อง 3 และช่อง 7 ที่เป็นช่องระบบอนาล็อกเดิม หมดสัญญาสัมปทานการแพร่ภาพและเสียงผ่านระบบอนาล็อก จะส่งผลให้จำนวนผู้ชมเพิ่มขึ้นประมาณ 50% จากผู้ชมที่ไม่เคยรับชมในระบบดิจิทัลเลย จำเป็นต้อง หันมารับชมในระบบดิจิทัล เนื่องจากไม่สามารถรับชมในระบบเดิมได้" นายสุภาพกล่าว
          ให้สิทธิเปลี่ยนมือโยนถามคสช.
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า เรื่องการอนุญาตให้ผู้ประกอบการสามารถเปลี่ยนมือใบอนุญาตได้นั้นเป็นเพียงการหารือ ยังไม่สามารถตอบอะไรได้ ส่วนมติจะออกมาเป็นอย่างไร จะออกมาตรา 44 หรือไม่ยังไม่ทราบ ทั้งนี้ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะมีมติอย่างไร กสทช.ไม่ทราบเรื่อง โดยสำนักงาน กสทช.ได้ส่งความเห็นไปยังที่ประชุมครบทั้งหมดแล้ว ซึ่งคิดว่าผลจะออกมาอย่างไรก็สุดแล้วแต่ ถือว่าจบสิ้นภารกิจของทางสำนักงาน กสทช.เรียบร้อยแล้ว
          ชุดนักเรียนขอขึ้นราคา6-10บ.
          นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ผู้ผลิตชุดนักเรียน 1 ราย ได้ยื่นขอปรับขึ้นราคาจำหน่ายมาแล้วเนื่องจากต้นทุนสูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนค่าแรงที่ได้เพิ่มขึ้นเกือบ 2% หลังปรับค่าแรงงานขั้นต่ำตั้งแต่เดือนเมษายน 2561 และระบุว่าไม่ได้ปรับราคามานานกว่า 10 ปี โดยยื่นหนังสือขอปรับราคาเข้ามาประมาณ 3-5% หรือชุดละ 6-10 บาท และคาดว่าหลังจากนี้อาจจะมีผู้ผลิตชุดนักเรียนรายอื่นๆ เสนอขอปรับราคาเข้ามาอีก แต่ได้ขอความร่วมมือในการตรึงราคาไปก่อน และอาจจะค่อยปรับขึ้นหลังเปิดเทอมเพื่อช่วยดูแลค่าครองชีพให้กับผู้ปกครองในช่วงใกล้เปิดเทอม ซึ่งชุดนักเรียนเป็นสินค้าที่กรมติดตาม หากจะขอปรับขึ้นราคาไม่ต้องขออนุญาต แต่ต้องส่งหนังสือมาให้กรมการค้าภายในรับทราบ และชี้แจงต้นทุนที่เหมาะสมก่อน
          นายบุณยฤทธิ์กล่าวว่า ขณะเดียวกันภาครัฐได้สนับสนุนค่าชุดนักเรียนให้กับผู้ปกครอง ตั้งแต่ระดับก่อนประถมจนถึงอาชีวะศึกษาด้วย โดยก่อนประถมให้ค่าชุดนักเรียนไม่เกิน 300 บาทต่อชุดต่อคนต่อปี คนละไม่เกิน 2 ชุด ส่วนระดับประถมให้ค่าชุดนักเรียน 360 บาทต่อชุดต่อคนต่อปี / ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นให้ค่าชุดนักเรียนไม่เกิน 450 บาทต่อชุดต่อคนต่อปี / มัธยมศึกษาตอนปลายให้ค่าชุดนักเรียน 500 บาทต่อชุดต่อคนต่อปี และระดับอาชีวศึกษาให้ไม่เกิน 900 บาทต่อชุดต่อคนต่อปี ซึ่งเมื่อซื้อแล้วผู้ปกครองสามารถนำใบเสร็จมาเบิกกับทางโรงเรียนได้
          พณ.ดึงห้างจัดลดราคา70%
