DTACลอยตัวเสี่ยงต่ำจ่อเซ็นคลื่น2.3กิกะเฮิรตซ์

ทันหุ้น -  จับตา DTAC เซ็นสัญญาดีลคลื่นความถี่ 2.3 กิกะเฮิรตซ์ ภายใน Q2/2561 หวังลดความเสี่ยงการขาดแคลน คลื่นความถี่หลังสัมปทาน 2 คลื่นความถี่ที่ใกล้หมดอายุ และความชัดเจนของ กสทช.ยังคงไม่แน่นอนในการเปิดประมูลรอบใหม่ โบรกส่องงบ Q1/2561 กำไรแกร่ง เป้าพื้นฐาน 75 บาท
          นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงแนวโน้มการดำเนินงาน บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ว่า เป็นหุ้นที่ชื่นชอบมากที่สุด เนื่องจากเชื่อมั่นว่าการลงนามเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการสำหรับดีลคลื่นความถี่ 2.3 กิกะเฮิรตซ์ ระหว่างทีโอทีและ DTAC มีแนวโน้มเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2561 หรืออย่างช้าสุดไม่เกินไตรมาส 2/2561
          ซึ่งจะเกิดขึ้นโดยทันทีหลังจากสำนักอัยการสูงสุดอนุมัติดีลดังกล่าวในการแก้ไขสัญญา หลังจากการตรวจครั้งแรกของสำนักอัยการสูงสุดไม่ได้เป็นการแก้ไขในประเด็นหลักของสัญญาแต่เป็นเพียงแค่รายละเอียดขององค์ประกอบด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น เช่น เงินประกันขั้นต่ำ และความรับผิดชอบของแต่ละฝ่าย
          หากว่า DTAC สามารถเซ็นสัญญาคลื่นความถี่ 2.3 กิกะเฮิรตซ์ ได้ภายในไตรมาส 2/2561 คาดว่าการเปิดให้บริการคลื่นความถี่ 2.3 กิกะเฮิรตซ์ เชิงพาณิชย์มีแนวโน้มเริ่มต้นได้ในไตรมาส 4/2561 ในพื้นที่กรุงเทพฯชั้นในก่อน งบลงทุนจะเปลี่ยนจากเงินลงทุนในคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ไปเป็นในคลื่นความถี่ 2.3 กิกะเฮิรตซ์แทน ซึ่งได้แก่การลงทุนสำหรับการติดตั้งเสาโทรคมนาคมและสถานีฐานคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 2 หมื่นล้านบาทต่อปีในอีก 2-3 ปีข้างหน้า
          ภายใต้สมมติฐานว่า DTAC สามารถลงนามสัญญาคลื่นความถี่ 2.3 กิกะเฮิรตซ์ได้ภายในไตรมาส 2/2561 DTAC อาจจะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องได้คลื่นความถี่ 1.8 กิกะเฮิรตซ์ สำหรับการประมูลในครั้งถัดไปของกสทช. ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 3/2561 หรือในช่วงสิ้นปี 2561
          "การเซ็นสัญญาดีลคลื่นความถี่ 2.3 กิกะเฮิรตซ์ มีแนวโน้มเกิดขึ้นในไตรมาส 2/2561 ซึ่งจะเป็นการลดการพึ่งพิงการประมูลคลื่นความถี่ 1.8 กิกะเฮิรตซ์ของ กสทช. ที่ยังคงมีความไม่แน่นอน และลดความเสี่ยงของการขาดแคลนคลื่นความถี่หลังสัมปทานของ 2 คลื่นความถี่ของ DTAC หมดอายุลง"
          นอกจากนี้ฝ่ายวิจัยประเมินว่าการยืดระยะเวลาการชำระค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ของ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC และ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE งวดสุดท้ายซึ่งมีแนวโน้มยากที่จะเกิดขึ้น ถือว่าเป็นปัจจัยบวกต่อ DTAC สำหรับการประมูลคลื่นความถี่ 1.8 กิกะเฮิรตซ์ เนื่องจากจะส่งผลให้การแข่งขันด้านราคาสำหรับการประมูลที่จะมาถึงไม่รุนแรง ราคาหุ้นของ DTAC ณ ปัจจุบันถือว่าถูกมากโดยอัตราส่วน EV/EBITDA ในปี 2561 อยู่เพียงแค่ 4.4 เท่า  คงคำแนะนำ "ซื้อ" เป้าหมายพื้นฐาน : 75.00 บาท
          งบ Q1/61 กำไรแกร่ง
          สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2561 คาดว่าจะมีกำไรสุทธิที่ 400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75%  เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อนแต่ลดลง 26% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อนหน้า หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 13 ล้านบาทในไตรมาส 1/2561 กำไรหลักไตรมาสนี้มีแนวโน้มอยู่ที่ 413 ล้านบาท เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 94% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 19% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อนหน้า
          ขณะที่กำไรหลักลดลงเมื่อเทียบจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากต้นทุนด้านกฎระเบียบที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น (โดยฐานของต้นทุนด้านกฎระเบียบในไตรมาส 4/60 ถือว่าต่ำมากผิดปกติ เนื่องจากการกลับรายการค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ซึ่งเริ่มคำนวณตั้งแต่เดือนม.ค. 60 จนถึง ปลายปี 60 จำนวน 200 ล้านบาท)