ไม่เซ็น-ไม่รับ7% อยากเกษียณสวยๆ? มูลเหตุเลิก "MOENet"

ผู้ที่มีอำนาจรับผิดชอบทำสัญญาโครงการระบบสัญญาณอินเทอร์เน็ตในสถาบันการศึกษาของรัฐ ที่เรียกว่า MOENet  คือ รองปลัดกระทรวง และปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ที่จะเซ็นสัญญากับบริษัทให้บริการอินเทอร์เน็ต (บมจ.ทีโอที) ซึ่ง นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ได้สั่งยกเลิก MOENet ระหว่างศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กับ บมจ.ทีโอที ในช่วงต้นปี 2561 เนื่องจากการให้บริการสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ไม่มีคุณภาพ  ต้องเสียงบประมาณในการดำเนินงานโครงการกว่า 3 พันล้านบาท
          อย่างไรก็ตาม หน่วยงานใดของสำนักงานปลัด ศธ. จะต้องดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องเสนอเรื่องผ่านมาให้สำนักอำนวยการ สำนักงานปลัด ศธ.พิจารณาเสียก่อน ซึ่งก่อนที่โครงการ MOENet  จะถูกยกเลิกไป ในช่วงตุลาคม 2559  เข้าช่วงปีงบประมาณ 2560 ผู้มีหน้าที่ รับผิดชอบได้เสนอให้มีการต่อสัญญา กับบริษัท ให้ นายประเสริฐ บุญเรือง  รองปลัด ศธ.ที่กำกับดูแลสำนักอำนวยการ สำนักงานปลัด พิจารณาซึ่งเป็นลักษณะ การทำสัญญาต่อเนื่อง
          นายประเสริฐ อธิบายว่า รมว.ศึกษาธิการ ในคราวนั้นคือ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี มีนโยบายให้ บูรณาการการใช้อินเทอร์เน็ตของ ศธ.  เพื่อให้การใช้งานมีประสิทธิภาพ เขาจึงได้ตัดสินใจเซ็นอนุมัติดำเนินการ โดย เจ้าหน้าที่ขอให้ต่อสัญญาออกไป 3 เดือน และให้ดำเนินการประกาศจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบแต่เนื่องจากระยะเวลาที่เหลืออีก 7 เดือนไม่มีบริษัทอื่นยื่นเข้าร่วมประกวดราคา ดังนั้น ในปี 2559 จึงได้ต่อสัญญากับบริษัทดังกล่าว เป็นงบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท พร้อมสั่งการว่าในปี 2560 จะต้องดำเนินการประกาศตามระเบียบราชการ แต่ปรากฎว่าช่วงเดือนตุลาคม
          2560 เสนอให้เซ็นต่อสัญญาอีกแต่ไม่เซ็นให้เพราะได้สั่งการไว้แล้วแต่ต้นว่าปี 2560 ต้องประกาศตามระเบียบ
          "ปี 2559 ที่เซ็นเพราะเห็นว่ามี นโยบายที่จะบูรณาการอินเทอร์เน็ต แล้วก็สั่งไว้ว่าปีต่อมา (ปี 2560) ต้องจัดซื้อจัดจ้างให้ถูกระเบียบ ซึ่งก็มีระยะเวลา แต่ปรากฏว่าพอถึงเวลาเจ้าหน้าที่พัสดุ ซี 8 มาเสนอให้ผมต่อสัญญา ผมก็ไม่ยอมเซ็นให้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็พูดว่าถ้าไม่เซ็นโรงเรียนกว่า 30,000 โรงก็มีปัญหาไม่มีอินเทอร์เน็ตใช้ แต่ผมยืนยันไม่เซ็น ต่อมาได้มีการนัดหมายตัวเจ้าหน้าที่พัสดุ ผู้แทนบริษัท และเจ้าหน้าที่ศูนย์เทคโนโลยีมาขอพบและขอให้เซ็น มีการอ้างว่าถ้ายอมเซ็นจะให้ 7% ให้ผมรับ เพราะในอดีตคนเก่าๆ ก็เคยรับ ซึ่งผมไม่รู้ว่าเป็นใคร และเคยรับจริงหรือไม่ก็ไม่รู้ ไม่ได้ถามอะไรต่อ ไม่ได้สนใจเรื่องเงินเพราะไม่ได้ต้องการทุจริต ที่ผ่านมา เมื่อได้รับมอบหมายให้ทำงานใดจาก ผู้บริหาร ผมก็ลงมือทำเต็มที่ ผมเหลืออายุราชการอีก 2 ปีกว่า ผมก็อยากสิ้นสุดชีวิตราชการแบบสวยๆ ซึ่งหลังจากนั้นก็มีความพยายามจากผู้แทนบริษัทเจรจาขอให้เซ็นอยู่ครั้งหนึ่ง แต่ผมยืนยันว่าไม่เซ็น"  นายประเสริฐ กล่าว
          นายประเสริฐ กล่าวต่อไปว่า ส่วนตัวก็เป็นห่วงโรงเรียนจะกระทบจึงตัดสินใจรายงานเรื่องดังกล่าวให้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์
          รมว.ศึกษาธิการ รับทราบ ซึ่งได้สั่งการให้ย้ายซี 8 คนดังกล่าวไปทำงานหน้าที่อื่น โดยตอนนี้ไปทำงานด้านบุคลากร และกรณีนี้เป็นที่มา รมว.ศึกษาธิการ ได้สั่งการให้ตรวจสอบเรื่องการใช้งานอินเทอร์เน็ต