          นายบุณยฤทธิ์กล่าวอีกว่า เพื่อลดภาระค่าครองชีพผู้ปกครองในช่วงใกล้เปิดเทอม กรมร่วมกับภาคเอกชนจัดงาน "รวมใจ..เพิ่มสุข..ช้อปสนุก..ลดรับเปิดเทอม" ระหว่างวันที่ 26 เมษายน-13 พฤษภาคม 2561 รวม 18 วัน โดยได้รับความร่วมมือจากห้างค้าปลีกค้าส่ง ห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อจำนวน 14 ราย กว่า 13,500 สาขาทั่วประเทศ และผู้จำหน่ายเครื่องแบบนักเรียน 4 ราย ได้แก่ ร้านศึกษาภัณฑ์ของกระทรวงศึกษาธิการ ร้านน้อมจิตต์ ห้างตราสมอ และร้านสมใจนึก โดยลดราคาสูงสุด 70% ทั้งสินค้าเครื่องแบบนักเรียนและอุปกรณ์การเรียน เช่น ชุดนักเรียน รองเท้านักเรียน เครื่องเขียน รวมทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น คาดจะมีเงินสะพัดกว่า 20,000 ล้านบาท ช่วยลดภาระค่าครองชีพได้กว่า 30% หรือประมาณ 6,000 ล้านบาท ทำให้ประชาชนสามารถใช้จ่ายเท่าเดิมแต่ได้สินค้าเพิ่มขึ้น เป็นการเพิ่มกำลังซื้อของประชาชนเกิดการ กระตุ้นเศรษฐกิจให้มีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่ม มีเงินหมุนเวียนในระบบมากขึ้น และส่งผลต่อเศรษฐกิจให้ขยายตัว
          ดันลำไย-มังคุดขายTmall.com
          นายบุณยฤทธิ์เปิดเผยว่า หลังจากกระทรวงพาณิชย์จับมือกับอาลีบาบาในการขายสินค้าบนเว็บไซต์ Tmall.com และมีชาวจีนแห่กดซื้อทุเรียนหมอนทองไทยผ่านเว็บไซต์ Tmall.com จำนวน 80,000 ลูกภายใน 1 นาที ซึ่งก็ข่าวว่าราคาทุเรียนในพื้นที่ปรับสูงขึ้นแต่ปรับเล็กน้อยไม่สูงมากนักซึ่งเป็นไปตามกระแส แต่เป็นเรื่องดีขายทุเรียนบนเว็บไซต์ทำให้ชาวสวนขายทุเรียนสูงขึ้น เป็นผลดีให้เกษตรกรมีรายได้มากขึ้น โดยราคาสินค้าผลไม้ขึ้นกับปริมาณ คุณภาพสินค้า ดินฟ้าอากาศ ตอนนี้กรมจะเข้าไปดูแลราคาให้เหมาะสม และเตรียมเพิ่มผลไม้ชนิดอื่นๆ ขายบน Tmall.com ต่อไป คือ ลำไย มังคุด ลองกอง โดยผู้ผลิตต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ คือ เป็นสหกรณ์หรือผู้ส่งออกที่ขึ้นทะเบียนเป็นบริษัทค้ากับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นนิติบุคคล มีเครื่องหมายการค้ารับรองตราสินค้า แล้วเป็นสมาชิกผู้ขายบนเว็บไซต์ไทยเทรดดอทคอม (Thaitrade.com) เบื้องต้นยังไม่ได้ตั้งเป้าขายผลไม้แต่ต้องการเพิ่มช่องทางการขายผลไม้ไทยเท่านั้น และในเดือนพฤษภาคมก็จะมีการจัดพบผู้ซื้อชาวจีนกับผู้ขายไทยในกลุ่มสินค้าต่างๆ ทั้งผลไม้ ข้าว และอื่นๆ รวมถึงแผนโปรโมตการบริโภคผลไม้หน้าร้อน เช่น ทุเรียน กับห้างสรรพสินค้าต่างๆ
          ครม.ไฟเขียวร่างแก้กม.กบข.
