DTACฮุบคลื่น2300MHz โชว์งบQ1ทะยาน474%

ทันหุ้น- DTAC รับข่าวดี 2 เด้ง ดอดเซ็นสัญญา กับทีโอทีเพื่อให้บริการ 4G LTE-TDD คลื่น 2300 MHz ครั้งแรกในไทย ส่วนผลประการไตรมาส 1/2561 ซดกำไร 1,314.57 ล้านบาทเมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 229.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 474%
          นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC กล่าวว่าความร่วมมือกับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ เทเลแอสเสท ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของกลุ่มดีแทค ไตรเน็ต พร้อมกับ บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด ได้ลงนามในสัญญาเช่าเครื่องและอุปกรณ์โทรคมนาคม และสัญญาการใช้บริการข้ามโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในประเทศระบบ 2300 MHz อย่างเป็นทางการเรียบร้อย เพื่อเปิดให้บริการ 4G LTE-TDD คลื่น 2300 MHz บนแบนด์วิธที่กว้างที่สุดถึง 60 MHz เป็นครั้งแรกในประเทศไทย
          ภายใต้กรอบความร่วมมือที่มีระยะเวลาถึงปี 2568 บมจ.ทีโอที จะเช่าเครื่องและอุปกรณ์โทรคมนาคมจากเทเลแอสเสท ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ ดีแทค ไตรเน็ต เพื่อนำมาสร้างโครงข่ายโทรคมนาคมสำหรับให้บริการไร้สายความเร็วสูง (Broadband Wireless Access, BWA) ทั้งบริการบรอดแบนด์ไร้สายประจำที่ (Fixed Wireless Broadband) และบริการบรอดแบนด์เคลื่อนที่ (Mobile Broadband) ผ่านอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งความจุโครงข่ายส่วนหนึ่ง (Capacity) ทีโอที ได้นำมาให้บริการตอบโจทย์ความต้องการใช้งานของลูกค้า และตอบสนองนโยบายของรัฐ และความจุโครงข่าย (Capacity)
          อีกส่วนหนึ่ง จะนำมาให้บริการแก่บริษัทดีแทค ไตรเน็ต ในรูปแบบของการใช้บริการข้ามโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Roaming) โดย ทีโอที จะมีรายได้จากการให้บริการโรมมิ่งปีละประมาณ 4,510 ล้านบาท
          กำไร Q1 ชน 1.3 พันล
          นอกจากนี้ DTAC ยังได้รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2561 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย .(ตลท.) ว่า DTAC มี EBITDA (ก่อนรายการอื่น) อยู่ที่ 8,354 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% ซึ่งเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยส่วนใหญ่เป็นผลจากการให้ส่วนลดค่าเครื่องที่ลดลง รวมทั้งมีค่าธรรมเนียมและส่วนแบ่งรายได้และค่าใช้จ่ายในการขายและการตลาดที่ลดลง
          ในขณะที่ EBITDA เพิ่มขึ้น 6.6% จากไตรมาสที่ผ่านมาโดยเป็นผลจากการลดลงของทั้งการให้ส่วนลดค่าเครื่องและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
          ทั้งนี้ EBITDA Margin เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 43.8% จากเดิมอยู่ที่ระดับ 34.9% เมื่อไตรมาส 1/2560 และที่ระดับ 38.6% เมื่อเทียบไตรมาส 4/2560 โดยส่วนใหญ่เป็นผลจากการให้ส่วนลดค่าเครื่องที่ลดลงและมาตรการเพิ่ม ประสิทธิภาพต่างๆ ส่งให้กำไรสุทธิไตรมาส 1/21561 อยู่ที่ 1,315 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 474% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 142% จากไตรมาสก่อน โดยเป็นผลจาก EBITDA ที่เติบโตได้ดีรวมทั้งมีรายการพิเศษที่เกี่ยวข้องกับการตั้งสำรองข้อพิพาทกับ CAT เรื่องส่วนแบ่งรายได้ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 528 ล้านบาท (ก่อนภาษี) ในไตรมาสนี้
          ลูกค้า 21.8 ล.เลขหมาย
          ขณะที่บริษัทมีฐานลูกค้ารวมเมื่อสิ้นสุด ไตรมาส 1อยู่ที่ 21.8 ล้านเลขหมาย โดยประมาณ 98% ลงทะเบียนใช้งานภายใต้บริษัทดีแทค ไตรเน็ต ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของดีแทคที่ได้รับใบอนุญาตใช้คลื่น 2.1 GHz จาก กสทช. ดีแทคยังคงพัฒนาเครือข่าย 4G บนคลื่น 2100 MHz อย่างต่อเนื่อง โดยได้ติดตั้งเสาส่งสัญญาณและสถานีฐานเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการสิ้นสุดของสัมปทานในเดือนกันยายน 2561 โดยดีแทคมั่นใจว่าจะสามารถให้บริการลูกค้าได้ต่อเนื่องโดยไม่มีผลกระทบ ไม่ว่าการประมูลคลื่นความถี่จากสัมปทานเดิมที่หมดอายุลง จะถูกจัดขึ้นเมื่อไร
          นอกจากนี้ การร่วมเป็นพันธมิตรกับทีโอทีในการให้บริการบนโครงข่ายคลื่นความถี่ 2300 MHz จะส่งผลให้เครือข่าย 4G ของดีแทคมีแบนด์วิธที่กว้างที่สุดในตลาด พร้อมรองรับความต้องการในการใช้บริการข้อมูลที่สูงขึ้น และเสริมสร้างประสบการณ์ใช้งานอินเทอร์เน็ตไร้สายของลูกค้าบนโครงข่ายดีแทค ซึ่งปัจจุบันครอบคลุม 94% ของประชากรทั้งหมดในประเทศ โดยในช่วงไตรมาส 1/2561 จำนวนผู้ใช้บริการ 4G เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 8.5 ล้านเลขหมาย และสัดส่วนผู้ใช้อุปกรณ์สมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นมาที่ 55%อย่างไรก็ดี DTAC ยังคงประมาณการทางการเงินสำหรับปี 2561 ไว้ในระดับเดิม โดยคาดการณ์ว่ารายได้จากการให้บริการ  (ไม่รวม IC) จะใกล้เคียงกับปีก่อน  EBITDA Margin จะอยู่ในช่วง 34-36% และงบลงทุน (CAPEX) จะอยู่ระหว่าง 15,000-18,000 ล้านบาท