          ขณะเดียวกัน รมว.ศึกษาธิการ ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงขึ้น โดย นพ.ธีระเกียรติ ทำหน้าที่เป็นประธานเอง และให้นายประเสริฐ เข้าให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการสืบสวนฯ ในฐานะพยาน ซึ่งที่ผ่านมาได้เข้าให้ข้อมูลเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการสืบสวนฯ และเมื่อเร็วๆ นี้ ได้จัดทำรายงานข้อมูลเป็นทางเสนอต่อคณะกรรมการสืบสวนฯ ซึ่งตามกระบวนการ จะส่งต่อไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทั้งนี้ หากป.ป.ช.เรียกให้ข้อมูลก็พร้อมไม่กังวล เพราะเจตนาทำทุกอย่างโปร่งใส  ไม่ต้องการทุจริต
          นพ.ธีระเกียรติ
          กล่าวว่า ที่ผ่านมา นายประเสริฐมีความคิดจะให้มีการจัดซื้อจัดจ้างผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือ  E Bidding ให้ถูกต้อง และเมื่อนายประเสริฐแสดงท่าทีว่าจะไม่ต่อ MOENet ก็มีการเสนอสินบนไปยังนายประเสริฐพร้อมกับข่มขู่ว่า ถ้าหากไม่เซ็นสัญญาต่อ MOENet ระบบอินเทอร์เน็ตโรงเรียนทั้งประเทศจะใช้ไม่ได้ ดังนั้นถือว่า นายประเสริฐไม่ใช่ผู้ทุจริต แต่เป็นพยานปากสำคัญในกรณี MOENet นี้ และหลังจากที่นายประเสริฐได้มารายงาน ก็ได้ตั้งกรรมการสืบสวนกรณีนี้มาโดยตลอด จนกระทั่งได้เข้ามาเป็นประธานสืบเองพร้อมทีมงานและพบว่ามีมูลว่าจะทุจริตจริง
          "กระบวนการสืบสวนข้อเท็จจริง เรื่อง MOENet ขณะนี้เสร็จสิ้นแล้ว  ส่วนกระบวนการสอบนั้น จะส่งเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ดำเนินการสอบต่อ โดยเฉพาะในส่วนของข้าราชการระดับสูงในระดับซี 9 ซี 10 และ ซี 11 ตั้งแต่ระดับที่คุมเทคโนโลยีขึ้นไปจนถึงระดับปลัด ซึ่งเกษียณอายุราชการไปแล้ว ก็ต้องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการสอบต่อ โดยสอบต่อไปด้วยว่าข้าราชการตั้งแต่ปีไหนบ้างเป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และคาดว่า การทุจริตนั้นน่าจะมีการกระทำเป็นสิบๆ ปีนับตั้งแต่ที่มีอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย และขอย้ำว่าไม่ได้ปรักปรำว่าใครผิด นี่คือข้อกล่าวหาเท่านั้น" นพ.ธีระเกียรติ กล่าว ทั้งนี้ ศธ.ไม่ใช่ผู้ให้บริการ MOENet ที่แท้จริง แต่เช่าบริการ บมจ.ทีโอที จำกัด บริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และบริษัท สามารถ ทั้งจานดาวเทียม และการเช่าสายสัญญาณ ค่าใช้จ่ายสูงกว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี แต่กลับไม่พบเอกสารหลักฐานการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบราชการ เป็นค่าใช้จ่ายสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี เฉลี่ยโรงเรียนละ 5,000 บาทต่อเดือน สำนักงานปลัด ศธ.1,000 ล้านบาท สังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) 130 ล้านบาท ใน 425 วิทยาลัยแห่งละ 25,000 บาทต่อเดือน ยังมีสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)  ขณะที่สัญญาณที่ไม่มีคุณภาพ กะปริบกะปรอย และแม้จะมีสัญญาณโครงการเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา หรือ UniNet ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) แต่ก็เข้าถึงเพียงกว่า 10,000 โรงเรียนเท่านั้น ส่วนที่เหลืออีกกว่า 20,000 โรงเรียนตัดสินใจเช่าซื้อสัญญาณเครือข่ายจากภาคเอกชนมาใช้แทน
          อย่างไรก็ตาม นับแต่นโยบายยกเลิก MOENet ตั้งแต่เดือนมกราคม 2561 และจัดระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงใหม่ ผลักดันนำเครือข่าย UniNet ไปสู่สถานศึกษา ก็พบว่าเหลือโรงเรียนอีกกว่า 300 โรงหรือไม่ถึง 1% ที่มีปัญหาเรื่องการใช้อินเทอร์เน็ต ซึ่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ให้ความร่วมมือช่วยวางสายไฟเบอร์ออพติกขยายไปถึงโรงเรียนที่ยังไม่มีอินเทอร์เน็ตใช้ คิดว่าภายในปี 2561 โรงเรียนทั่วประเทศจะได้ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแน่นอน