          นายพรชัย หาญยืนยงสกุล รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา ได้เห็นชอบแก้ไขร่าง พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ซึ่งกรมบัญชีกลางยกร่างแก้ไขในหลายประเด็น คือ 1.การให้ผู้ที่เคยเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอื่นๆ สามารถโอนเงินจากกองทุนดังกล่าวให้ กบข. บริหารต่อได้ เป็นประโยชน์ในกรณีพนักงานเอกชนที่สอบราชการได้สามารถโอนเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเข้า กบข.ได้ 2.เปิดทางให้ กบข. สามารถจัดตั้งบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจำกัดได้ 3.ปรับเพดานการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนจาก 15% ของเงินเดือนเพิ่มเป็น 30% เพื่อให้สมาชิกสมทบเงินเอาไว้ใช้ในระยะยาวเพิ่มขึ้น โดยรัฐคงจ่ายสมทบ 5%
          นายพรชัยกล่าวว่า 4.ให้ข้าราชการบางประเภทที่กฎหมายบัญญัติให้เกษียณอายุราชการ ภายหลังจากอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ เช่น ข้าราชการตุลาการ หรือข้าราชการอัยการ เกษียณอายุ 65-70 ปี ทำให้ได้รับเงินจาก กบข.ล่าช้ากว่าหน่วยงานอื่น สามารถขอรับเงินสะสมและเงินสมทบพร้อมทั้งผลประโยชน์ของเงินดังกล่าวได้ หากต้องการในช่วงอายุครบ 60 ปี จากเดิมต้องรอเกษียณก่อน 5.ให้สมาชิกที่สิ้นสุดสมาชิกภาพแล้ว แต่เลือกที่จะยังไม่ขอรับเงินสะสม เงินสมทบ เงินประเดิม เงินชดเชย และผลประโยชน์ตอบแทนของเงินดังกล่าวคืน หรือเลือกทยอยรับเงินคืน โดยให้ กบข.บริหารเงินดังกล่าวต่อไปได้ สามารถปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนสำหรับเงินดังกล่าว
          ขยายเงินสำรอง/ใช้จริงปีนี้
          นายพรชัยกล่าวว่า นอกจากนี้ 6.ปรับปรุงแก้ไขการบริหารเงินของ กบข. บางประเด็น คือ ขยายขอบเขตการนำเงินสำรองและเงินกองกลางของกองทุนไปลงทุนได้อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ให้สมาชิกเลือกแผนการลงทุนสำหรับ เงินประเดิม เงินชดเชย และผลประโยชน์ตอบแทนของเงินดังกล่าว และกำหนดให้ในกรณีที่สมาชิกไม่ได้เลือกแผนการลงทุนใด ให้ถือว่าสมาชิกยินยอมให้กองทุนจัดแผนการลงทุนที่กำหนดให้ลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงเหมาะสมกับช่วงอายุของสมาชิก ทั้งนี้ เพื่อต้องการเพิ่มประสิทธิภาพบริหารงานของกองทุน กบข.
          นายพรชัยกล่าวว่า ในการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.กบข.ในครั้งนี้ เพื่อต้องการเพิ่มสิทธิให้แก่สมาชิก เพื่อให้สมาชิกมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี และเปิดโอกาสให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการเงินของตนเองที่อยู่ในความดูแลของ กบข. ให้มากขึ้น พร้อมทั้งการปรับปรุงแก้ไขอำนาจในการบริหารของ กบข.ให้ทันสมัย มีความคล่องตัว เพิ่มโอกาสในการลงทุน และสอดคล้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว คาดว่ากฎหมายมีผลภายในปี 2561