ไฟเขียวแนวทางพัฒนา FinTech จัดงบผลักดันตั้งสถาบัน InFinIT

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทางการเงิน (Financial Technology : FinTech) ตามที่กระทรวงคลังเสนอ เพื่อให้เป็นแรงขับเคลื่อนการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรม Fin Tech ในวงกว้าง ประกอบด้วย 3 แนวทางหลัก ได้แก่
          1. การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ เพื่อให้ผู้ให้บริการและ ผู้ใช้บริการทางการเงินสามารถทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวกและปลอดภัย โดย กระทรวงคลังอยู่ระหว่างผลักดันการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment) ซึ่งหนึ่งใน
          โครงการดังกล่าว คือ การพัฒนาระบบโอนเงินพร้อมเพย์ (PromptPay) โดยตั้งแต่เริ่มโครงการเดือนมกราคมเดือนพฤศจิกายน 2560 มีการโอนเงินผ่านระบบดังกล่าวแล้ว 390,000 ล้านบาท และร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจัดทำโครงการพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตันตนทาง อิเล็กทรอนิคส์ (Digital Iden-tification Platform)
          2.การผลักดันหน่วยงานภาครัฐเป็นผู้ให้และผู้ใช้ผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับ FinTech และ 3.จัดตั้งสถาบันนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการเงิน (Institute for Financial Innovation and Technology : InFinIT) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาระบบนิเวศน์ที่เอื้อต่อการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรม FinTech ในประเทศไทย โดยจัดทำโครงการที่ช่วยให้ FinTech Startups สามารถค้นคว้า พัฒนา และทดสอบผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน รวมทั้งแนะนำวิธีการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการของผู้ประกอบการเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถหาเงินทุนเพื่อต่อยอดเป็นเชิงพาณิชย์ได้
          สำหรับระยะแรกของการจัดตั้ง InFinIT (ปี 2561 - 2562) จะขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ จำนวน 650 ล้านบาท และในระยะที่ 2 (ปี 2563-2565) จะขอจัดสรรงบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ InFinIT รวมทั้งสิ้น 513 ล้านบาท นอกจากนี้ InFinIT ยังจะมีรายได้ของตนเองเพื่อนำมาใช้ดำเนินงานในอนาคตด้วย