DIFจ่อลงทุนเสา-ใยแก้วเพิ่ม ยันเทคโนโลยีเปลี่ยนไม่กระทบค่าเช่า

ผู้จัดการรายวัน360 - บลจ.ไทยพาณิชย์แจงกองอินฟราฯ DIF เตรียมระดมทุนเพิ่มอีกกว่า 5.5 หมื่นล้านบาท ลงทุนเพิ่มเสาโทรคมนาคมกลุ่มทรู และใยแก้ว นำแสง มั่นใจสร้างรายได้เพิ่ม และมีลุ้นปันผลมากขึ้นจากการมีผู้เช่าเสามากขึ้น พร้อมยืนยันเทคโนโลยีเปลี่ยนไม่กระทบ เหตุสินทรัพย์ที่ลงทุนเป็นโครงสร้างพื้นฐานไม่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี
          นายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด ในฐานะบริษัทจัดการกองทุนรวมโครงสร้าง พื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล (DIF) เปิดเผยว่า กองทุน DIF จะทำการลงทุน เพิ่มเติมในทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมมูลค่ารวมประมาณไม่เกิน 55,236 ล้านบาท โดยจะระดมทุนจากการออกและเสนอขายหน่วยลงทุนใหม่จำนวนรวมไม่เกิน 3,831 ล้านหน่วย โดยมีมูลค่ารวมของหน่วยลงทุนที่เสนอขายทั้งหมดไม่เกินประมาณ 53,236 ล้านบาท และ กู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินไม่เกิน 2,000 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้ลงทุนในทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพิ่มเติมครั้งที่ 3 ที่ได้รับมติจากที่ประชุมผู้ถือหน่วยลงทุน
          ทั้งนี้ ทรัพย์สินเข้าลงทุนเป็นโครง สร้างพื้นฐานโทรคมนาคมจากกลุ่มทรู ได้แก่ 1. กรรมสิทธิ์ในเสาโทรคมนาคมสำหรับให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประมาณ 2,589 เสา 2. กรรมสิทธิ์ในใยแก้วนำแสง (Fiber Optic Cable หรือ FOC) สำหรับให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ อินเทอร์เน็ตและบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตรวมประมาณ 590,305 คอร์กิโลเมตร และ 3. สิทธิการเช่าระยะยาวประมาณ 30 ปีในใยแก้ว นำแสงสำหรับให้บริการอินเทอร์เน็ตประมาณ 619,986 คอร์กิโลเมตร รวมทั้งสิทธิการซื้อ (Call Option) ใยแก้วนำแสงดังกล่าว โดยมีราคาใช้สิทธิสำหรับซื้อกรรมสิทธิ์ในใยแก้วนำแสง 1,300 ล้านบาท
          "การลงทุนเพิ่มจะทำให้กองมีขนาดทรัพย์สินที่ใหญ่ขึ้นและสามารถขยายการให้บริการในพื้นที่ต่างๆ และเป็นการลงทุนพร้อมสัญญาเช่าที่สามารถรับรู้รายได้ทันที นอกจากนี้เชื่อว่าจะไม่ได้รับผลกระทบหากเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจากการสำรวจยิ่งเทคโนโลยีความถี่สูงเท่าไรการส่งสัญญาณจำเป็นที่จะต้องใช้ความถี่ของเสามากขึ้น และต้นทุนในการสร้างเสายังแพงกว่าการเช่าอยู่มาก โดยนอก จากกลุ่มทรูแล้วกองทุนยังมีผู้ให้บริการรายอื่นให้ความสนใจเช่าเสาส่งสัญญาณด้วย แต่ยังอยู่ในระหว่างเจรจา" นายสมิทธ์กล่าว
          ด้านนางสาววีณา เลิศนิมิตร ผู้ช่วย ผู้จัดการใหญ่ สาย Primary Distribution ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน Sole Global Coordinator และผู้จัดการการจัดจำหน่ายหน่วยลงทุนในประเทศ กล่าวว่า กองทุน DIF จะลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 3 นั้น ล่าสุด สำนักงาน ก.ล.ต. ได้พิจารณาอนุมัติการเสนอขายหน่วยลงทุนเป็นที่เรียบร้อย จึงได้กำหนดช่วงราคาเสนอขาย เบื้องต้นของหน่วยลงทุนใหม่ที่ 13.60-13.90 บาทต่อหน่วย ซึ่งจะเสนอขายให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมที่มีรายชื่อปรากฏในสมุดทะเบียนผู้ถือหน่วยลงทุน เมื่อ วันที่ 17 เมษายน 2561 ตามสัดส่วนการถือ หน่วยลงทุน และจะเสนอขายต่อนักลงทุนทั่วไปโดยในส่วนที่เป็นนักลงทุนรายย่อยจะมีการจัดสรรโดยวิธี Small Lot First
          สำหรับผู้จองซื้อทั่วไปจะต้องชำระค่าจองซื้อหน่วยลงทุนที่ราคาสูงสุดของช่วงราคาเสนอขายเบื้องต้น คือที่ราคา 13.90 บาทต่อหน่วย ส่วนราคาเสนอขายสุดท้ายจะถูกกำหนดหลังจากสำรวจความต้องการจองซื้อของนักลงทุนสถาบัน ซึ่งคาดว่าจะประกาศได้อย่างช้าในวันที่ 14 พฤษภาคม 2561 ทั้งนี้ หากราคาเสนอขาย สุดท้ายต่ำกว่า 13.90 บาทต่อหน่วย หรือหากไม่ได้รับการจัดสรรหน่วยลงทุนไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน นักลงทุนจะได้รับ เงินค่าจองซื้อคืนภายใน 7 วันทำการ โดยการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร หรือภายใน 10 วันทำการโดยการชำระเป็นเช็คหรือแคชเชียร์เช็คนับจากวันสิ้นสุดระยะเวลาการเสนอขาย (วันที่ 16 พฤษภาคม 2561).